บล.พาย:

AEONTS: Aeon Thana Sinsap (Thailand) PCL

สินเชื่อ และ NIM ลด กดดันกำไรใน 1Q26

ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” (เดิม ซื้อ) เพื่อรับเงินปันผล ปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 108 บาท (เดิม 106 บาท) จากการปรับลดสำรองหนี้ฯลง ส่งผลให้กำไรเติบโตสูงขึ้น ประเมินด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 11%, Long term growth 2%) อิงกับ 0.9x PBV’26E และ 8.5x PE’26E AEONTS รายงานกำไรสุทธิใน 1Q26 ที่ 793 ล้านบาท (+3% YoY, -14% QoQ) ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวที่ 5.6% แม้มองว่าสำรองหนี้ฯ มีแนวโน้มลดลงส่วนหนึ่งจากการกลับสำรองที่ได้ตั้งเพิ่มพิเศษในปี 2025 แต่เพราะสินเชื่อ และ NIM อ่อนแอลง คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตชะลอตัวที่ 1.7%/2.5% ในปี 2026-27 (2025: +8.2%) โดยคาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 5.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 5.3% ในปี 2026-27

กำไรสุทธิใน 1Q26 เติบโต YoY แต่ลดลง QoQ

  • กำไรสุทธิใน 1Q26 (1 มี.ค. 2025 – 31 พ.ค. 2026) อยู่ที่ 793 ล้านบาท (+3% YoY, -14% QoQ) กำไรเพิ่มขึ้น YoY หนุนจาก 1) รายได้จากการติดตามหนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้น 2) รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น และ 3) สำรองหนี้ฯ ลดลงส่วนหนึ่งจากการกลับสำรองเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุอุทกภัยในภาคใต้ในปลายปี 2025ขณะที่กำไรลดลง QoQ กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจากสินเชื่อลดลง และ NIM อ่อนตัวลง และรายได้จากการติดตามหนี้สูญรับคืนลดลง

  • NIM ลดลงที่ 17.3% (-34 bps YoY, -23 bps QoQ) เพราะอัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลง

  • สินเชื่อลดลงต่อเนื่อง 0.9% QoQ จากสินเชื่อบัตรเครดิต และบุคคลลดลงเพื่อการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุมในภาวะเศรษฐกิจผันผวน และภาระหนี้ครัวเรือนสูง

  • คุณภาพสินเชื่อ หนี้เสียทรงตัว แต่เพราะฐานสินเชื่อที่ลดลง ทำให้ NPL ratio ทรงตัวที่ 5.6% และ Coverage ratio ลดลงที่ 168.7% ขณะที่ Stage 2 ratio เพิ่มขึ้นเป็น 2.9%

ปรับลดสำรองหนี้ฯ ลง แต่กำไรยังมีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2026-27

  • เราปรับลดสมมติฐาน Credit cost ลงเหลือ 8% ในปี 2026-27 (เดิม 8.6%) จากสำรองหนี้ฯ ใน 1Q26 ที่ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ดีมองว่าสินเชื่อมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง -1.4%/-0.5% และ NIM ลดลงเหลือ 17.3% ในปี 2026-27 ตามลำดับ โดยคาดกำไรสุทธิจะขยายตัวชะลอตัว +1.7%/2.5% YoY ในปี 2026-27 ส่งผลให้ ROE มีแนวโน้มลดลงที่ 11.2%/10.7% ในปี 2026-27

  • คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 5.50 บาท ในปี 2026-27 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 5.3%

  • ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 2.5 ล้านหุ้น ประมาณ 1% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ระหว่างวันที่ 20 เม.ย. ถึง 19 ต.ค. 2026 เมื่อรวมจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนในครั้งที่ 2 นี้ จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนไว้แล้วทั้งหมดสะสมรวมจำนวน 5 ล้านหุ้น คิดเป็น 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด

- Advertisement -