บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Major Cineplex Group (MAJOR.BK/MAJOR TB)
ประมาณการ 2Q69F: กำไรจะเป็นจุดต่ำสุดของปี (Outperform‧Maintained)
Event
ประมาณการ 2Q69F
Impact
กำไร 2Q69F น่าจะเป็นจุดต่ำสุดในปีนี้
เราประเมินว่า MAJOR จะแจ้งกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 63 ล้านบาท (-49% YoY และ -16% QoQ) การที่กำไรแย่ลงทั้ง YoY และ QoQ มีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะจำนวนผู้เข้าชมในสาขาต่างจังหวัดที่น้อยลงมาก หากกำไร 2Q69F เป็นตามเราคาด กำไรสุทธิ 1H69F จะอยู่ที่ 138 ล้านบาท (-12% YoY) คิดเป็นเพียง 21% ของประมาณการกำไรเดิมทั้งปีของเรา
รายได้ยอดขายตั๋ว 2Q69F อ่อนแอลง
เราคาดรายได้ 2Q69F ของ MAJOR จะแย่ลง 21% YoY และ 5% QoQ ที่ 1.5 พันล้านบาท แม้ปกติไตรมาสนี้จะเป็นช่วง high season ของธุรกิจโรงภาพยนตร์ แต่คาดว่ารายได้จากยอดขายตั๋วจะอ่อนแอลงทั้ง YoY และ QoQ จากผลงานภาพยนตร์ที่เข้าฉายทำรายได้ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด (ซึ่งคิดเป็นราว 60% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด) รวมถึงยอดขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวก็ชะลอลงด้วย แต่คาดรายได้จากธุรกิจโฆษณา (14% ของรายได้รวม) จะเติบโตแข็งแกร่งที่ 216 ล้านบาท (+25% YoY และ +17% QoQ) จากการต่ออายุสัญญากับลูกค้าและการใช้จ่ายสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น ด้านอัตรกำไรขั้นต้น (gross margin) คาดว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย YoY ที่ 32.0% (จาก 31.9% ใน 2Q68) ด้วยประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนดี แต่ gross margin น่าจะลดลงจาก 32.9% ใน 1Q69 ตามรายได้ที่อ่อนแอลง ขณะที่ คาดสัดส่วน SG&A-to-sales จะเพิ่มขึ้นที่ 29.7% (+2.0ppts YoY และ +1.6ppts QoQ) ตามรายได้ที่ลดลง
คาดกำไร 2H69F จะฟื้นตัว
ด้วยเหตุจากแนวโน้มกำไร 2Q69F อาจอ่อนแอกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F ลง 5% ที่ 635 ล้านบาท และปี 2570F ลง 10% ที่ 664 ล้านบาท บนสมมติฐานรายได้ลดลงและgross margin จะอ่อนแอกว่าคาด แต่อย่างไรก็ดี เราคาดว่ากำไร 2H69F จะฟื้นตัว HoH หนุนจากภาพยนตร์ที่รอเข้าฉายแข็งแกร่งขึ้น ทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ อย่าง Spider-Man: Brand New Day และ Avengers เสริมด้วยภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความคาดหวังสูงอย่าง สมิงเขาขวาง (ธี่หยด 4) ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดจำนวนผู้เข้าชมโรงภาพยนตร์ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Valuation & action
หลังจากปรับลดประมาณการกำไรลงใหม่และ de-rating PE ลงที่ 10x (จาก 11x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้นปี 2569F ที่ 8.40 บาท อิงจาก PE ที่ 10x (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) จากเดิม 9.70 บาท ปัจจุบัน MAJOR ซื้อขาย PE ปี 2569F ต่ำเพียง 8.3x เทียบกับ global peers (PE ที่ 13-14x) ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MAJOR เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นล่าสุดได้สะท้อน valuation ที่อ่อนแอในระยะสั้นไปมากแล้ว ขณะที่ ภาพยนตร์รอเข้าฉายที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนหให้กำไร 2H69F ฟื้นตัวขึ้น
Risks
รายได้จากโรงภาพยนตร์และธุรกิจสื่อโฆษณาต่ำกว่าที่คาด







