KS Daily View 9 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,560-1,590 จุด สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมารุนแรง หนุน Brent +5.2% ระยะสั้นเก็งหุ้นพลังงานต้นน้ำ หรือรอย่อสะสมหุ้นปันผลดี วันนี้แนะนำ PTTEP, ADVANC
การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,576.25 ลดลง 27.88 จุด (-1.74%) แรงขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ไฟแนนซ์, ท่องเที่ยว และ ค้าปลีก แต่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 3,225 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ย่อตัวในกรอบ 1,560-1,590 จุด ภาพระยะสั้นยังโดนแรงกดดันหลักจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น จากคำกล่าวของ Donald Trump ว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านอาจสิ้นสุดลงแล้ว และกองทัพสหรัฐฯ ได้บุกโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยสหรัฐฯกล่าวว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือหลายลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา จากความกังวลดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ปิดที่ 78.02 เหรียญต่อบาร์เรล (+5.2%) กระตุ้นแรงเก็งกำไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำ นอกจากนี้เมื่อคืนยังมีการรายงานการประชุม FED รอบที่ผ่านมา พบว่า FED ยังมีความกังวลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น ขณะที่ความกังวลในตลาดแรงงานเริ่มลดลง โดยมองว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นจึงมีความเหมาะสม ซึ่งสะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยช่วงถัดไป สำหรับกลยุทธ์ในระยะสั้น จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
โดยอาจเก็งกำไรระยะสั้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ หรือรอย่อรับหุ้นปันผลดี โดยวันนี้แนะนำ PTTEP, ADVANC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ประธานาธิบดี Donald Trump ขู่เปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม พร้อมพิจารณากลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลและท่าเรืออิหร่าน หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นใกล้ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล และตลาดหุ้นโลกปรับตัวลงจากความกังวลว่าสงครามอาจขยายวงกว้าง ขณะที่อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ทันที และการเจรจาสันติภาพระหว่างสองฝ่ายถูกระงับชั่วคราว เราประเมินว่าภาพระยะสั้นจะกล้บมาเพิ่มแรงเก็งกำไรต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่เป็นลบต่อกลุ่มสายการบิน ขนส่ง และหุ้นที่อิงกำลังซื้อในประเทศจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
- กระทรวงคมนาคมชะลอการผลักดันโครงการ Land Bridge และร่าง พ.ร.บ. SEC ออกไปก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาและหาข้อสรุปราว 1 ปี ยืนยันว่าเป็นการทบทวนและปรับรูปแบบโครงการให้เหมาะสมกับบริบทโลกและความต้องการของพื้นที่ ไม่ใช่การยกเลิกโครงการ ถือเป็นโมเมนตัมเชิงลบเล็กน้อยต่อหุ้นธีม Land Bridge เช่นกลุ่มรับเหมา, วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น
- บอร์ด BOI อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร การบิน วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ AI Data Hosting และพลังงานหมุนเวียน พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ Data Center เพื่อพิจารณาด้านพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานสะอาดก่อนยื่นขอส่งเสริมการลงทุน โดยมีเป้าหมายรองรับการเติบโตของ AI และอุตสาหกรรมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ถือเป็นบวกต่อหุ้นในธีม Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น WHA, AMATA, WHAUP, GULF แม้กระบวนการอนุมัติอาจเข้มงวดขึ้น แต่ช่วยเพิ่มความชัดเจนและความยั่งยืนของการลงทุนระยะยาว
- รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ผ่านนโยบาย Healthcare Economy โดยใช้การส่งเสริมการลงทุน นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับไทยสู่การเป็น Medical Hub ระดับโลก ภายในงาน International Healthcare Week 2026 ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 1,200 บริษัทจากทั่วโลก และคาดดึงผู้เข้าร่วมงานกว่า 26,000 คน พร้อมสร้างโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุขภาพ ถือเป็นบวกในระยะยาวต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล รวมถึงกลุ่มเครื่องมือแพทย์และ Wellness จากโอกาสเพิ่มผู้ป่วยต่างชาติและการลงทุนด้านสุขภาพในระยะยาว
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
PTTEP: ราคาพื้นฐาน 152.00 บาท
- สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมารุนแรงอีกครั้ง หนุนราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้น คาดส่งผลเชิงบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงงานต้นน้ำ เช่น PTTEP
- คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทำจุดสูงสุดของปีที่ 2.66 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 97% YoY และ 125% QoQ จาก ASP ที่สูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
- คาดเงินปันผลระหว่างกาล 1H69 อยู่ที่ 4.5–4.8 บาท/หุ้น ซึ่งอาจช่วยหนุนราคาหุ้นได้ 3–10% ในระยะสั้น แต่ราคาหุ้นอาจกลับมาอ่อนตัวตามปัจจัยพื้นฐานของราคาน้ำมันดิบที่อ่อนแอลง
ADVANC: ราคาพื้นฐาน 385.34 บาท
- คาดกำไรปกติ 2Q26 อยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านบาท (+19.7% YoY, -1.8% QoQ) โดยกำไรปกติ 1H26 จะคิดเป็น 52.7% ของประมาณการทั้งปี และคาดจ่ายเงินปันผล1H26 ที่ 8.94 บาทต่อหุ้น
- มีมุมมองบวกเล็กน้อย ต่องบที่แข็งแกร่งใน 2Q26 และ 3Q26 อย่างไรก็ตาม คาดกำไรในช่วง 2H26 จะชะลอลง จากฐานกำไรที่สูง การสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่มีการประหยัดต้นทุนค่าคลื่นความถี่เพิ่มเติม
- คงราคาเป้าหมาย 385.34 บาท จาก 1) ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง 2) การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่มีการถ่วงดุลและกำกับดูแลกิจการที่ดีขึ้น
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพฤหัส ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน มิ.ย. ส่วนทางด้านสหรัฐฯ จับจาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.2 แสนตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.15 แสนตำแหน่ง, ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดที่ +0.9%MoM ลดลงจาก +3.2%MoM ในเดือนก่อนหน้า ทางฝั่งจีนติดตาม ดัชนี PPI ของจีน เดือน มิ.ย. คาดที่ +4.2%YoY จาก พ.ค. ที +3.9% และดัชนี CPI จีน มิ.ย. คาดที่ +1.1%YoY ลดลงจาก +1.2% ส่วน Core CPI จีน คาดทรงตัวที่ 1.1%
- วันศุกร์ ติดตามดัชนี PPI ของญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +6.8%YoY เพิ่มจาก +6.3%YoY ในเดือน พ.ค.









