บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Land and Houses (LH.BK/LH TB)*
ประมาณการ 2Q69F: กำไรจะลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ
Event
ประมาณการ 2Q69F และอัปเดตพรีเซล
Impact
พรีเซล 2Q69F จะฟื้นตัว QoQ
เราคาดพรีเซล 2Q69F ที่ 2.85 พันลบ. (+21% QoQ แต่ -37% YoY) มาจากโครงการแนวราบ 2.3 พันลบ. (+24% QoQ แต่ -48% YoY) กับโครงการคอนโดฯ 550 ลบ. (+11% QoQ และ +848% YoY) ปัจจุบัน ฝ่ายบริหารเลือกออกแคมเปญการตลาดเชิงรุกมากขึ้นเพื่อเร่งระบายสต็อกบ้านในแต่ละโครงการออกไปโดยเร็ว ส่งผลให้พรีเซล 1H69F คาดอยู่ที่ 5.2 พันลบ. (-36% YoY) โดยยอดขายโครงการแนวราบซบเซาที่ 4.2 พันลบ. (-44% YoY) สวนทางกับยอดขายคอนโด ฯ ที่พุ่งขึ้น 47% YoY ที่ 1 พันลบ. ทั้งนี้ พรีเซล 1H69F คิดเป็นราว 35% ของเป้าทั้งปีของบริษัท
กำไร 2Q69F อาจลดลง 47% YoY แต่ฟื้นตัว 5% QoQ อยู่ที่ 727 ลบ.
เมื่อเทียบ QoQ เราคาดว่ายอดโอนโครงการสร้างบ้านขายจะเพิ่มขึ้น 27% อยู่ที่ 2.7 พันลบ. ตามพรีเซลที่ฟื้นตัว ขณะที่ gross margin ใน 2Q69F ก็น่าจะฟื้นตัวที่ 18.5% จาก 1Q69 ที่ต่ำเพียง 13.3% ด้านรายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดว่าจะลดลง 10% QoQ และ 8% QoQ ตามลำดับเพราะเป็นช่วง low season หากเทียบ YoY กำไร 2Q69F น่าจะทรุดลงถึง 47% จากธุรกิจขายบ้านที่ยังอ่อนแอ (gross margin ต่ำกว่า 20%) และไม่มีรายการกำไรจากการขายสินทรัพย์มูลค่า 723 ลบ. เหมือนในปีก่อน ส่วนกำไรปกติ 2Q69F เราคาดจะโต 5% YoY จากรายได้ธุรกิจโรงแรมและบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (equity income) ที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเทียบ QoQ คาดว่ากำไรปกติจะเติบโต 13% จากธุรกิจขายบ้านฟื้นตัวดีหลังจากแตะจุดต่ำสุดใน 1Q69 แล้ว
กำไร 3Q69F ยังไม่น่าตื่นเต้น แต่ 4Q69F น่าจะเป็นจุดพีคของปี
เราคาดกำไร 3Q69F จะยังอ่อนแอจากโมเมนตัมยอดขายยังไม่ฟื้นตัว และธุรกิจโรงแรมเป็นช่วง low season ปัจจัยหนุนหลัก ๆ ใน 4Q69F ได้แก่ รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโด “วัน เวลา” มูลค่า 1.5 หมื่นลบ. (ปัจจุบันขายได้แล้ว 57%) คาดคิดเป็นมูลค่าการโอนราว 1.8 พันลบ. และคาดกำไรจากการขายสินทรัพย์ราว 750 ลบ.จากอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐฯ 1 แห่ง มูลค่าลงทุนรวม US$160ล้าน (ราว 5 พันลบ.) และโรงแรมในประเทศไทย 1 แห่ง มูลค่า 2.3 พันลบ. นอกจากนี้ มีการเปิดให้บริการโรงแรม Grand Centre Point Voyage Pattaya (494 ห้อง) ซึ่งกำหนดเปิด 1 ต.ค. 69
Valuation & Action
เราคาดกำไร 1H69F ที่ 1.4 พันลบ. (-36% YoY) คิดเป็นเพียง 17% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา ขณะนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569F ที่ 3.4 พันลบ. (+17% YoY) หนุนจากกำไรจากการขายสินทรัพย์และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ “วัน เวลา” (มูลค่า 1.5 หมื่นลบ.) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มองไปปีหน้า เราคาดกำไรปกติจะเติบโตต่ออีก 20% อยู่ที่ 4.1 พันลบ. จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ “วัน เวลา” ต่อเนื่องและได้ gross margin ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ เราคงราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 4.00 บาท (จากธุรกิจหลัก 1.00 บาทและธุรกิจการลงทุนอีก 3.00 บาท) โดยที่เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” LH
Risks
ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โอกาสมีนโยบายกระตุ้นจากภาครัฐ การให้สินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนสูงยืดเยื้อรวมทั้ง การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ








