KS Daily View 08.07.2026 >>> ตะวันออกกลางปะทุอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน เน้นย่อรับกลุ่มที่คาดกำไรดี กรอบ SET วันนี้ 1,590-1,620 จุด แนะนำ SCGP, KTC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,604.13 ลดลง 12.75 จุด (-0.79%) แรงขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน แต่มีแรงซื้อพยุงในกลุ่มธนาคาร ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 1,054 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,590-1,620 จุด ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงได้รับความผันผวนจากแรงขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ผสานกับฝั่งตะวันออกกลางล่าสุดพบว่าสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน และยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกได้ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือขนส่งหลายครั้งในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ +3% สู่ 74.16 เหรียญต่อบาร์เรล กระตุ้นให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจจะยังยากจะกลับสู่เป้าหมาย FED หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลขยับขึ้น และ Dollar Index กลับมาแข็งค่า ส่วนคืนนี้แนะติดตามรายงานประชุม FED รอบที่ผ่านมา ซึ่งคงต้องดูมุมมองของ FED ต่อเงินเฟ้อ รวมถึงดอกเบี้ยนโยบายในช่วงถัดไป กลยุทธ์ในระยะสั้นคาด SET ยังอยู่ในช่วงการปรับฐาน เน้นย่อตั้งรับหุ้น Domestic Play ที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตดี (ธนาคาร, ไฟแนนซ์, ไฟฟ้า, ท่องเที่ยว) โดยสำหรับวันนี้แนะย่อสะสม SCGP, KTC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- รัฐบาลเผยบัตรงาน Tomorrowland Thailand 2026 จำนวน 150,000 ใบ จำหน่ายหมดแล้ว โดยกว่า 85% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 2.14 หมื่นล้านบาท รายได้ภาษีกว่า 1.4 พันล้านบาท และการจ้างงานกว่า 21,000 ตำแหน่ง พร้อมหนุนภาพลักษณ์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลก ถือเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สนามบิน ค้าปลีก และขนส่ง เช่น ERW, CENTEL, MINT, AWC, AOT จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการใช้จ่ายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี 2569
- คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซล 2.56 บาท/ลิตร และกลุ่มเบนซิน 2.51 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่ 8 ก.ค. 2569 เพื่อให้ราคาขายปลีกไม่เกิน 35 บาท/ลิตร สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงหลังความตึงเครียดตะวันออกกลางคลี่คลาย โดยใช้กลไกปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเพื่อช่วยลดค่าครองชีพและต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยเรามองเป็นลบเล็กน้อยต่อกลุ่ม Retail oil จากการเกิด stock loss จากการปรับราคาน้ำมันขายปลีกลง
- ครม.อนุมัติลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของ 4 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธ.ก.ส., ออมสิน, ธอส. และธนาคารอิสลาม จาก 0.25% เหลือ 0.0625% ตลอดปี 2569 เพื่อลดต้นทุนของธนาคารและนำส่วนต่างไปช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และปล่อยสินเชื่อใหม่ให้กลุ่มเปราะบางและ SMEs เป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ รวมถึงกลุ่มเช่าซื้อและอสังหาริมทรัพย์ จากสภาพคล่องในระบบที่มีแนวโน้มดีขึ้นและความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนที่เพิ่มขึ้น
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดสต๊อกที่อยู่อาศัยทั่วประเทศอาจเพิ่มเป็นกว่า 610,000 หน่วยภายในสิ้นปี 2569 จากการเร่งขายบ้านมือสอง ขณะที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวจำกัด ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ภาวะ “ตลาดของผู้ซื้อ” ผู้บริโภคมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และผู้ประกอบการต้องแข่งขันด้านราคา โปรโมชัน และการบริหารสต๊อกมากขึ้น เป็นลบต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จากการแข่งขันที่รุนแรงและแรงกดดันต่ออัตรากำไร โดยผู้ประกอบการที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและสต๊อกต่ำจะได้เปรียบมากกว่าในช่วงที่ตลาดยังชะลอตัว
Daily picks
SCGP: ราคาพื้นฐาน 32.50 บาท
- คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 2.0 พันลบ. (+100% YoY, +29% QoQ) ได้แรงหนุนจาก Fajar พลิกกลับมามีกำไร และอุปสงค์ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวหลังผ่านช่วงวันหยุดยาว
- คาดกำไร 3Q69 ยังโต YoY แต่ชะลอ QoQ แม้ Fajar ยังหนุนผลประกอบการ แต่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 32.50 บาท พร้อมเดินหน้าลงทุน 1 หมื่นล้านบาท เน้นขยายธุรกิจในเวียดนามและอินโดนีเซียเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว
KTC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
- บริษัทยังคงเป้าปี 2569 โดยคาดกำไรเติบโต สินเชื่อ +1-2%, ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต +5%, สินเชื่อส่วนบุคคล +2% และ NPL ต่ำกว่า 2% แม้เผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน
- คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง จากการคัดกรองลูกหนี้เข้มงวด เน้นกลุ่มพนักงานประจำ ขณะที่การใช้จ่ายผ่านบัตรยังเติบโตดีจากประกันภัย ท่องเที่ยว และอีคอมเมิร์ซ โดยแนวโน้มหนี้ค้างชำระยังอยู่ในระดับควบคุมได้
- แนวโน้มผลประกอบการดีขึ้น จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หนุน NIM ขยายตัว และ non-NII เติบโตจากธุรกิจนายหน้าประกันดิจิทัลใน 2H69 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 39 บาท จากปันผลสูง 6.1-6.6% และ Coverage Ratio สูงกว่า 400%
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพุธ ติดตามรายงานการประชุม FED รอบล่าสุด และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์
- วันพฤหัส ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน มิ.ย. ส่วนทางด้านสหรัฐฯ จับจาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.2 แสนตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.15 แสนตำแหน่ง, ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดที่ +0.9%MoM ลดลงจาก +3.2%MoM ในเดือนก่อนหน้า ทางฝั่งจีนติดตาม ดัชนี PPI ของจีน เดือน มิ.ย. คาดที่ +4.2%YoY จาก พ.ค. ที +3.9% และดัชนี CPI จีน มิ.ย. คาดที่ +1.1%YoY ลดลงจาก +1.2% ส่วน Core CPI จีน คาดทรงตัวที่ 1.1%
- วันศุกร์ ติดตามดัชนี PPI ของญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +6.8%YoY เพิ่มจาก +6.3%YoY ในเดือน พ.ค.









