บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Moshi Moshi Retail Corporation PCL (MOSHI.BK/MOSHI TB)*
ประมาณการ 2Q69: ข้ามผ่านช่วงที่ภาวะการจับจ่ายใช้สอยอ่อนแอ (Outperform‧Maintained)
Event
ยังประคองยอดขายได้ดีแม้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะอ่อนแอ
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ MOSHI ใน 2Q69F จะอยู่ที่ 155 ล้านบาท (+16% YoY, -19% QoQ) จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะการขยายสาขาร้าน, SSSG เป็นบวก และ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตาม product mix ที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 1H69F อยู่ที่ 346 ล้านบาท (+19% YoY) คิดเป็น 46% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
SSSG เป็นบวกจากความเชี่ยวชาญในตลาดค้าปลีกกลุ่ม lifestyle
ถึงแม้จะมีปัจจัยที่ไม่เอื้ออำนวยหลายประการ ซึ่งได้แก่ i) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยที่ลดลงมาอยู่ที่ 49.5 ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม และ ต่ำสุดในรอบ 42 เดือน ii) การท่องเที่ยวยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง โดยยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติในงวด 6M69 ลดลง 5% YoY และ iii) การที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทำให้ลูกค้าเข้าห้างสรรพสินค้าลดลง แต่เราคาดว่า MOSHI น่าจะยัง outperform เพราะความเชี่ยวชาญในตลาดค้าปลีกกลุ่ม lifestyle ทำให้บริษัทสามารถตอบโจทย์กระแส และ ความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคได้อย่างประสิทธิภาพ ผ่านการคัดสรรสินค้าอย่างทันท่วงที และ การจัดแคมเปญการตลาด ดังนั้น เราจึงคาดว่า SSSG ใน 2Q69F จะเป็นบวกที่ประมาณ 3-4% ซึ่งเมื่อประกอบกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง (เปิดสาขาใหม่ 11 ร้านใน 2Q69F) เราคาดว่ายอดขายใน 2Q69F จะอยู่ที่ 953 ล้านบาท (+17% YoY, -3% QoQ)
อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในขาขึ้น
ด้วยแรงสนับสนุนจาก i) การขยายสาขาร้านค้าปลีกที่มี margin สูงกว่าเมื่อเทียบกับธุรกิจค้าส่ง และ ii) product mix ที่ดีขึ้นจากการจัดแคมเปญการตลาด เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q69F จะอยู่ที่ 55.8% (+0.8ppts YoY, -0.5ppts QoQ) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 1H69F อยู่ที่ 56.0% (+0.9ppts YoY) เราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะโตเร็วกว่ายอดขาย สะท้อนถึงการขยายสาขาร้าน, การจัดกิจกรรมการตลาด และ การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะทำให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 34.0% (จาก 33.3% ใน 2Q68 และ 31.5% ใน 1Q69)
ความเสี่ยงในระยะสั้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
แนวโน้มยังคงท้าทายทั้งจากฝั่งอุปสงค์ ที่ถูกกดดันจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่อ่อนแอ และ จากฝั่งอุปทาน ที่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าความสามารถในการดำเนินการของ MOSHI น่าจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวลงได้โดยผ่าน i) การวางจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และ การจัดแคมเปญการตลาดที่จับกระแสของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งทำให้สามารถปรับราคาขายได้ และ ii) การ redesign สินค้า และ การหาวัสดุทดแทน อย่างเช่น การเปลี่ยนจากพลาสติกมาเป็นแก้วในจุดที่เหมาะสม เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรจะลดลงใน 3Q69F เพราะปัจจัยฤดูกาลก่อนที่จะดีดตัวขึ้นใน 4Q69F ซึ่งเป็นช่วง peak season ของบริษัท
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมาย 1H70F ที่ 44.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.5x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.5 S.D.) ทั้งนี้ เนื่องจาก MOSHI ทำผลงานในอดีตไว้ดีในตลาดค้าปลีกกลุ่ม lifestyle, กำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง, อัตรากำไรน่าสนใจ และ มีสถานะเงินสดสุทธิแข็งแกร่ง เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MOSHI
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป และ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกานำเทคโนโลยีใหม่มาใช้







