บล.กสิกรไทย:

กลุ่มโรงพยาบาล Wellness สร้างโอกาสเติบโตให้ รพ.

การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์กำลังต่อยอดสู่การเติบโตของธุรกิจเวลเนส

โอกาสในธุรกิจสุขภาพของไทยกำลังเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเวลเนสและ Scientific Wellness ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าบริการที่เน้นการรักษาโรคอย่างเดียว แต่ละหน่วยงานมีการประเมินมูลค่าตลาดแตกต่างกัน โดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจคาดวตลาด Wellness โลกจะเติบโตจาก 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2566 เป็น 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2570 ขณะที่ตลาดไทยจะเติบโตจาก 3 แสนลบ. เป็น 7 แสนลบ. Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่าบริการ Wellness เฉพาะบุคคลและความงามมีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุด

การเปลี่ยนแปลงสู่ Scientific Wellness เพิ่มความได้เปรียบให้โรงพยาบาล

Scientific Wellness จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางการแพทย์ หลักฐานทางคลินิก การวินิจฉัยที่ถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ ส่งผลให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงได้เปรียบมากกว่าคลินิกขนาดเล็กหรือผู้ให้บริการ Wellness แบบเฉพาะทาง โดยเฉพาะในบริการที่มีมูลค่าสูง เช่น ศัลยกรรมความงามและโปรแกรมชะลอวัย

ลูกค้าต่างชาติเป็นเป้าหมายหลักในการสร้างรายได้จากธุรกิจ Wellness

ตลาด Wellness ของไทยดูเหมือนจะพึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ชาวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 10 เท่า นอกจากนี้ ส่วนแบ่งตลาด Wellness ของไทยในตลาดโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีโอกาสเติบโต

เราเชื่อว่าการพัฒนาของธุรกิจ Wellness จะช่วยหนุนการเติบโตของบริการสุขภาพ

โดยธุรกิจโรงพยาบาลอยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และความน่าเชื่อถือ และขยายตัวเข้าไปใน Wellness รูปแบบอื่นที่เกี่ยวเนื่อง ในบรรดาหุ้นที่เราวิเคราะห์อยู่ BDMS ดูมีความพร้อมมากที่สุดจากองค์ความรู้ เครือข่าย และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

เราคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม รพ. โดย PR9 ยังคงเป็นหุ้นเด่น

จากกลยุทธ์การมุ่งเน้นการรักษาโรคซับซ้อน มูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง และ upside ต่อเงินปันผล ความเสี่ยงขาขึ้น ได้แก่ การฟื้นตัวของผู้ป่วยจากคูเวต กัมพูชา และจีน รวมถึงการบริหารเงินทุน ความเสี่ยงขาลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าคาด และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ

- Advertisement -