บล.กสิกรไทย:
BAY คุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับดีขึ้นจะขับเคลื่อนการเติบโต
- แนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่ง เราคาดว่า BAY จะรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งในปี 2569-70 ที่ 6.7% และ 12.2% เทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ที่มีแนวโน้มรายงานกำไรอ่อนแอลงในปี 2569 การเข้าสู่วัฏจักรขาลงของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญในธุรกิจอาเซียนและสินเชื่อรายย่อย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลงสู่ 2.15% และ 2.0% ในปี 2570-71 จาก 2.3% ในปี 2568-69 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อที่ 1-2% ยังมีความเป็นไปได้ โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากความสัมพันธ์กับลูกค้าบริษัทข้ามชาติผ่าน MUFG และวัฏจักรการลงทุนของภาคธุรกิจไทย
- แรงกดดันจากคุณภาพสินทรัพย์ในอาเซียนลดลง อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) ของพอร์ตสินเชื่อในอาเซียนของ BAY ลดลงเป็น 11.5% ในไตรมาส 1/2569 จาก 12.3% ในไตรมาส 4/2568 และ 14.6% ในไตรมาส 1/2568 สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นในพอร์ตสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เราคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดย credit cost ทั้งปีมีแนวโน้มอยู่บริเวณกรอบบนของเป้าหมายธนาคารที่ 200-230bps เทียบกับ 239bps ในไตรมาส 1/2569
- อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการได้รับประโยชน์จาก FDI เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของ BAY กับลูกค้าบริษัทข้ามชาติผ่านบริษัทแม่อย่าง MUFG จะช่วยให้ BAY สามารถคว้าโอกาสการปล่อยสินเชื่อใหม่จากบริษัทญี่ปุ่นและห่วงโซ่อุปทานของบริษัทไทย เช่น การลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น นอกเหนือจากการเติบโตของสินเชื่อแล้ว เรายังเชื่อว่า BAY จะสามารถเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากการนำเสนอโซลูชันทางธุรกิจ เช่น บริการ Trade Finance โดยอาศัยเครือข่ายของ MUFG
- ยังมีโอกาสบริหารเงินกองทุนเชิงรุกมากขึ้น แม้เราคาดว่า BAY จะเสนอ DY ที่ 3.2% และ 3.6% ในปี 2569-70 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 6-7% แต่เราเชื่อว่ายังมีโอกาสทยอยเพิ่มการจ่ายเงินปันผล และมี upside เพิ่มเติม จากอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 30% ในปี 2568 แตกต่างจากธนาคารอื่น เราคาดว่ากำไรของ BAY จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569-71 โดย DPS จะเพิ่มเป็น 1.38 1.55 และ 1.68 บาท ภายใต้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลคงที่ที่ 30% อีกทั้งด้วยอัตราส่วน CET1 ที่แข็งแกร่งที่ 16.4% ในปี 2568 เราเชื่อว่า BAY ยังมีศักยภาพในการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลได้อีกในระยะกลาง
มุมมอง KS
- แนะ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 47.5 บาท เราเชื่อว่าปัจจัยหนุนการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้นจะมาจากผลประกอบการและคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 การคาดการณ์การเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2569-70 และมูลค่าหุ้นที่ยัง laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์อื่นๆ








