บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Kiatnakin Phatra Bank (KKP.BK/KKP TB)*
ผลประกอบการ 2Q69: ดีขึ้นทุกด้าน (Outperform Upgraded)
Event
กำไรสุทธิของ KKP ใน 2Q69 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท (+9% QoQ และ +51% YoY) ดีกว่า consensus/ประมาณการของเรา 17%/10% เพราะรายได้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนดีกว่าที่คาดไว้ กำไรที่เพิ่มขึ้นปานกลาง QoQ สะท้อนถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (wealth management) ในขณะที่กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY มาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน, กำไรจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และ คชจ.สำรองฯที่ลดลงตามผลขาดทุนรถยึด (LOS) และ NPL ที่ลดลง ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 1H69 คิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
สินเชื่อขยายตัว 1.6% QoQ แต่ไม่เพิ่มขึ้น YoY ในขณะที่มาร์จิ้นทรงตัว
KKP ลดการขยายสินเชื่อยีล์ดสูง และ หันไปเน้นขยายสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งยีล์ดสินเชื่อถูกกดดัน อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารบริหารจัดการต้นทุนการเงินได้ดีขึ้นช่วยให้ NIM ทรงตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม
รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนแข็งแกร่งเกินคาด
ตลาดทุนปรับขึ้นมาแรงในไตรมาสนี้ ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ทั้งในส่วนของค่าธรรมเนียม IB, พอร์ตการลงทุน, กองทุนรวม และ DIME เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และ หนุนให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นประมาณ 16% QoQ และ 30% YoY ใน 2Q69 และ เพิ่มขึ้น 26% ในงวด 1H69 ทั้งนี้ นอกจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนจะแข็งแกร่งแล้ว แต่ธนาคารยังบันทึกกำไรจากการลงทุนที่ยังไม่รับรู้อีกกว่า 300 ล้านบาทในไตรมาสนี้อีกด้วย
คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น และคชจ.ยังทรงตัว เพื่อตัดหนี้สูงที่ค้างนานอยู่ในพอร์ต
NPL ของ KKP ลดลงอย่างมากถึง 14% QoQ และ 20% YoY จากสินเชื่อ SME ขนาดเล็ก และ สินเชื่อรายย่อย ในขณะที่ NPL จากสินเชื่อ H/P และ สินเชื่อจดจำนองยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ NPL ที่ลดลงอย่างมากน่าจะสะท้อนถึงการตัดหนี้สูญ NPL เก่า ทำให้สัดส่วน NPL coverage เพิ่มขึ้นเป็น 153% (จาก 142% ใน 1Q69) ในขณะเดียวกัน LOS ยังต่ำ ในขณะที่ credit cost แทบไม่เปลี่ยนแปลง QoQ ที่ประมาณ 1.4% ใน 2Q69 (จาก 1.5% ใน 1Q69) และ 1.5% ในงวด 1H69
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570F ขึ้นอีก 13% และ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 125 บาท; แนะนำซื้อ
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570F ขึ้นอีก 13% จากการ 1.) ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมขึ้นเป็น 12% (จากเดิม +7%) 2.) ปรับลดสมมติฐาน LOS ลง 300 ล้านบาทเป็น 1.2 พันล้านบาท 3.) ปรับเพิ่มสมมติฐาน NIM ขึ้นอีก 15bps ทั้งนี้ เมื่อขยับไปใช้ PE ที่ 12.5x จากกำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 125 บาท (จากเดิม 97 บาท) เราคาดว่า KKP จะคงอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ 80% ในปี 2569F ดังนั้น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ KKP จึงน่าจะสูงอยู่ที่ประมาณ 7% ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ
Risks
มีผลขาดทุนจากการขายรถที่ยึดมาเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียม และ กำไรจากการลงทุนลดลง







