บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Neo Corporate (NEO.BK/NEO TB)
ประมาณการ 2Q69F : ไตรมาสที่ดี (Neutral‧Maintained)
Event
อัปเดตบริษัทและประมาณการ 2Q69F
Impact
ยอดขายทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เติบโตแข็งแกร่ง
ช่วง 5M69 NEO สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นและเติบโตเหนือกว่าตลาดรวมในหลายหมวดสินค้า ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบน้ำ (liquid detergent), น้ำยาปรับผ้านุ่มแบบน้ำ (liquid softener), สบู่เหลว (liquid soap), โรลออน (roll-on) และมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) ขณะที่ เราคาดว่ายอดขาย 2Q69F ของ NEO จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3.1 พันลบ. (+19% YoY และ + 11% QoQ) หนุนจาก i) ยอดขายในประเทศแข็งแกร่งจากมาตรการโครงการร่วมจ่าย (ไทยช่วยไทย พลัส) และส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มต่อเนื่อง และ ii)ยอดขายส่งออกฟื้นตัวดี ดังนั้น เราคาดรายได้ 1H69F จะเติบโต 13% (สูงกว่าทั้งเป้าของบริษัทปี 2569F ที่ 6-8% และสูงกว่าสมมติฐานของเราที่ 8%) ในแง่บวก เราคาดว่าโมเมนตัมยอดขายจะดีต่อเนื่องไปยัง 2H69F อานิสงส์ที่ยังเหลือจากโครงการร่วมจ่ายและการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนช่วยดันให้มาร์จิ้นดีขึ้น
แม้ต้นทุนสารลดแรงตึงผิวซึ่งเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (crude palm kernel oil: CPKO) จะเพิ่มขึ้น QoQ แต่เราคาดว่า GPM จะออกมาสูงกว่าที่เราเคยคาดและดีขึ้น QoQ หนุนจาก i) product mix ดีขึ้นจากยอดขายกลุ่มสินค้าของใช้สำหรับทารกและเด็กที่เพิ่มขึ้นรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารลดแรงตึงผิวในปริมาณน้อยกว่าเติบโตดี ii) ต้นทุนน้ำมันน้ำหอมที่ลดลง และ iii) ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน ขณะที่ เราคาด GPM ใน 2Q69F ที่ 38.2% (-0.5ppts YoY แต่ +0.3ppts QoQ) ส่งผลให้ GPM ใน 1H69F จะอยู่ที่ 38.1% มองต่อไปใน 2H69F เราคาดว่า GPM จะอ่อนตัวลงเล็กน้อย HoH แต่น่าจะยังคงสูงกว่าประมาณการเดิมของเรา ด้านสัดส่วน SG&A/sales คาดว่าจะลดลงที่ 29.8% (-4.4ppts YoY และ -3.2ppts QoQ) จากคชจ.ในการแนะนำสินค้าใหม่และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ลดลง
ประมาณการ 2Q69F – กำไรจะเติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่า NEO จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 191 ลบ. (+138% YoY และ +100% QoQ) แม้ GPM จะลดลง YoY แต่ที่กำไรเติบโตจะหนุนจากยอดขายแข็งแกร่งและสัดส่วน SG&A/sales ลดลง ส่วนที่กำไรพุ่งขึ้น QoQ จะมาจากผลการดำเนินงานโดยรวมดีขึ้น ดังนั้น กำไรสุทธิ 1H69F น่าจะอยู่ที่ 287 ลบ. (-15% YoY) คิดเป็น 68% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา ด้วยเหตุที่ผลการดำเนินงาน 2Q69 จะแข็งแกร่งกว่าคาดและแนวโน้มธุรกิจดีขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F และ 2570F ขึ้น 20% และ 18% ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักจาก i) ปรับเพิ่มสมมติฐานยอดขายปี 2569F เติบโตขึ้นที่ 10% และปี 2570F ที่ 5% และ ii) ปรับเพิ่มสมมติฐาน GPM ปี 2568F ขึ้นที่ 37.6% (จาก 36.7%) และปี 2570F ที่ 37.9% (จาก 37.0%) ตามประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
Valuation & action
หลังจากปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นใหม่และคงสมมติฐาน PE ที่ 11x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นที่ 21.20 บาท (จากเดิม 17.60 บาท) ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” NEO
Risks
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความชอบของลูกค้า







