ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
ปรับขึ้นต่อ… สัญญาณจากงบฯ แบงก์ ดูดี
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งขึ้นต่อ และแข็งกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน (ตามคาด)… หนุนโดย i) ฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังเข้าสะสมหุ้นไทยต่อเนื่อง ในช่วงที่ธีมใหญ่ของตลาดหุ้นโลกคือการเปลี่ยนกลุ่มจาก technology กลับมาที่ตลาดหุ้นที่เสี่ยงไม่มาก และมีเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ ii) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ TTB* ในช่วงเที่ยง ซึ่งถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งมาก และหนุนแรงเก็งกำไรหุ้นธนาคารตัวหลักๆ ขณะที่ในช่วงค่ำ KKP* รายงานงบฯ ไตรมาส 2/2569 มีความโดดเด่นเช่นกัน
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร ยังปรับขึ้นต่อ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) หุ้นกลุ่มธนาคารน่าจะยังโดดเด่น ทั้งจากแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติ รวมทั้งสัญญาณบวกจากงบฯ ไตรมาส 2/2569 ของธนาคารขนาดกลางที่ออกมาเมื่อวานนี้ ii) ตลาดเริ่มมีความหวังเล็กๆ ต่อการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากคนกลางอย่างปาเลสไตน์และกาตาร์ ต่างเสนอให้หยุดยิง 10 วันเพื่อกลับสู่โต๊ะเจรจา แม้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงแข็งกร้าวแต่ปฏิกิริยาจากตลาดน้ำมันที่ปรับลง ทำให้เรามองว่าการเจรจามีความเป็นไปได้… อย่างไรก็ดี หุ้น DELTA* น่าจะยังถูกกดดันจากกระแสการเปลี่ยนกลุ่มเล่นออกจาก global technology
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าทางการไทยเตรียมสรุปเงื่อนไข Thailand Individual Saving Account (TISA) วงเงิน 6 แสนบาทต่อคน เพื่อเลือกลงทุนในหุ้นไทยรายตัวและได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ฝ่ายวิจัยฯ มองว่ามาตรการดังกล่าวจะหนุนให้สภาพคล่องจากนักลงทุนรายบุคคลเข้าลงทุนระยะยาวใน SET มากขึ้น ทั้งนี้ต้องติดตามรายละเอียดของ universe หุ้นที่สามารถเข้าลงทุนด้วยบัญชี TISA ได้ ในระยะถัดไป
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร AMATA*, PTTGC*, DITTO
-
AMATA* (เป้าพื้นฐาน 33 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway รอสัญญาณ Break กรอบแนวต้าน เพื่อทำจุดสูงใหม่ประเมินแนวรับ 27.75 บาท / แนวต้าน 28.75 – 30 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 32 บาท (Stop loss 26.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โตเด่น YoY และ Sentiment บวกจาก FDI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเบื้องต้นประเมินกำไร 2Q69 = 1.17 พันล้านบาท (โตเด่น YoY ปีก่อนกำไร 140 ล้านบาท) ขณะที่เราประเมิน Sentimentบวกจาก i) ยอดขอ BOI ที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งโครงการ Thailand FastPass ii) การลงทุน Data center ที่กำลังเร่งตัวขึ้น iii) การลงทุน FDI จากจีนหลังรัฐบาลจีน-ไทย เซ็น MOU ร่วมมือด้านเศรษฐกิจ 3) Valuation ยังมี UpsideForward PE 7.8 เท่า (-1 SD) และคาด Dividend yield 4.1%
-
PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 35 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Rounding bottom ฟื้นตัวหลังการพักฐาน ประเมินแนวรับ 36.75 บาท / แนวต้าน 38 – 39 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 40 – 41 บาท (Stop loss 35 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น จะทำให้อุปทานปิโตรเคมีในเอเชียตึงตัวอีกครั้ง เราประเมิน Spread ปิโตรเคมีจะเริ่มฟื้นตัว หลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้อุปทานน้ำมันและปิโตรเคมีในภูมิภาคมีโอกาสที่จะตึงตัวอีกครั้ง คาดจะเป็นบวกต่อ PTTGC* ที่ใช้ก๊าซในการผลิตปิโตรเคมี 3) Valuation ยังมี Upside ในบทวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัยฯล่าสุด (17 มิ.ย.) ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 35 บาท เนื่องจากสงครามตะวันออกกลางสงบลง ดังนั้นเราประเมินมีโอกาสที่จะปรับเป้าหมายขึ้นอีกครั้ง (เป้าเดิมก่อนปรับลดคือ 40 บาท อิง EV/EBITDA 8 เท่า)
-
DITTO (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ประเมินแนวรับ 15.4 บาท / แนวต้าน 16.4 – 17.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-17.5 บาท (Stop loss 14.7 บาท) 2) ประเมิน Valuation ธุรกิจปลูกป่าชายเลนกำลังจะปลดล็อค เราประเมิน BLU Token ที่เข้าเทรดใน Bitkub วานนี้จะเป็นปัจจัยที่ปลดล็อค Valuation ธุรกิจปลูกป่าชายเลนของ DITTO เนื่องจากจะทำให้มี Benchmark ราคาบลูคาร์บอนที่อ้างอิงคาร์บอนเครดิตของ DITTO อย่างเป็นทางการผ่านตลาดฯ + คาด พ.ร.บ.โลกร้อนจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า และคาดเตรียมรับงานด้านเทคโนโลยีเพิ่มอีก หลังจากมี Backlog ณ สิ้น 1Q69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.3 พันล้านบาท 3) Valuation ยังไม่แพงForward PE 16.8 เท่า (ต่ำกว่า -0.5 SD ที่ราว +/-20 เท่า) Dividend yield 3% ขณะที่ธุรกิจคาร์บอนเครดิตกำลังจะปลดล็อค
หุ้นมีข่าว
(+) ครึ่งหลังธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ‘เวอร์ชวลแบงก์-ระบบบริหารรัฐ’ DITTO ลุ้นงานใหม่’พันล้าน’ (กรุงเทพธุรกิจ) ต่อยอด ‘บลู กรีน โทเคน’ เทรดวันแรกวานนี้ (20 ก.ค.) บน “บิทคัด ออนไลน์” “ดิทโต้” เดินเกมรุกครึ่งหลังปี 69 รับเมกะเทรนด์ “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น” และ “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” โดยตั้งเป้าปิดดีลงานใหม่ในไตรมาส 3/69 มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ครอบคลุมงานใหม่ อย่าง “เวอร์ชวลแบงก์” และ “ระบบบริหารข้อมูลภาครัฐ” ควบคู่การต่อยอด “บลู กรีน โทเคน” โทเคนดิจิทัล เพื่อสิ่งแวดล้อมที่เริ่มซื้อขายวันแรก 20 ก.ค. ที่ผ่านมา บนตลาดรอง มุ่งสร้างระบบนิเวศคาร์บอนเครดิตและฟื้นฟูป่าชายเลน
(+) BCH* เปิดเกมรุกอีสานใต้ เทกราชเวชอุบลราชธานี (ข่าวหุ้น) BCH* รุกตลาดอีสานใต้ เตรียมปิดดีลซื้อโรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี 100% จากกลุ่มธุรกิจครอบครัว หวังขยายฐานลูกค้าต่าง ชาติ จาก สปป.ลาวและกัมพูชา สร้างการเติบโตระยะยาว คาดเปิดเผยข้อมูลมูลค่าลงทุนสัปดาห์หน้า หลังกระบวนการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์
(+) MEDEZE ขานรับเมดิคัลฮับ ชูเวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร (ข่าวหุ้น) MEDEZE ขานรับ Healthcare Economy ยกระดับไทยศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ ชูจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐานเวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร ทั้งธนาคารเซลล์มาตรฐาน GMP และโรงงานผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ร่วมกับ GPO พร้อมผลักดัน ATMP สู่สถานะยา และขยายเครือข่ายต่างประเทศเชิงรุก มุ่งเป้าปี 69 สร้างรายได้ต่างชาติ 35%
(+) WHAUP* รุกเจาะดาต้าเซ็นเตอร์ ลุยเซ็นขายน้ำลูกค้าใหม่-บี้คลอดไดเร็ก พีพีเอ (ข่าวหุ้น) WHAUP* เร่งเจาะกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ ลุยเซ็นขายน้ำลูกค้าใหม่เพิ่ม 17-29 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี มั่นใจปีนี้ยอดขายไฟ-น้ำตามเป้า พร้อมดันรัฐสรุปหลักเกณฑ์นำร่อง Direct PPA ขนาด 2,000 MW และเปิดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงไปยังกลุ่มอื่นเพิ่มขึ้น
(+) ITEL ชูอานิสงส์ AI ดีมานด์โครงข่ายพุ่ง กลุ่ม Data Center โต-ลูกค้า Hyperscaler เปิดปีนี้ 3 ราย (ข่าวหุ้น) ITEL รับอานิสงส์ AI ดีมานด์พุ่ง ชูโครงข่ายแกร่ง! กลุ่ม Data Center และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ระดับโลกเตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม คาดภายในปีนี้จะมีลูกค้า Hyperscaler ประมาณ 2–3 ราย ทยอยเปิดดำเนินงาน
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
-
หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: STECON* (Trailing stop 17.7 บาท) BGRIM*(Trailing stop 18.0 บาท) KBANK* (Trailing stop 230 บาท) KTB* (Trailing stop 41 บาท) ADVICE (Trailing stop 6.85 บาท)
-
BBGI (เป้าพื้นฐาน 5.45 บาท) แนวรับ 4.74 บาท / แนวต้าน 4.9 – 5.0 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 4.64 บาท)
-
BCH* (เป้าพื้นฐาน 11 บาท) แนวรับ 10.5 บาท / แนวต้าน 11.1 – 11.4 บาท (Stop loss 10.3 บาท)
-
ALT (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.81 บาท / แนวต้าน 1.89 – 1.96 บาท (Stop loss 1.74 บาท)
-
PTTEP* (เป้าพื้นฐาน 145 บาท) แนวรับ 145.5 บาท / แนวต้าน 149.5 – 152.5 บาท (Stop loss 142.5 บาท)
-
MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) แนวรับ 38.5 บาท / แนวต้าน 40 – 41 บาท (Stop loss 37.5 บาท)
-
STA* (เป้า Consensus 21.9 บาท) แนวรับ 18.6 บาท / แนวต้าน 19.1 – 19.3 บาท (Stop loss 18.4 บาท)
-
KGEN (เป้า IAA Consensus 2.9 บาท) แนวรับ 1.77 บาท / แนวต้าน 1.88 – 1.93 บาท (Stop loss 1.77 บาท)
-
MTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 33.75 บาท / แนวต้าน 35.5 – 37.0 บาท (Stop loss 32.5 บาท)
-
GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 66 บาท / แนวต้าน 68.5 – 72 บาท (Stop loss 63.75 บาท)
-
ATLAS (เป้าพื้นฐาน 3.7 บาท) แนวรับ 1.87 บาท / แนวต้าน 1.92 – 1.97 บาท (Stop loss 1.84 บาท)
สรุป Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
-
AMATA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 33 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 1.17 พันล้านบาท (โตเด่นจากกำไร 140 ล้านบาทใน 2Q68) จากยอดโอนที่ดินนิคมฯเพิ่มขึ้น + ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้นและปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 33 บาท (เดิม 30 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
-
KKP* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 125 บาท รายงานกำไร 2Q69 = 2.1 พันล้านบาท (+9% QoQ +51% YoY) จากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth management และกำไรจากการลงทุน รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น NPL ลดลง ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 125 บาท (เดิม 97 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)
-
TTB* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 3.10 บาท รายงานกำไร 2Q69 = 5.5 พันล้านบาท (+6.5% QoQ +10% YoY) เป็นไปตามคาด โดยรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth management โต ชดเชย Credit cost ที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยฯประเมินมีโอกาสที่จะปรับนโยบายปันผล Payout policy ขึ้น แทนนโยบายซื้อหุ้นคืน เนื่องจากราคาหุ้นปรับขึ้นมาสูงเกิน 1 เท่าของ Book value แล้ว ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น ปรับสมมติฐาน PBV ขึ้น ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 3.10 บาท (เดิม 2.4 บาท) ยังคงแนะนำ “ถือ”
-
MAJOR แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 63 ล้านบาท (-49% YoY -16% QoQ) แม้รายได้โฆษณาจะเติบโต แต่รายได้จากโรงภาพยนตร์ลดลงกดดันผลการดำเนินงาน ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการลง ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 8.4 บาท (เดิม 9.7 บาท) อย่างไรก็ดียังคงประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานฟื้นตัวใน 2H69 จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”
-
BCPG* Not rated ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 190 ล้านบาท (-70% QoQ +44% YoY) คาดแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวใน 2H69 รวมทั้งคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์








