บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Gulf Development (GULF.BK/GULF TB)*

ปัจจัยบวกหลายด้านที่หนุนให้ re-rating ในระยะยาว (Outperform‧Maintained)

Event 

Idea call เชิงบวกต่อ GULF และประมาณการ 2Q69F 

Impact 

หลากหลายปัจจัยหนุนให้น่าลงทุนในระยะยาว 

เรายังคงมองว่า GULF น่าสนใจลงทุนระยะยาว แม้จะเป็นหุ้นที่นักลงทุนสถาบันถือครองสูงเพราะยังมีปัจจัยหนุนให้ re-rating อีกหลายมากที่ตลาดยังประเมินไม่เต็มมูลค่า เราประเมินว่ากำไรยังมี upside ราว 10–12% และสูงกว่า consensus อีกราว 15–20% ที่หนุนจากธุรกิจโทรคมนาคม โรงไฟฟ้า ธนาคาร และดาต้าเซ็นเตอร์ ปัจจุบัน บริษัทมี pipeline โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ (100–300MW) ซึ่งเป็นเพียงเฟสแรกของเป้า 1–2GW ในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยที่คาดว่าจะมีขนาด 4–5GW สะท้อน upside ที่มีนัยสำคัญซึ่งยังไม่ถูกรวมในความคาดหวังของตลาด อีกทั้ง GULF ยังโดดเด่นจากการผสมผสานระหว่างกำไรเติบโตชัดเจนและการจ่ายเงินปันผลเพิ่มต่อเนื่องจากงบดุลแข็งแกร่ง (มีศักยภาพการระดมทุนได้สูงถึง 1 ล้านลบ.) มี backlog ไฟฟ้า ถึง 4.2GW (44% ของ operating capacity) มีอัตราการชนะประมูลโครงการมากกว่า 90% และอ่อนไหวต่อความผันผวนของ USD/THB, bond yields และราคาน้ำมันจำกัด 

พร้อมที่สุดแล้วสำหรับ PDP ฉบับใหม่ของประเทศไทย 

เรามองว่า GULF เป็นบริษัทที่มีความพร้อมมากที่สุดในการคว้ากำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มภายใต้ PDP2569 จากประวัติการดำเนินโครงการและการชนะประมูลที่โดดเด่น โดยที่บริษัทได้ชนะการประมูลโครงการ IPP รวม 5.3GW ภายใต้ PDP2553 (อัตราชนะ 100%) และยังได้สิทธิโครงการพลังงานหมุนเวียนเกือบ 70% ของ capacity รวม 5.2GW ในการประมูลล่าสุด ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นเราว่าบริษัทมีศักยภาพสูงในการคว้าโครงการใหม่ในอนาคต ที่ผ่านมา GULF ยัง outperform กว่า peers โดยราคาหุ้นปรับขึ้น 2–13% ช่วงการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะของแผน PDP2561 (ธ.ค.) และ 3–15% ช่วงแผน PDP2567 (มิ.ย.) สะท้อนว่าตลาดยังคงใช้ GULF เป็นหุ้นตัวแทนหลักของธีมการลงทุน PDP จากการวิเคราะห์ sensitivity analysis ของเราชี้ว่ากำลังการผลิตโซลาร์ที่เพิ่มทุก ๆ 100MW จะช่วยเพิ่มกำไรต่อปีได้ราว 150–200 ลบ.และเพิ่มราคาเป้าหมายได้ 0.30–0.40 บาทต่อหุ้น ส่วน ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 100MW จะช่วยเพิ่มกำไรต่อปีราว 1.5 พันลบ.และเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นราว 1.50 บาทต่อหุ้น 

ประมาณการ 2Q69F – กำไรปกติทำสถิติสูงสุดจากแรงหนุนหลายด้าน 

เรามองบวกมากกว่าตลาดและเชื่อว่า GULF น่าจะเผยกำไร 2Q69F สูงกว่าที่ตลาดเคยคาด วันที่ 6 ส.ค. 69 เราคาดกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 1.33 หมื่นลบ. (-79% YoY แต่ +46% QoQ) กำไรที่แย่ YoY จะเป็นเพราะไม่มี gain on bargain purchase (5.6 หมื่นลบ.) เหมือนปีก่อน แต่ที่กำไรพุ่ง QoQ จะหนุนจากกำไร 1.9 พันลบ.จากการขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay (ถืออยู่ 51%) แม้เราคาดว่ากำไรหลักจะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.15 หมื่นลบ. (+62% YoY และ +23% QoQ) ทำให้กำไรหลัก 1H69F จะอยู่ที่ 2.08 หมื่นลบ. (+68% YoY) (60% จากกำไรหลักปี 2569F ของเรา) ปัจจัยหนุนหลักให้กำไรหลักโต QoQ มาจาก i) เงินปันผลจาก KBANK (2.9 พันลบ.) และ ii) สภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้า IPP ส่วนที่กำไรพุ่ง YoY จะมาจาก i) ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC (OP, TP422.00 บาท) แข็งแกร่ง (เราคาดกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 1.37 หมื่นลบ. (+1% QoQ และ +24% YoY)) ii) รับรู้ผลงานเต็มปีจากโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ทยอยเปิดดำเนินการ และ iii) ผลงานโครงการ Jackson ในสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้น 

Valuation & Action 

เราคงยืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” GULF ราคาเป้าหมาย SoTP ที่ 70.00 บาท โดย GULF ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นเด่น 2Q69 ของเราในกลุ่มโรงไฟฟ้าสำหรับนักลงทุนที่มองการเติบโตในระยะยาว 

Risks 

ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overrun และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย

- Advertisement -