ภายนอกสร้างกังวล หวังแรงจากภายใน // 1,610–1,630

คาด SET Index แกว่งตัว Sideways: แรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่ออุปทานพลังงานโลก และมีแนวโน้มเป็นปัจจัยที่เพิ่มความ Hawkish ให้แก่เฟด ประกอบกับ SET Index มี Valuation ที่ตึงตัว หากแต่ยังมีแรงหนุนจากการเก็งงบ 2Q69 และความหวังมาตรการรัฐ

กลยุทธ์การลงทุน

  1. เก็งงบ 2Q69: BAY, BBL, CPALL, DELTA, HANA, KBANK, KCE, KKP, KTB, KTC, MTC, SAWAD, SCB, STECON, TISCO, TTB

  2. หวังโครงการ/มาตรการรัฐ: AMATA, BJC, CK, CPN, CRC, ERW, GLOBAL, GUNKUL, GULF, HMPRO, MRDIYT, THANI, TIDLOR, WHA

  3. พลังงาน: BCP, PTT, PTTEP, PTTGC, SPRC, TOP

  4. Valuation play: AP, ROJNA, SC, SIRI, SPALI

(Valuation play คัดเลือกโดยใช้ ScoreSight โดยพิจารณาจากหุ้นที่มีทั้ง Total score และ Sub score ด้าน Valuation รวมถึงคะแนนย่อยด้าน PE และ PBV มากกว่า 60)

  • อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ: คาด Sentiment เชิงลบมาจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มส่งผลต่ออุปทานพลังงานโลก สะท้อนจากราคาน้ำมัน WTI (Spot) เช้านี้ ซึ่งเปิดที่ $73.28 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ $71.44 ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีกำหนด นอกจากนี้ยังมีการโต้ตอบกันไปมาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยสหรัฐฯแถลงว่าได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกระลอก หลังอิหร่านยิงถล่มเรือบรรทุกสินค้าขณะเล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ และในวันอาทิตย์ Press TV ยังรายงานว่าอิหร่านยังคงตั้งเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯหลายระลอกทั่วตะวันออกกลางโดยเสี่ยงโซนเตือนภัยขีปนาวุธในบาห์เรน ประกอบกับ UAE และกาตาร์ถูกโจมตีเช่นกัน ทั้งนี้ ภาพความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกข้างต้นยังนำมาสู่ความกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการกลับสู่เป้าหมายที่ 2% และส่งผลให้เฟดอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างเฝ้างวดในช่วงที่เหลือของปี

  • Valuation เริ่มตึงตัวและรอติดตามปัจจัยสัปดาห์นี้: นอกจากนี้ คาดนักลงทุนไม่รีบเปิดรับสถานะเสี่ยงต่อตลาดหุ้นไทย ท่ามกลาง Valuation ของ SET Index ที่นับว่าตึงตัว สอดรับกับ Forward P/E ซึ่งอยู่ที่ 16.6x ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังนับตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1x ประกอบกับระดับของ Index ยังอยู่ใกล้กับระดับเป้าหมายปี 2569 ของเราที่ 1,630 จุด อีกทั้ง เรามอง SET Index ยังขาด Catalyst ใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความ Bullish และในสัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยมหภาคที่สำคัญให้ติดตาม อาทิ การเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะ GDP2Q69 การแถลงของ ปธ.เฟดต่อสภาคองเกรส และการเผย CPI เดือน มิ.ย.69 ของสหรัฐฯ เป็นต้น

  • หวังพลังแก๊งงบ 2Q69 และหวังมาตรการรัฐเพิ่มเติม: อย่างไรก็ตาม มองทางลงจำกัด โดยคาดแรงหนุนมาจากทำการเก็งงบ 2Q69 สอดรับกับที่ Bloomberg Consensus คาดว่า EPS ในไตรมาสข้างต้นจะเติบโต 20.6% y-y และ 46.6% q-q ประกอบกับสัปดาห์นี้จะเริ่มมีการเผยงบของกลุ่มธนาคาร ซึ่งเราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิใน 2Q69 จะเติบโต 12.9% y-y และ 10.9% q-q นอกจากนี้ คาด SET Index จะได้แรงหนุนจากความหวังว่าภาครัฐจะเร่งดำเนินโครงการ/มาตรการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังศาลรธน.ชี้ว่าพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรธน.

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

  • (+) โฆษกสำนักนายกฯเผยไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก สะท้อนจาก IMF ที่จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้

  • (+) VISA เผยรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 พบว่าปัจจุบันมูลค่าการใช้จ่ายข้ามพรมแดนของผู้บริโภคต่างชาติในไทยเติบโต 14% y-y สะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวไทยและความเชื่อมั่นของนักเดินทางจากทั่วโลก

  • (+) รองโฆษกสำนักนายกฯเผย 1H69 มีคณะถ่ายทำต่างประเทศขออนุญาตถ่ายทำกับกรมการท่องเที่ยว 302 เรื่อง สร้างมูลค่าการลงทุนในไทย 4,025 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขข้างต้นคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการลงทุนตลอดทั้งปี 2568

  • (+) นายกฯไทยและนายกฯมาเลเซียเป็นปธ.พิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

Picks of the day

ERW BUY

  • เป้าหมาย: 3.12 / 3.22 แนวรับ: 2.90 / 3.00

  • มหกรรมนานาชาติหนุนท่องเที่ยวไทย 2H69: การจัดมหกรรมนานาชาติต่อเนื่องตั้งแต่ ก.ย. ถึง ธ.ค. 69 ได้แก่ Gastech, IMF-World Bank, มหกรรมพืชสวนโลก, BTS World Tour และ Tomorrowland Thailand โดยเราเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติจำนวนมาก ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occ. Rate) ปรับตัวสูงขึ้นขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้สามารถปรับขึ้นราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ในช่วงที่ความต้องการมีมากเป็นผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) มีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปกติ
  • เทศกาลเวิลด์คลาสหนุนผลประกอบการ: เราเชื่อว่า ERW เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์ ในงาน Tomorrowland Thailand ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีระดับเวิลด์คลาสที่จะจัดขึ้นในจังหวัดชลบุรี เนื่องจากมีโรงแรม 4 แห่ง ได้แก่ Holiday Inn, Mercure, ibis และ Hop Inn โดยโรงแรม 3 แห่งแรกเข้าร่วมแพ็กเกจจำหน่ายบัตรเข้าชมงานคู่กับห้องพัก ซึ่งปัจจุบันบัตรเข้าร่วมเทศกาลจำหน่ายหมดอย่างเป็นทางการ สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ก่อนวันจัดงานสนับสนุนแนวโน้ม Occ. Rate, RevPAR และ ARR สูงขึ้น

STECON BUY

  • เป้าหมาย: 19.80 / 20.50 แนวรับ: 17.80 / 18.40

  • โอกาสใหญ่: บจก. เอเชีย เอราวัน ยื่นหนังสือถึง รฟท. เพื่อขอใช้สิทธิ์ยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีมูลค่าโครงการ 2.24 แสนลบ. เรามองเป็นโอกาสเชิงบวกต่อกลุ่ม UTA ที่ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาอยู่ ซึ่งหากได้ทำโครงการเมกะโปรเจคที่เชื่อมต่อกัน จะช่วยให้การบริหารและการวางแผนก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน STECON มี Backlog ระดับ 1.2 แสนลบ. หากสามารถรับโครงการมาพัฒนาได้ จะทำให้ Backlog เพิ่มมากกว่าเท่าตัว และ BTS เองยังมีกลุ่มเงินทุนในVGI เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแผนธุรกิจใหม่อยู่ในมือ
  • STECON งบเด่นใน 2Q69: STECON กำไรปีนี้จะโดดเด่นที่สุดใน 2Q69 เบื้องต้นประเมินกำไร ±850 ลบ. +74%y-y +155%q-q จากปันผลของ GULF ที่เข้ามาสูงถึง 736 ลบ. ส่วนรายได้ก่อสร้างสูงขึ้นกว่าไตรมาสแรกที่เป็นฐานต่ำตามปัจจัยฤดูกาล
- Advertisement -