กังวลสงคราม เงินเฟ้อ และดอกเบี้ย // 1,560–1,580
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways down: แรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นและข้อตกลงหยุดยิงที่ดูเหมือนสิ้นสุดลง ประกอบกับมีความกังวลต่อทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน สหรัฐฯ อีกทั้ง ยังรอติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
กลยุทธ์การลงทุน
-
1) เก็งงบ 2Q69: BBL, KBANK, KCE, KKP, KTB, KTC, MTC, SCB, STECON, TISCO, TTB
-
2) Domestic play: BJC, BTG, CK, CPALL, CPN, CRC, GLOBAL, GUNKUL, HMPRO, MOSHI, MRDIYT, SAWAD, THANI, TIDLOR
-
3) พลังงาน: BCP, PTT, PTTEP, PTTGC, SPRC, TOP
-
4) Valuation play: AP, ROJNA, SC, SIRI, SPALI
หมายเหตุ: Valuation play คัดเลือกโดยใช้ CoreSight ซึ่งเป็นเครื่องมือด้านปริมาณของ PhillipResearch โดยพิจารณาจากหุ้นที่มีทั้ง Total score และ Sub score ด้าน Valuation รวมถึงคะแนนย่อยด้าน PE และ PBV มากกว่า 60
-
ตะวันออกกลางเดือด ข้อตกลงสิ้นสุด: คาดแรงกดดันมาจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Fut.) ที่ปรับตัวขึ้น 4.37% ปิดที่ $73.52 ต่อบาร์เรล ภาพข้างต้นเกิดขึ้นหลังในการแถลงข่าวร่วมกับ NATO วานนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้วและความพยายามในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านถือเป็นเรื่องเสียเวลา ซึ่งการแถลงข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯทำการโจมตีหลายระลอกต่อเป้าหมายในอิหร่าน ขณะที่อิหร่านออกแถลงการณ์ระบุว่าการโจมตีของสหรัฐฯ การที่สหรัฐฯเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายน้ำมันของอิหร่าน การขัดขวางการดำเนินการของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และการรุกรานทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน ล้วนทำให้สาระสำคัญที่เป็นพื้นฐานของ MOU ไม่สามารถบังคับใช้ได้อีกต่อไป อีกทั้ง ในเช้าตรู่วันนี้ (ตามเวลาไทย) CENTCOM ระบุว่าได้เริ่มดำเนินการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม ซึ่งการดำเนินการข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากที่ปธน.ขู่ว่าจะถล่มอิหร่านอย่างหนัก
-
กังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย: คาดอีกแรงกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index มาจาก Bond yield ของสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้นโดยเช้านี้ (7.00 น.) 2 และ 10 ปี อยู่ที่ 4.22% และ 4.58% เพิ่มขึ้นจาก 24 ชม.ที่ผ่านมาที่ 4.19% และ 4.56% ตามลำดับ โดยเรามองภาพข้างต้นเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินในลักษณะที่ Hawkish หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้น อีกทั้ง รายงานการประชุม FOMC เดือนมิ.ย.69 ระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดบางรายระบุว่ามีเหตุผลเพียงพอแล้วสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้จะมีการคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนข้างต้น ประกอบกับเฟดเห็นว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง จากรายงานข้างต้นสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี สอดรับกับข้อมูลจาก Dot plot
-
ติดตามศาลรัฐธรรมนูญ.และเงินเฟ้อจีน: นอกจากนี้ คาดนักลงทุนไม่รีบเปิดรับสถานะต่อ SET Index เนื่องจากยังรอติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ.เกี่ยวกับพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมถึงติดตามจีนเผย CPI และ PPI เดือนมิ.ย.69 เช้านี้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาค
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการขนาดใหญ่ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตฯอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กฯขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
(+) ส.อ.ท.เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯเดือนมิ.ย.69 อยู่ที่ 88.2 เพิ่มขึ้นจาก 84.7 ในเดือนพ.ค.69 หลังได้แรงหนุน อาทิ มาตรการภาครัฐ ราคาดีเซลลง
(+) IMF คาดเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโต 1.9% นับเป็นการปรับขึ้น 0.4% หรือปรับขึ้นจาก 1.5% เมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ ณ เดือนเม.ย.69
(+) S&P Dow Jones Indices ส่งสัญญาณว่าอินโดนีเซียอาจสูญเสียสถานะตลาดเกิดใหม่ หากข้อกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียมีความเสี่ยงที่จะถูกลดชั้นลงสู่ตลาดหุ้นชายขอบ ในทางกลับกันเรามองเป็นโอกาสที่เม็ดเงินจะย้ายไปยังตลาดเกิดใหม่อื่นๆในภูมิภาค รวมถึงไทย
Picks of the day
KKP (BUY)
-
เป้าหมาย: 105.00 / 108.00 แนวรับ: 97.50 / 100.00
-
คาดกำไร 2Q69 โดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบ y-y: คาดว่า KKP จะเป็นธนาคารที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบ y-y โดยคาดว่าจะมีกำไร 2.1 พันลบ. เพิ่มขึ้น 46.8% y-y จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอขายลดลง
-
ธุรกิจตลาดทุนยังดีต่อเนื่อง: ธุรกิจตลาดทุนเป็นสิ่งที่ทำให้ KKP โดดเด่นกว่าธนาคารอื่น โดย บล.ภัทร มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ได้ต่อเนื่อง และในปี 69 มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 19.72% ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ KGI ที่มีส่วนแบ่งตลาด 8.97% มาก นอกจากนี้มูลค่าการซื้อขายยังสูงต่อเนื่อง โดยใน 3Q69 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย/วัน สูงถึง 77.5 พันลบ. สูงกว่า 2Q69 ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 66.8 พันลบ. อยู่ถึง 16.1%
SIRI (BUY)
-
เป้าหมาย: 1.46 / 1.48 แนวรับ: 1.39 / 1.41
-
ยังคงรักษาระดับยอดขายตามเป้า: บริษัทประกาศยอดขาย 2Q69 ยังรักษาอยู่ระดับ 1.0 หมื่นลบ./ไตรมาส +28%y-y -10%q-q ภาพรวม 1H69 มียอดขาย 21,110 ลบ. -0.3%y-y คิดเป็น 52% ของเป้าทั้งปี (41,000 ลบ.) ยังคงเป็นไปตามเป้า
-
2Q69 คาดกำไรฟื้นตัว q-q และมีผลตอบแทนปันผลสูง : 2Q69 มียอดโอน(รวมJV) 8,634 ลบ. สูงขึ้น q-q โดยหลักมาจากคอนโด THE BASE Cherngtalay และ THE BASE Srichan Khonkaen ครบกำหนดโอนในไตรมาสนี้ คาดว่าจะช่วยให้ GPM ฟื้นตัวขึ้นตามจาก Product mix แนวโน้มกำไร สูงขึ้น q-q แต่ยังลดลง y-y ด้านปันผลให้ผลตอบแทนปันผลสูง คาดการณ์ปันผลปี 69 ที่ 0.13 บาท Dividend yield 8.97% สูงกว่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 8.5%









