บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Krungthai Card (KTC.BK/KTC TB)*

โมเมนตัมกำไรยังคงแข็งแกร่ง (Outperform Maintained)

Event

ประมาณการกำไร 2Q69 และ อัพเดตแนวโน้ม 

Impact 

โมเมนตัมกำไรยังแข็งแกร่งใน 2Q69 

เราคาดว่าโมเมนตัมการเติบโตของกำไร KTC จะยังคงแข็งแกร่งใน 2Q69 โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 2 พันล้านบาท (+1% QoQ, +16% YoY) และ ในงวด 1H69F จะอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท (+16%) โดยกำไรที่ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ สะท้อนถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการติดตามหนี้เสีย และ รายได้อื่น ๆ ส่วน กำไรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY สะท้อนถึง credit cost ที่ลดลง และ ฐานที่สูงของค่าใช้จ่ายภาษีที่ 25% ใน 2Q68 (เทียบกับค่าใช้จ่ายภาษีในระดับปกติที่ 20% ใน 2Q68) ทั้งนี้ เราใช้สมมติฐานว่า คชจ.สำรองฯ (credit cost) จะอยู่ในระดับต่ำที่ 5% ใน 2Q69F (ลดลง 15bps จาก 1Q69 และ ลดลง 70bps จาก 2Q68)  

ยังคงคชจ.สำรองฯ (credit cost) ไว้ที่ระดับต่ำ 

KTC ยังคง credit cost ไว้ในระดับต่ำที่ 5.15% ใน 1Q69 (จาก 4.85% ใน 4Q68 และ 5.3% ในปี FY2568) โดย credit cost ที่มีแนวโน้มลดลงสะท้อนถึง NPLs ที่ลดลงของสินเชื่อกลุ่มหลัก ซึ่งได้แก่กลุ่มบัตรเครดิต และ P-Loan รวมถึงส่วนรองรับหนี้เสียที่สูง โดยมีสัดส่วน NPL coverage >400% นอกจากนี้ คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นยังสะท้อนถึง profile ลูกค้าของ KTC ที่สามารถฟื้นตัวได้ดี โดยลูกหนี้ที่มีรายได้มากกว่า 25,000 บาทต่อเดือนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของพอร์ตสินเชื่อบริษัท ซึ่งเมื่อมองต่อไป ข้างหน้า ผู้บริหารคาดว่า credit cost จะยังอยู่ในระดับต่ำ และ อาจจะลดลงต่ำกว่า 5% ได้หากว่าภาวะ เศรษฐกิจดีขึ้น  

ต้นทุนการเงินจะลดลงเร็วขึ้นใน 2H69F 

เราคาดว่าต้นทุนการเงินของ KTC จะลดลง 15bps QoQ ใน 2Q69F และ ลดลง 30bps YTD จากการ refinance สินเชื่อ และ หุ้นกู้ด้วยต้นทุนที่ลดลง โดยบริษัทออกหุ้นกู้ 5 พันล้านบาท (ต้นทุน 1.5%) ใน 4Q68 และ 3 พันล้านบาท (ต้นทุน 2%) ใน 1Q69 และ ขอสินเชื่อธนาคารประมาณ 1 หมื่นล้านบาทโดยมี ต้นทุนต่ำที่ประมาณ 2% ทั้งนี้ KTC มีกำหนดชำระคืนหนี้ก้อนใหญ่ประมาณ 9.1 พันล้านบาทใน 4Q69 (ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 3.7%) และ อีก 9.2 พันล้านบาทในปี 2570 (figure 7) ซึ่งหากบริษัท refinance หุ้นกู้ และ สินเชื่อโดยอิงจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน จะทำให้ต้นทุนการเงินลดลงเหลือ <2.5% ภายในสิ้นปีนี้ และ เหลือประมาณ 2% ในปี 2570 ซึ่งลดลงมากกว่าที่เราคาดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้น เราจึงปรับลด สมมติฐานต้นทุนการเงินปี 2569F ลง 20bps และ ปี 2570F ลงอีก 20bps ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเงินลดลง 50bps YoY ในปี 2569F และ ลดลง 40bps ในปี 2570F  

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ขึ้น 4%/7%; ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าเป็น 40 บาท; แนะนำซื้อ 

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึง 1.) การปรับลดสมมติฐานต้นทุนการเงินปี 2569F/2570F เป็น 2.4%/2.1% (จากเดิม 2.6%/2.4%) 2.) การปรับลดสมมติฐาน credit cost ปี 2569F/2570F เป็นปีละ 5% ในขณะเดียวกัน เรายังคงสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อไว้ที่ 2% และ 3% นอกจากนี้ เรายังขยับ ไปใช้ PER ที่ 12x (จากเดิม 11.5x) โดยอิงจากกำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าที่ 40 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 36.0 บาท โดยเรายังคงคำแนะนำซื้อ KTC  

Risks 

NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost เพิ่มขึ้น, NIM ถูกกดดัน. 

- Advertisement -