ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

มีโอกาสบวกต่อ… พันด์โฟลว์ยังแรง และตลาดไม่กลัวข่าว ตอ. กลางมากนัก

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวต่อ (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.82% โดยมีแรงหนุนจาก i) มุมมองต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย น่าจะแข็งแกร่งขึ้นในปี 2570 หลัง IMF ออกรายงาน World Economic Outlook ฉบับล่าสุด มอง GDP growth ไทยปี 2569 และ 2570 ที่ 1.9% และ 2.2% ตามลำดับ ii) พันด์โฟลว์เข้าตลาดหุ้นไทยยังแรง สัปดาห์ที่แล้ว ต่างชาติซื้อสุทธิสะสม 1.58 หมื่นล้านบาท และนับจากต้นเดือน ก.ค. ซื้อสุทธิสะสม 2.85 หมื่นล้านบาท

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ ไซด์เวย์ / บวกกรอบแคบ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดการเงินโลก ไม่ได้ตอบสนองมากนักต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งน่าจะเป็นเพราะข่าวการเปิด/ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ชัดเจน ฝั่งอิหร่านประกาศปิดแต่ฝั่งสหรัฐฯ แถลงว่าช่องแคบยังเปิดปกติ ส่งผลให้เครื่องชี้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้แย่มาก ii) นักลงทุนส่วนใหญ่รอดูข่าวสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในวันที่ 14 ก.ค. ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือน มิ.ย. และการแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh ต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… สัปดาห์นี้ ที่ประชุม ครม. จะสรุปจำนวนผู้ขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ ซึ่งล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแสดงสิทธิรับบัตรดังกล่าวถึง 19 ล้านคน สูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลมองไว้ที่ 13.2 ล้านคน ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ มองว่าจะเป็นอัพไซด์ของการใช้จ่ายบริโภคในไตรมาส 3/2569 หากรัฐบาลจัดหางบประมาณให้กับผู้ขอรับสิทธิทั้ง 19 ล้านคน

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร BBGI, MOSHI*, STA*

BBGI (เป้าพื้นฐาน 5.45 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway ฟื้นตัว มีโอกาส Break ผ่านแนวต้าน Neck-line ประเมินแนวรับ 4.3 บาท / แนวต้าน 4.44 – 4.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 4.7 บาท (Stop loss 4.18 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q – 3Q โตเด่นรับไบโอดีเซล บี7 และ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันโลกที่ฟื้นตัว เราประเมินแนวโน้มกำไรใน 2Q69 จะโตเด่นรับอานิสงส์การปรับมาใช้ไบโอดีเซลบี7 และการต่ออายุมาตรการไบโอดีเซลบี7 ไปถึง ก.ย.69 จะหนุนปริมาณการใช้ไบโอดีเซลไปยัง 3Q69 เป็นอย่างน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันโลกฟื้นตัว จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มปะทุอีกครั้งหนุน Sentiment บวก 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 12.2 เท่า (-1 SD) Dividend yield ปีนี้คาดไว้ที่ 5.5%

MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Break กรอบ Sideway ขึ้นมา คาดแกว่งตัวในกรอบ Uptrend channel ประเมินแนวรับ 38.5 บาท / แนวต้าน 40 – 42 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 45 บาท (Stop loss 37.5 บาท) 2) ประเมินความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัว หนุนสินค้า Lifestyle เช่น สกุชชี่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ล่าสุด ฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เราประเมินเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้า Lifestyle ขณะที่คาด Sentiment บวกจากกระแสสินค้า Lifestyle อย่าง “สกุชชี่” รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 17.2 เท่า (ยังต่ำกว่า -1 SD ที่ราว 18.3 เท่า)

STA* (เป้า Consensus 21.9 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ลุ้นยืนเหนือค่ากลาง Bollinger band ประเมินแนวรับ 17.7 บาท / แนวต้าน 18.3 – 18.7 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป 18.8 – 19.1 บาท (Stop loss 17.4 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มราคายางพาราฟื้นตัว + ความเสี่ยงภาวะ El Niño เราประเมินราคายางพารามีแนวโน้มฟื้นตัว ได้ Sentiment หนุนจากราคาน้ำมันโลกที่ฟื้นตัว รวมทั้งความเสี่ยงภาวะ El Niño ที่จะส่งผลต่อปริมาณอุปทานยางพารา ขณะที่อุปสงค์ยางพาราโดยเฉพาะยางล้อจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจากยอดขายรถ EV ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.8 เท่า (ค่าเฉลี่ย 5 ปี +/-14 เท่า) โดย Consensus คาดปีนี้ Turnaround เป็นกำไรหลังขาดทุนในปีก่อน Dividend yield ปีละ 4.5%

หุ้นมีข่าว

(+) BCH* จ่อรับทรัพย์ก้อนใหม่ รัฐหันมาใช้ประกันสุขภาพ (ทันหุ้น) BCH* ชี้ รพ.เอกชน จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการที่รัฐบาลจะเปลี่ยนมาจากระบบสวัสดิการ การรักษาพยาบาล มาเป็นระบบประกันสุขภาพ แทนสวัสดิการ ชี้ทำให้กลุ่มข้าราชการและผู้ร่วมใช้สิทธิ์ เข้า รพ. เอกชนได้โดยตรง ถือเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหม่และโอกาสทองของ BCH ที่มีรายได้จากลูกค้าประกันสุขภาพอยู่ทีประมาณ 25-30%

(+) PLANB* ปีนี้รายได้เกิน 10% บันทึก VGI-Hello LED เต็มปี (ข่าวหุ้น) PLANB* ลั่นปี 69 รายได้โต 2 หลักหรือไม่น้อยกว่า 10% จากการรับรู้รายได้เต็มปีของ VGI และ Hello LED ผลงานครึ่งปีแรกสดใส แย้มไตรมาส 2/69 มีโมเมนตัมการเติบโตดีจากกลุ่ม FMCG และยานยนต์ ส่วนครึ่งปีหลังต่อเนื่อง สู่จุดสูงสุดไตรมาส 4/69

(+) AWC* ผุด เคเบิลคาร์รักษ์โลก 2 พันล. เดินหน้าพลิกโฉมริมน้ำเจ้าพระยาสู่แลนด์มาร์กระดับโลก (ข่าวหุ้น) AWC* ผุดโปรเจกต์พลิกโฉมริมน้ำเจ้าพระยาสู่แลนด์มาร์กระดับโลกด้วย “เคเบิลคาร์รักษ์โลก” มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และ “MONA Bangkok” พิพิธภัณฑ์ศิลปะ พร้อมเดินหน้าศึกษา “AWC Growth Fund” ดึงพันธมิตรระดับโลกร่วมลงทุน มุ่งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง

(+) ALT ขยายโครงข่ายไฟเบอร์ EEC รองรับดาต้าเซ็นเตอร์แหล่งทุน (ทันหุ้น) ALT ลุยลงทุนโครงข่ายไฟเบอร์จากกรุงเทพฯ ไปยังเขต EEC เพื่อรองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ และโครงการ TalayLink รวมเป็นเงิน 1.6 พันล้านบาท หนุนการเติบโตของรายได้ประจำให้แตะ “พันล้านบาท” ภายในปี 2570

(-) โรงกลั่นรับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน (ประชาชาติธุรกิจ) สถานการณ์พลังงานโลกผันผวนรอบใหม่ น้ำมันพลิกพุ่ง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดศึกบอมบ์ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเร่งเบิกเงินกู้ 2 หมื่นล้าน ตุนรับมือชดเชย ทั้งที่เพิ่งลดดีเซลไปลิตรละ 2.56 บาท โรงกลั่นรับภาระหนัก โดนรัฐเรียกเก็บ “กำไรลาภลอย” มาโปะลดแล้วถึง 4 รอบ เป็นเงินถึง 11.40 บาทต่อลิตร เดือนสิงหาคมจะถูกดึงอีกก้อน ขณะที่กองทุนค้างเงินคืน 4.9 หมื่นล้าน แถมยังโดนดีเอสไอ ไล่บี้คดีเก็งกำไรอีกต่างหาก

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: STECON* (Trailing stop 17.4 บาท) BGRIM* (Trailing stop 17.9 บาท) KBANK* (Trailing stop 227 บาท) KTB* (Trailing stop 39 บาท)

  • SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.24 บาท / แนวต้าน 3.34 – 3.44 บาท (Trailing stop 3.2 บาท)

  • ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.45 บาท / แนวต้าน 6.8 – 7.0 บาท (Stop loss 6.3 บาท)

  • ALT (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.82 บาท / แนวต้าน 1.95 – 2.0 บาท (Stop loss 1.7 บาท)

  • PTTEP* (เป้าพื้นฐาน 145 บาท) แนวรับ 138 บาท / แนวต้าน 142 – 147 บาท (Stop loss 136 บาท)

  • MTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 32 บาท / แนวต้าน 33 – 34 บาท (Stop loss 30.75 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • กลุ่มค้าปลีก น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาดฯ” หุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน เราประเมิน DOHOME* จะมีผลการดำเนินงาน 2Q69 ที่เด่นที่สุด และคาดแนวโน้มกำไรจะโต YoY ต่อเนื่องใน 2H69 (ผลจากฐานต่ำปีก่อน) อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯเลือก HPRO* เป็นหุ้นเด่นสำหรับการลงทุนระยะยาวจาก Valuation ที่ถูก Dividend yield สูงราว 5% ต่อปี โดยฝ่ายวิจัยฯ มีการปรับประมาณการฯและราคาเป้าหมาย DOHOME* ขึ้นเป็น 3.9 บาท (เดิม 3.6 บาท) ยังคงแนะนำ “ถือ” ขณะที่ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมายหุ้น HPRO* และ GLOBAL* ไว้ที่ 7.1 บาท และ 3.9 บาท ตามลำดับ

  • NEO แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 21.2 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 191 ล้านบาท (+138% YoY +100% QoQ) โดยกำไรที่คาดจะโตเด่นเป็นผลจากทั้งยอดขายที่โตและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 21.2 บาท (เดิม 17.6 บาท) ยังแนะนำเพียง “ถือ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -