KS Daily View 21.07.2026 >>> เข้าสู่ช่วงรายงานงบทั่วโลก ตะวันออกกลางเริ่มมีความหวังเชิงบวก SET วันนี้ 1,630 – 1,660 จุด แนะนำ MTC, KKP
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,646.00 เพิ่มขึ้น 6.96 จุด (+0.42%) แรงซื้อในกลุ่มธนาคาร และไฟแนนซ์ สลับแรงขายในกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิอีก 1,819 ลบ. (ซื้อ 13 วันติดต่อกัน) ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ในกรอบ 1,630 – 1,660 จุด จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มีข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมารื้อฟื้นข้อตกลงสันติภาพอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีโมเมนตัมบวกมากขึ้น ผสานกับการเริ่มฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สร้างจิตวิทยาเชิงบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม ส่วนปัจจัยในระยะสั้นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การรายงานผลประกอบการ 2Q26 ของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก โดยทางฝังสหรัฐฯ จะมี Tesla และ Alphabet เตรียมรายงานผลประกอบการในวันพุธนี้ ส่วน Microsoft, Meta, Apple และ Amazon จะรายงานในสัปดาห์ถัดไป ขณะที่ Nvidia จะประกาศผลประกอบการช่วงปลายเดือนหน้า ส่วนในประเทศ สัปดาห์นี้เน้นไปที่งบกลุ่มธนาคาร ซึ่งหลายธนาคารรายงานออกมาแล้วอยู่ในระดับดีกว่าคาด ยังเป็นแรงส่งเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวของ SET และ Upside ต่อ SET EPS ดังนั้นกลยุทธ์ในระยะสั้นเน้นทยอยสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตเด่น สำหรับวันนี้เราแนะนำ MTC, KKP
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ไทยและจีนลงนาม MOU 5 ฉบับ เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ครอบคลุมพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ระบบดาวเทียม BeiDou ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ การพัฒนาบุคลากร Deep Tech และทุนวิจัยร่วม โดยมุ่งต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว ถือเป็นบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมที่อาจได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการย้ายฐานผลิต
- นักวิชาการประเมินความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านมีความเสี่ยงที่กลุ่มฮูตีจะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งหากเกิดขึ้นพร้อมช่องแคบฮอร์มุซ อาจดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล กระทบต้นทุนขนส่ง ค่าระวางเรือ และประกันภัย ส่งผลกดดันการส่งออกและเศรษฐกิจไทย โดยคาดการส่งออกปี 2569 อาจโตเพียงราว 4% ต่ำกว่าเป้าหมายภาครัฐ หากเกิดจริงจะเป็นบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เป็นลบต่อหุ้นขนส่ง สายการบิน และกลุ่มใช้พลังงานสูง
- กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เผยช่วง 1 ม.ค.–18 ก.ค. 2569 ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 17.36 ล้านคน สร้างรายได้ 8.39 แสนล้านบาท แม้ยังลดลง 3.05% YoY โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ขณะที่สัปดาห์ล่าสุดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4.04% WoW จากแรงหนุนช่วงปิดภาคเรียน การเพิ่มเที่ยวบิน และการฟื้นตัวของตลาดไต้หวัน เป็นบวกต่อหุ้นท่องเที่ยวและสนามบิน เช่น AOT, AAV, BA, CENTEL, ERW, MINT, AWC จากแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ยอดสะสมยังต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งศึกษาปิดท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) และย้ายการดำเนินงานไปรวมที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์และใช้ประโยชน์ที่ดินใจกลางเมือง โดยเตรียมพัฒนาพื้นที่คลองเตยเป็น Entertainment Complex ที่ไม่มีกาสิโน เน้นท่าเรือสำราญ ท่าเรือยอชต์ ที่พักอาศัยระดับพรีเมียม และการพัฒนาชุมชน พร้อมทบทวนแนวทางโครงการแลนด์บริดจ์และศึกษาพื้นที่ท่าเรือใหม่ฝั่งอันดามัน โดยหากโครงการมีความคืบหน้า จะเป็นบวกต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรม จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในระยะยาว
Daily picks
MTC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
- คาดกำไร 2Q69 ทำ All-time High ที่ 1.87 พันลบ. (+2.6% QoQ, +13.6% YoY) จาก NIM ขยายตัวและสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง แม้Credit cost เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่าคาด NPL ใหม่เพิ่มเพียงเล็กน้อย พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-71 จาก Credit cost ต่ำลง ต้นทุนเงินทุนลด และสินเชื่อเติบโตดีขึ้น
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 39 บาท และเลือก MTC กลับเป็น Top Pick แทน TIDLOR จากราคาหุ้นที่ยังLaggard และ Valuation น่าสนใจกว่า
KKP: ราคาพื้นฐาน 114.00 บาท
- รายงานกำไร 2Q69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ที่ 2.12 พันลบ. (+9% QoQ, +51% YoY) สูงกว่าคาด จาก NIM, ค่าธรรมเนียม และ Credit cost ที่ดีกว่าคาด สะท้อน Upside ต่อประมาณการ
- คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง Credit costลดลง, NPL ลดเหลือ 3.5% และ Coverage Ratio เพิ่มเป็น 151% จากการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 114 บาท มอง KKP ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดทุน รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น และมีโอกาส Re-rating ในระยะยาว
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และคาดประกาศงบ 2Q26 : BAY, CREDIT, KBANK, KTB, SCB
- วันพุธ ติดตามสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และยอดส่งออก ญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +17.9%YoYเพิ่มจากเดือน พ.ค. ที่ +16.8%YoY
- วันพฤหัส ติดตามปัจจัยในประเทศคาดประกาศงบ 2Q26 : BAREIT ส่วนสหรัฐฯ เกาะติดรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.11 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.08 แสนราย ทางฝั่งยุโรปจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งเงินกู้ เงินฝาก และรีไฟแนนซ์ ที่ 2.25%, 2.65% และ 2.40% ตามลำดับ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ค. คาดที่ -17.0 จุด
- วันศุกร์ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิต US เดือน ก.ค. คาดที่ 54.4 จาก 53.9 จุด ใน มิ.ย., PMI ภาคบริการ US เดือน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.2 จุด ใน มิ.ย., ยอดขายบ้านใหม่ US เดือน มิ.ย. คาด +4.6%MoM จาก -7.3%MoM ในเดือน พ.ค. ส่วนฝั่งยุโรป จับตาPMI ภาคการผลิตยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.4 จุด ใน มิ.ย. และ PMI ภาคบริการยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 49.9 จาก 49.4 จุด ใน มิ.ย.









