ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
รีบาวด์แต่ยังเปราะบาง… ติดตามคำตัดสินศาลฯ กรณีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมินค่อนข้างมาก… ดัชนีฯ ปิดลบ 1.74% รับแรงกดดันจาก i) ปธน. สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ฉีก MoU ที่ลงนามหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน โดยอ้างว่าอิหร่านโจมตีเรือสินค้าหลายลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความตึงเครียดดังกล่าวคันราคาน้ำมัน WTI พุ่ง 3.36% และน้ำมันดิบดูไบพุ่งแรง ii) นักลงทุนสถาบันภายในประเทศยังปรับพอร์ตลดความเสี่ยง ก่อนหน้าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี พรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ รีบาวด์ แต่จิตวิทยาตลาดเปราะบาง… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวแคบๆ และถือว่าแข็งอยู่ ไม่ได้ตอบสนองเชิงลบกับประเด็นสหรัฐฯ – อิหร่านมากนัก ขณะที่บอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากรายงานการประชุมเฟด (FOMC minutes) ชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีความเสี่ยงทางขึ้นอยู่บ้าง และกรรมการเฟดเสียงแตกชัดเจน (บางคงมองดอกเบี้ยขึ้น บางคนมองดอกเบี้ยลง) ii) IMF ออกรายงานปรับ GDP growth ปี 2569 จาก 3.1% เหลือ 3.0% แต่สำหรับไทย IMF ปรับเพิ่ม GDP growth จาก 1.5% เป็น 1.9%
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสิน พรก. 4 แสนล้านบาท ซึ่งมุมมองกรณีฐานของเรา ได้แก่ น่าจะมีความจำเป็นเร่งด่วนในการสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภค และ GDP ผ่านการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทแรก อย่างไรก็ตาม แผนระยะยาวในการพัฒนาพลังงานสะอาดทั่วประเทศอาจจะไม่จำเป็นต้องอาศัย พรก. ฉุกเฉิน แต่อย่างใด
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร STA*, PTTEP*
STA (เป้า Consensus 21.9 บาท)* 1) ราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ลุ้นยืนเหนือค่ากลาง Bollinger band ประเมินแนวรับ 17.4 บาท / แนวต้าน 17.9 – 18.2 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 18.5 – 18.9 บาท (Stop loss 17.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มราคายางพาราจะเริ่มฟื้นตัวตามราคาน้ำมัน + ความเสี่ยงภาวะ El Niño เราประเมินราคายางพารามีแนวโน้มปรับขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน (ผลจากสงครามตะวันออกกลางเริ่มปะทุอีกครั้ง) และความเสี่ยงภาวะ El Niño ที่จะส่งผลต่อปริมาณอุปทานยางพารา ขณะที่อุปสงค์ยางพาราโดยเฉพาะยางล้อจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจาก i) ยอดขายรถ EV ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ii) การเปลี่ยนยางเก่าที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรถ EV ที่ต้องเปลี่ยนยางเร็วขึ้น 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.6 เท่า (ค่าเฉลี่ย 5 ปี +/-14 เท่า) โดย Consensus คาดปีนี้ Turnaround เป็นกำไรหลังขาดทุนในปีก่อน Dividend yield ปีละ 4.6%
PTTEP (เป้าพื้นฐาน 145 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วันมีโอกาสฟื้นตัว ประเมินแนวรับ 139 บาท / แนวต้าน 142 – 144.5 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-147 บาท (Stop loss 135 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเริ่มปะทุอีกครั้ง หนุนโอกาส Rebound ของราคาน้ำมัน เราประเมินสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซล่าสุด (อิหร่านโจมตีเรือขนส่งพลังงาน / สหรัฐฯโจมตีกลับ) ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI เริ่มฟื้นตัวยืนกลับมาเหนือ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล อีกครั้ง หนุน Sentiment การ Rebound ของหุ้น PTTEP* 3) Valuation ยังมี Upside PBV 1.05 เท่า / Dividend yield 7.5% ต่อปี (มีปันผลระหว่างกาลคาด Yield 3.8% ปกติขึ้น XD ช่วงกลางเดือน ส.ค.)
หุ้นมีข่าว
(+ กลุ่มโรงพยาบาล) ดัน ‘เฮลท์แคร์อีโคโนมี’ ปักหมุดไทยสู่ ‘เมดิคัลฮับ’ โลก (กรุงเทพธุรกิจ) นายกรัฐมนตรี เปิดงาน International Health Week 2026 รวม 4 งานยักษ์ด้านการแพทย์-สุขภาพ พร้อมประกาศดัน “Healthcare Economy” ผ่านการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ ขณะที่สธ.ร่วมจัดงานมหกรรมนวัตกรรม การแพทย์ สุขภาพ และความงาม ผลักดันไทย สู่ “Medical Hub” โลก
(+) MEDEZE ปักธงรายได้แตะ 1 พันล. ตั้ง ‘จีพีโอ เมดีซ เอ็มพาวเวอร์’ ลุยผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ (ข่าวหุ้น) MEDEZE มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 1,000 ล้านบาท หลังได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารเซลล์ (Cell Bank) เป็นจุดเปลี่ยนขับเคลื่อนธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจเซลล์รากผมยังเติบโตตามแผน ล่าสุดจับมือ “องค์การเภสัชกรรม” และ “เครตาน แอสโซซิเอท” จัดตั้ง “จีพีโอ เมดีซ เอ็มพาวเวอร์” ลุยผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ ลดนำเข้า ปูทางสู่ Medical Hub
(- กลุ่มโรงไฟฟ้า) ‘เอกชน’ ค้านฉีกสัญญา PPA เสนอเปิดขายไฟตรงแก้ปม (ข่าวหุ้น) รัฐลุยรื้อสัญญา PPA พลังงานหมุนเวียน! หันรับซื้อโซลาร์เหลือ 2.16 บาทต่อหน่วย ยกเลิกต่อสัญญากรณีอัตโนมัติ หวังลดภาระค่าไฟประชาชน โรงไฟฟ้าหมด Adder-ครบอายุสัญญา ถูกปรับเงื่อนไขใหม่ทั้งหมด ด้านภาคเอกชนค้านแรง! เสนอคงสัญญาเดิม ดันเปิด Direct PPA ป้อน Data Center-อุตสาหกรรม เตือนรัฐเจรจาก่อนแก้สัญญา ชี้ หากยกเลิก PPA ฝ่ายเดียว เสี่ยงเปิดศึกฟ้องร้องเอกชน กระทบความเชื่อมั่นการลงทุนทันที
(+) AWC จับมือ ยูนิเวอร์แซล ดันท่องเที่ยว (ไทยโพสต์)* AWC* เดินหน้าผนึก Universal Destinations & Experiences เตรียมพัฒนาประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจในระยะยาว
(+) KJL โกยออเดอร์เมกะเทรนด์ ส่งซิกดาต้าเซ็นเตอร์มาแรง (ทันหุ้น) KJL เร่งเครื่องลุยเมกะเทรนด์! ปักธงรายได้ปี 2569 โต 12-17% แตะ 1.32 พันล้านบาท ชู Data Center, AI, พลังงานสะอาด และ EV เป็น New S-Curve พร้อมเดินเกม “KJL Everywhere” ขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ เสริมแกร่งบริการ “สั่งเช้า ได้บ่าย” มั่นใจมาร์จิ้นแกร่ง 28-32%
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: STECON* (Trailing stop 17.4 บาท) BGRIM* (Trailing stop 17.7 บาท) KBANK* (Trailing stop 221 บาท) KTB* (Trailing stop 38 บาท)
-
SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.2 บาท / แนวต้าน 3.30 – 3.44 บาท (Trailing stop 3.2 บาท)
-
ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.3 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.65 บาท (Stop loss 6.3 บาท)
-
ALT (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.7 บาท / แนวต้าน 1.79 – 1.90 บาท (Stop loss 1.68 บาท)
-
ITC (เป้า Consensus 19.86 บาท) แนวรับ 16.1 บาท / แนวต้าน 16.8 – 17.2 บาท (Stop loss 16.1 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
-
MAGURO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 21 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 37 ล้านบาท (+14% YoY +7% QoQ) และคาดแนวโน้มกำไรจะโตต่อเนื่องใน 2H69
-
CPALL แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 59 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 7.4 พันล้านบาท (+9% YoY -16% QoQ) โดยผลการดำเนินงานธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังโตเด่น แต่ถูกถ่วงด้วยผลการดำเนินงานของ CPAXT ที่คาดชะลอตัว
-
LH แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 4 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 727 ล้านบาท (+5% QoQ -47% YoY) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 จะยังชะลอตัวจากยอดขาย (Presale) ธุรกิจอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัว และธุรกิจโรงแรมเริ่มเข้า Low season แต่คาดกำไร 4Q69 จะฟื้นตัวเป็นจุดสูงสุดของปีนี้จากการขายสินทรัพย์ตามแผนและการเริ่มโอนคอนโดใหม่ (Wanvayla) มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท
-
QH แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 1.15 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 392 ล้านบาท (-15% QoQ +17% YoY) ประเมินธุรกิจอสังหาฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก บ.ย่อยที่ชะลอลง จึงยังคงแนะนำ “ขาย” และคงราคาเป้าหมาย 1.15 บาท
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








