KS Daily View 13.07.2026 >>> SET เริ่มเข้าสู่ช่วงรายงานงบ 2Q69 กรอบ ตะวันออกกลางยังวุ่นวาย SET วันนี้ 1,610 – 1,630 จุด แนะนำ KCE, SCGP

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET แกว่งในกรอบ 1,600-1,640 จุด โดยโมเมนตัมตลาดยังเป็นบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 7 วันทำการที่ผ่านมา หนุนจาก 1) การเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งช่วยเพิ่ม Upside ต่อเศรษฐกิจไทย 2) เสถียรภาพทางการเมืองระยะสั้นที่ยังนิ่ง 3) ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าช่วยเพิ่มความน่าสนใจต่อเงินทุนต่างชาติ และ 4) แนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่มีโอกาสดีกว่าคาด ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ในประเด็นมาตรา 301 และ 122 ซึ่งหากออกมาเป็นบวกจะเป็นแรงหนุนต่อหุ้นส่งออก รวมถึงการพรีวิวผลประกอบการกลุ่มพลังงาน ขณะที่ต่างประเทศติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการแถลงนโยบายการเงินของประธาน FED ในวันที่ 14-15 ก.ค. โดยกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นหุ้นที่คาดกำไรเติบโตดี,หุ้นปันผล และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากธีม Data Center โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ KCE, SCGP, BGRIM และ KTB

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,621.55 จุด +0.82% แรงซื้อในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, นิคมฯ และธนาคาร ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,610–1,630 จุด ปัจจัยภายนอกยังต้องจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังคงมีความวุ่นวาน เป็นแรงกดดันสั้น ขณะที่ในประเทศเริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ ดังนั้นกลยุทธ์เน้นย่อสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรขยายตัวแข็งแกร่ง โดยสำหรับวันนี้แนะนำ KCE, SCGP

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่สาม เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ “จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม” และระบุว่าจะไม่อนุญาตให้เรือผ่านจนกว่าการแทรกแซงจากต่างชาติจะยุติลง ส่งผลให้ความหวังต่อการเจรจาสันติภาพระยะยาวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลกและราคาน้ำมันในระยะสั้นถือเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับขึ้น แต่เป็นลบต่อกลุ่มสายการบิน ขนส่ง และผู้ใช้พลังงานสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
  • ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. เพื่อเจรจาประเด็นมาตรา 301 และ 122 โดยมีเป้าหมายลดภาษีนำเข้าสินค้าไทยจาก 12.5% เหลือ 10% พร้อมชี้แจงข้อกังวลเรื่องการเป็นทางผ่านสินค้าจีนและแรงงานบังคับ ขณะที่ไทยยืนยันจุดยืนไม่ลดมาตรฐานสารเร่งเนื้อแดงและไม่ยอมรับข้อจำกัดด้านการค้ากับประเทศคู่ค้าอื่น โดยเตรียมเสนอสินค้าขอยกเว้นภาษี 6 กลุ่ม เช่น ข้าวหอมมะลิ โดยหากการเจรจาประสบความสำเร็จจะเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ อาหาร และยางพารา (KCE, DELTA, STA, TU) จากความสามารถในการแข่งขันด้านภาษีที่ดีขึ้น
  • ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. 2569 ปรับขึ้นสู่ 88.2 จาก 84.7 ในเดือนก่อน นับเป็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ รวมถึงโครงการ “Thailand Fastpass” ที่เร่งให้เกิดการลงทุนจริงแล้วกว่า 2.23 แสนล้านบาท ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นสู่ 94.5 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ถือเป็นบวกต่อหุ้น Domestic Play และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น CPALL, CRC, HMPRO รวมถึงกลุ่มนิคมฯ และวัสดุก่อสร้างอย่าง AMATA, WHA, SCC จากแนวโน้มการลงทุนที่เร่งขึ้น
  • ธปท.อยู่ระหว่างจัดทำเกณฑ์กำกับธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) หลังพบการเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มกระทบวินัยการเงินของกลุ่มเยาวชน โดยคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นภายในปีนี้และอาจมีบางมาตรการเริ่มบังคับใช้ได้ทันที แม้การกำกับดูแลจะมีความซับซ้อนจากรูปแบบธุรกิจและผู้ให้บริการที่หลากหลาย รวมถึงหลายแพลตฟอร์มไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับโดยตรงของ ธปท. มองว่าระยะสั้นอาจกดดันผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มผ่อนชำระ

Daily pick

KCE: ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท

  • ต้นทุนลด–มาร์จิ้นฟื้นตัวแรง หลังราคาน้ำมันลดลงช่วยกดต้นทุนสารเคมี ขณะที่การปรับขึ้น ASP 10-15% ตั้งแต่กลางปี 2569 หนุน GPM ฟื้นจาก 18% ใน 1H69 สู่มากกว่า 25% ใน 2H69
  • อุปสงค์ PCB เข้าสู่วัฏจักรฟื้นตัวชัดเจน ไม่ได้จำกัดเฉพาะ AI โดยคำสั่งซื้อ PCB ทั่วไปและ AI เติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ Book-to-Bill ของอเมริกาเหนือแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี สะท้อนอุปทานตึงตัวและBacklog ที่เพิ่มขึ้น
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 45 บาทValuation ยังน่าสนใจกว่าหุ้นอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นในกลุ่มเดียวกัน

SCGP: ราคาพื้นฐาน 32.50 บาท

  • คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 2.0 พันลบ. (+100%YoY, +29% QoQ) ได้แรงหนุนจาก Fajar พลิกกลับมามีกำไร และอุปสงค์ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวหลังผ่านช่วงวันหยุดยาว
  • คาดกำไร 3Q69 ยังโต YoY แต่ชะลอ QoQ แม้ Fajar ยังหนุนผลประกอบการ แต่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท พร้อมเดินหน้าลงทุน 1 หมื่นล้านบาท เน้นขยายธุรกิจในเวียดนามและอินโดนีเซียเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. ส่วนฝั่งสหรัฐฯจับตา ดัชนี US CPI เดือน มิ.ย. คาดที่ +3.8%%YoY ลดลงจาก +4.2%YoY ในเดือน พ.ค., ดัชนี US Core CPI เดือน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ระดับ +2.9%YoY, Kevin Warsh แถลงนโยบายการเงินกลางปีต่อสภาผู้แทนราษฎร ส่วนฝั่งจีนจับตา ยอดส่งออกจีน เดือน มิ.ย. คาด +19.2%YoY ลดลงจาก +19.4%
  • วันพุธ ติดตาม คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ จะเดินทางไปสหรัฐฯ วันที่ 15-17 ก.ค. เพื่อเจรจาแก้ปัญหาการไต่สวนตามมาตรา 301 และ 122 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าไทย ส่วนสหรัฐฯ เกาะติดดัชนี US PPI เดือน มิ.ย. คาดที่ +6.2%YoY ลดลงจาก เดือน พ.ค. ที่ +6.5%YoY, ดัชนี US Core PPI เดือน มิ.ย. คาดที่ +5.2%YoY เพิ่มขึ้นจาก +4.9% ในเดือนก่อนหน้า, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US, Kevin Warsh แถลงนโยบายการเงินกลางปีต่อวุฒิสภาฯสหรัฐฯ ส่วนยูโรโซนจับตาผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน เดือน พ.ค. คาดที่ +0.3%MoM และจีนติดตาม GDP 2Q26 ของจีน คาดที่ +4.5%YoY ลดลงจาก +5%YoY
  • วันพฤหัส ติดตามยอดค้าปลีก US เดือน มิ.ย. คาดที่ +0.3%MoM ลดลงจาก +0.9% ในเดือน พ.ค. และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.17 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.15 แสนราย
  • วันศุกร์ ติดตามยอดการเริ่มสร้างบ้าน US เดือน มิ.ย. คาด +12.5%MoM พลิกจาก -15.4%MoM ในเดือน พ.ค., ยอดใบอนุญาตก่อสร้าง US เดือน มิ.ย. -0.7%MoM จาก -0.9% ในเดือน พ.ค., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US คาด +0.2%MoM จาก +0.1%, ดัชนีความเชื่อมั่น US จาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ค. คาดที่ 51.0 ขึ้นจาก 49.5 ในเดือน มิ.ย. และฝั่งยุโรปเกาะติดดัชนี CPI ของยูโรโซน มิ.ย. คาดที่ +2.8%YoY
- Advertisement -