Semiconductor ยังถูกขายไม่จบแต่เชื่อ Value Stock จะหนุนหุ้นไทย

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดลบ 130 จุด (-0.25%) ขณะที่ Nasdaq ปรับลง 1.2% รับแรงขายหุ้นในกลุ่ม Semiconductor ไม่ได้มีแรงกดดันเฉพาะตัวแต่เชื่อว่าเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3% เป็นเพราะสหรัฐฯประกาศถอนมิให้อิหร่านขายน้ำมันหลังจากอิหร่านได้โจมตีเรือใน HORMUZ

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

สภาพแวดล้อมยังเผชิญแรงกดดันทั้งจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ไม่สงบผสานกับนักลงทุนเริ่มหมุนกลุ่มอุตสาหกรรมจาก Semiconductor ไปสู่ Value Stock มากขึ้น แต่ Hypersclaers เริ่มมีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามา อาจมาจากราคาหุ้นที่ Underperform Semiconductor เมื่อคืนมิได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ต้องติดตามการทิศทางของตลาด Bond อย่างเมื่อคืน Bond Yield สหรัฐฯขยับขึ้นสูง อาจมาจากน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นแรง นักลงทุนบางส่วนอาจกังวลกับทิศทางเงินเฟ้อ ฝั่ง CME FED Watch ก็เริ่มปรับมุมมองเป็นเข้มงวดมากขึ้นด้วยโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งเริ่มมากขึ้น คืนนี้รอติดตามสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯคาดการณ์ที่ -1.9

ปัจจัยในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยอาจเป็นที่พักเงินระยะสั้นเนื่องด้วย Sector ส่วนใหญ่นั้นเป็น Value Stock ที่ Valuation ไม่แพง พร้อมกับมีส่งจากกระแสเงินทุนต่างชาติ วานนี้ยังซื้อสุทธิอีก 1 พันล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามระมัดระวังหุ้นในกลุ่ม Electronics เช้านี้พบว่า Kospi -2.5% สะท้อนแรงขายใน Semiconductor ยังไม่เสร็จ

วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1580 – 1610 แนวโน้มถูกกดดันโดยกลุ่ม Tech แต่ก็เชื่อว่าพลังงานจะเป็นกลุ่มหนุน กลยุทธ์การลงทุนเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากท่ามกลาง PE เริ่มสูง หุ้นระยะสั้นเลือกพลังงาน (PTTEP) โรงพยาบาล (BDMS BCH BH) Bank (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) ส่งออก (ITC TU)

TOP PICK

BCH ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11.20 Bt

คาดกำไร 2Q26 จะขยายตัว QoQ เนื่องจากปีนี้ช่วงรอมฎอนสิ้นสุดตั้งแต่ใน 1Q26 คาดว่าผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางทยอยเดินทางกลับมารักษาเพิ่ม

BBL ซื้อ ราคาเป้าหมาย 213 Bt

ธนาคารมีพื้นฐานแข็งแกร่งและระดับสำรองหนี้ฯ สูงรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจได้ดี

- Advertisement -