บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

TMBThanachart Bank (TTB.BK/TTB TB)*

กำไรใน 2Q69 แข็งแกร่งเพราะค่าธรรมเนียม wealth management (Neutral Maintained)

Event 

อัพเดตแนวโน้ม, ปรับประมาณการกำไร และ ราคาเป้าหมายเล็กน้อย  

Impact 

กำไรใน 2Q69 เพิ่มขึ้นเพราะรายได้ค่าธรรมเนียม 

กำไรสุทธิของ TTB ใน 2Q69 อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท (+6.5% QoQ และ +10% YoY) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา แต่ดีกว่าประมาณรวม (consensus) ประมาณ 7% ส่วน credit cost เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ แต่หักล้างไปกับรายได้ค่าธรรมเนียมจาก AM ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน กำไรในงวด 1H69 อยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% และ คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา  

Margin ดีขึ้น และ รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างมาก 

TTB ยังคงใช้กลยุทธ์ขยายสินเชื่อ yield สูง ซึ่งได้แก่สินเชื่อผู้บริโภค, สินเชื่อ refinance บ้าน และ การเพิ่มแคมเปญใหม่โดยให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้บริโภคที่ชำระหนี้ปกติ/ลูกหนี้ที่มีวินัยในการชำระหนี้ ซึ่งช่วยให้ธนาคารสามารถสร้างสมดุลให้กับ yield สินเชื่อที่ถูกกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง โดยสรุปแล้ว สินเชื่อขยายตัวเล็กน้อย 0.5% QoQ แต่หดตัวลง 1.8% YoY ในขณะเดียวกัน ธนาคารยังส่งเสริมให้ให้ผู้ฝากเงินที่มีต้นทุนสูงขยับมาใช้บริการ wealth management ซึ่งช่วยให้ธนาคารบริหารจัดการ COF ให้ลดลงได้ และ ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจ wealth management เพิ่มขึ้น ดังนั้น NIM จึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4bps QoQ เป็น 3.02% ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 10% QoQ และ 40% YoY ใน 2Q69 และ 30% ในงวด 1H69 

NPL ทรงตัว แต่คชจ.สำรองฯ (credit cost) ยังอยู่ในเกณฑ์สูง 

Credit cost อยู่ที่ 1.36% ใน 2Q69 และ 1H69 (จาก 1.46% ใน 1H68) ซึ่งอยู่ในช่วงสูงของเป้าทั้งปีที่ 1.36% สะท้อนถึงนโยบายที่จะคงสัดส่วน NPL ให้อยู่ในระดับต่ำ และ บริหารจัดการความเสี่ยงของสินเชื่อ H/P จากการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างในส่วนของรถ EV และ ราคารถมือสอง  

กำลังพิจารณาระหว่างการซื้อหุ้นคืน กับ การจ่ายปันผลในอัตราที่สูงขึ้น 

เนื่องจากราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปเกินกว่ามูลค่าทางบัญชีแล้ว TTB จึงกำลังพิจารณาว่าจะหยุดซื้อหุ้นคืน และ จ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อบริหารจัดการเงินทุน ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้ไปแล้วประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนประมาณ 1 หมื่นล้านหุ้น หรือประมาณ 10.3% ของหุ้นทั้งหมด ทั้งนี้ จากความพยายามที่จะเพิ่มอัตรากำไร และ ROE ธนาคารจึงอยากเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลมากกว่า ซึ่งจากงบซื้อหุ้นคืนที่เหลือ 1.4 หมื่นล้านบาท เราคาดว่าอาจมีการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 70% (จากปัจจุบันที่ 60%) 

Risks 

รายได้โตลดลง, NPLs เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น. 

 

- Advertisement -