บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
C.P. All (CPALL.BK/CPALL TB)*
ประมาณการ 2Q69F: ธุรกิจ CVs น่าจะยังใช้ได้
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ CPALL ใน 2Q69F จะอยู่ที่ 7.4 พันล้านบาท (+9% YoY, -16% QoQ) เพราะผลการดำเนินงานที่ดีของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะหักล้างไปบางส่วนกับผลประกอบการที่อ่อนแอของ CP Axtra (CPAXT.BK/CPAXT TB) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) และ คิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
คาดว่า same-store-sales growth จะเป็นบวกในไตรมาสที่สอง
ถึงแม้ว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะเผชิญกับอุปสงค์ที่แผ่วลงในเดือนมิถุนายนเพราะได้รับผลกระทบจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 แต่อุปสงค์ที่แข็งแกร่งในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมจากการที่หน้าร้อนมาเร็ว, อุณหภูมิที่สูง และ มีช่วงวันหยุดน่าจะมีน้ำหนักมากกว่า และ หนุนให้ same-store-sales growth ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อเป็นบวกใน 2Q69 ที่ +0.5% (จาก -0.8% ใน 2Q68 และ +1.9% ใน 1Q69) ในขณะเดียวกัน คาดว่ามีการเปิดสาขาเพิ่มอีกประมาณ 100 ร้านในไตรมาสนี้ จากที่บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มสาขาใหม่ 700 ร้านในปีนี้
Margin ของสินค้าน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เราคาดว่า margin ของสินค้าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10bps YoY จากการคัดสินค้า อย่างเช่น อาหารพร้อมทาน และ เครื่องดื่มพร้อมดื่ม อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT จะเป็นตัวถ่วง และ ฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q69 ลดลงเป็น 22.3% (-50bps YoY, -40bps QoQ) เราคาดว่าแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งได้แก่ต้นทุน logistics (~2% ของยอดขาย) และ ต้นทุนสาธารณูปโภค (~2% ของยอดขาย) จะกระทบกับ SG&A ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 21.1% (จาก 20.5% ใน 2Q68 และ 19.8% ใน 1Q69)
ยังมีความไม่แน่นอนรออยู่ข้างหน้า แต่คาดว่ากำไรจะมีส่วนรองรับอยู่บ้าง
เรามองว่าอุปสงค์ในระยะต่อไปยังเป็นประเด็นท้าทาย เนื่องจากเข้าหน้าฝน และ จะได้รับผลกระทบจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เต็มไตรมาส บวกกับความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้น เราคาดว่าการวางจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องจะช่วยดึงลูกค้าเข้าร้าน และ หนุนให้ margin เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนการเงินมีแนวโน้มจะลดลงได้หลังจากที่มีการ refinance หุ้นกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะช่วยรองรับผลกระทบเชิงลบดังกล่าวข้างต้นไปได้บางส่วน ทั้งนี้ เรามองว่าประมาณการกำไรเต็มปีของเรามี downside จำกัด
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ไว้ที่ 59.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -2.0 S.D) ถึงแม้จะยังมีความไม่แน่นอนรออยู่ข้างหน้า แต่เรามองว่าความเสี่ยงน่าจะจำกัดโดยยังมีส่วนรองรับอยู่ เราคาดว่าราคาหุ้นมี downside จำกัด เพราะ PER อยู่ที่ 14.0X (คิดเป็นประมาณ1.5 S.D ค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเอง และ ต่ำกว่า -2.0 S.D. ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก) ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาร้านได้ช้ากว่าที่คาดไว้, disruption จากเทคโนโลยีใหม่, ถูกยกเลิกเครื่องหมายการค้า 7-Eleven, ความเสี่ยงด้าน







