ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ค่าเงินบาทเปิดที่ 33.64 บาท/ดอลลาร์ แกว่ง Sideways ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ธนาคารกรุงไทยประเมินค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า เคลื่อนไหวในกรอบ 33.58-33.68 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบ Brent แกว่งตัวที่ระดับ 88 ดอลลาร์/บาร์เรล บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับสูงขึ้นสู่ 4.60% ดัชนี DXY ขึ้นสู่โซน 101 จุด ตลาดประเมินโอกาส 35% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2026 และ 63% ที่ BOE จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง เงินบาทเสี่ยง Two-way risk ในระยะสั้น โดยโซนแนวต้านอยู่ที่ 33.75-33.80 และแนวรับที่ 33.50-33.60 บาท/ดอลลาร์ คาดการณ์ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์
ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้น 750 บาทจากวันก่อน ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
สมาคมค้าทองคำแจ้งราคาทองวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ปรับขึ้น 750 บาทจากวันก่อนหน้า มีการเปลี่ยนแปลงราคารวม 20 ครั้งตลอดวัน ราคาทองคำแท่งรับซื้อ 64,550 บาท ขายออก 64,750 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อ 63,262.68 บาท ขายออก 65,550 บาท ด้าน YLG รายงานว่าราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวในกรอบ 3,983-4,029 ดอลลาร์/ออนซ์ ปัจจัยหนุนระยะสั้นมาจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนที่ปรับตัวลง ตัดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 ผลักดันราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 2.77% เกิน 90 ดอลลาร์/บาร์เรล YLG แนะนำรอการดีดตัวแล้วเปิดขาย หากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 4,043-4,080 ดอลลาร์ โดยแนวรับแรกอยู่ที่ 3,985-3,960 ดอลลาร์
KKP ประเมินครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้าน AI หนุนเศรษฐกิจโลกแต่ยังไม่สร้างกำไรชัดเจน
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) จัดสัมมนา KKP 2026 Mid-Year Review โดย ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ระบุว่าการลงทุน AI เป็นเครื่องยนต์หลักอุ้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ผลสำรวจพบการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจขนาดใหญ่อยู่เพียง 4-5% และยังไม่สร้างกำไรอย่างชัดเจน ต้องติดตามผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ภายใน 2-3 ปี ราคาน้ำมันยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ความเสี่ยงด้านพลังงานจากตะวันออกกลางต้องนับรวมในการตัดสินใจลงทุน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไม่แน่นอนเนื่องจากการลงทุน AI ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากและความเสี่ยงเงินเฟ้อยังสูง สำหรับเศรษฐกิจไทย ดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มลดลง ส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐฯ แคบลง สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นทำให้รัฐมีเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง
ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ
KBANK (Last Price 235.0 บาท YTD return +20.82%)
KBANK รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรกปี 2569 อยู่ที่ 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% YoY ส่วนไตรมาส 2 กำไร 13,247 ล้านบาท ลดลง 9.68% QoQ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ H1 ลดลง 9.55% ส่งผล NIM อยู่ที่ 2.91% จาก 3.36% ปีก่อน Cost to Income อยู่ที่ 40.33% ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต 10,019 ล้านบาทในไตรมาส 2 (ที่มา: ทันหุ้น)
KTB (Last Price 42.5 บาท YTD return +47.83%)
KTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 12,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY ROE อยู่ที่ 10.5% และ Coverage Ratio สูงถึง 205% สินเชื่อรวมขยายตัว 5.1% YoY รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 10.3% YoY Cost to Income ลดลงเหลือ 38.9% และ NPL Ratio อยู่ที่ 2.92% (ที่มา: ทันหุ้น)
BBL (Last Price 200.0 บาท YTD return +16.28%)
BBL รายงานกำไร Q2/69 จำนวน 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.78% YoY งบ 6 เดือนแรกกำไรสุทธิ 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% YoY รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.46% เงินให้สินเชื่อรวม 2.68 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปีก่อน (ที่มา: ทันหุ้น)
SCGP (Last Price 30.25 บาท YTD return +80.06%)
SCGP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 จำนวน 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.15% YoY และ 47% QoQ รายได้จากการขาย 32,454 ล้านบาท EBITDA 5,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY บริษัทอนุมัติปันผลระหว่างกาล H1/2569 ที่ 0.40 บาท/หุ้น รวม 1,717 ล้านบาท จ่ายวันที่ 19 สิงหาคม 2569 (ที่มา: ทันหุ้น)
THAI (Last Price 6.05 บาท YTD return -15.97%)
THAI เผยวันที่ 3 สิงหาคม 2569 จะปลดล็อกขายหุ้นทั้งหมด 75% CEO ชาย เอี่ยมศิริระบุนักลงทุนสถาบันยังให้การตอบรับดี บริษัทเล็งกลับจ่ายเงินปันผลหากกำไรถึงเป้า เน้นกลยุทธ์รักษา Yield มากกว่าแข่งด้านราคา พร้อมแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ 82-88 ลำในช่วงปี 2568-2571 เพื่อลดต้นทุนและอายุเฉลี่ยฝูงบิน (ที่มา: ทันหุ้น)
NER (Last Price 4.52 บาท YTD return 0.0%)
Last Price | YTD return
NER คว้ารางวัล Best Public Company of the Year 2026 หมวดเกษตร จาก Money & Banking Awards เป็นปีที่ 2 ซ้อน บริษัทมองครึ่งปีหลังสดใส รับดีมานด์ยางโลกแข็งแกร่งจากจีน อินเดีย และผู้ผลิตรถยนต์ ใช้กลยุทธ์ Matching Order จับคู่ซื้อวัตถุดิบกับการขายสินค้าเพื่อลดความผันผวนและควบคุมต้นทุน (ที่มา: ทันหุ้น)
OR (Last Price 13.1 บาท YTD return -2.96%)
OR ลงนามสัญญาพันธมิตรกับ Minor Food ขยายสาขาร้านอาหาร 4 แบรนด์ ได้แก่ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ Chiho Ramen เป้าหมายกว่า 150 สาขาภายในปี 2573 ลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทผ่านบริษัท Foodellus เพื่อยกระดับ PTT Station กว่า 2,400 แห่งให้เป็น Food & Lifestyle Destination (ที่มา: ทันหุ้น)
CREDIT (Last Price 25.00 บาท YTD return +61.3%)
CREDIT รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรกปี 2569 จำนวน 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% YoY กำไรไตรมาส 2 อยู่ที่ 989 ล้านบาท สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 13.1% เป็น 194,081 ล้านบาท สินเชื่อ MSME เติบโต 13.9% Gross NPL อยู่ที่ 4.3% และ NPL Coverage Ratio ที่ 148.2% (ที่มา: ทันหุ้น)
Macro & Policy
-
สหรัฐฯ-เม็กซิโก เปิดการเจรจาการค้า USMCA อีกครั้ง ขณะที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาอัตรา 50% โดยอ้างการเลือกปฏิบัติทางการค้า และแคนาดาตอบโต้ด้วยการคงมาตรการห้ามจำหน่ายสุราสหรัฐฯ ด้านผู้แทนการค้า Jamieson Greer ส่งสัญญาณว่าทรัมป์อาจออกภาษีชุดใหม่เพื่อทดแทนภาษีเดิมที่กำลังจะหมดอายุ พร้อมผลักดันระบบภาษีโลกรูปแบบใหม่
-
Treasury yields สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทุกช่วงอายุ แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน จากความกังวลความตึงเครียดตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ด้าน Jamie Dimon CEO JPMorgan เตือนตลาดประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป ระบุว่าตนเองจะไม่ซื้อทั้งหุ้นและ Treasury ในระดับราคาปัจจุบัน โดยเฉพาะ long-term Treasury ที่มองว่าไม่คุ้มค่าแม้ตลาดหุ้นจะปรับลง พร้อมชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่มองข้ามความเสี่ยงจากสงคราม ภาษี และแรงกดดันเศรษฐกิจอื่นๆ
-
Moody’s ปรับอันดับเครดิตอาร์เจนตินาขึ้นเป็น B3 จาก Caa1 สะท้อนการปรับปรุงความน่าเชื่อถือทางการเงิน ขณะที่ปากีสถานกำลังเจรจาขอวงเงินสำรองหลัง (Backstop Facility) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์จากสหรัฐฯ เพื่อเสริมทุนสำรองระหว่างประเทศ นอกจากนี้ OpenAI และ Anthropic ใช้จ่ายด้านการล็อกบี้รัฐสภาสหรัฐฯ รวม 3.17 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อน ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีเดิมและกลุ่มป้องกันประเทศลดการใช้จ่ายด้านล็อกบี้ลง
Corporate & Earning
-
Tesla (TSLA) กำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 หลังตลาดปิดวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 โดยในไตรมาสดังกล่าว Tesla ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 480,126 คัน ขณะที่ผลิตเพียง 451,758 คัน สะท้อนการระบายสต็อกที่ค้างอยู่ได้สำเร็จ ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 380 ดอลลาร์ ลดลง 10.7% YTD และต่ำกว่า 52-week high ที่ 498.83 ดอลลาร์ถึง 23% Tesla วางแผนเพิ่มกำลังผลิตโรงงาน Gruenheide เยอรมนีเป็น 7,500 คัน/สัปดาห์ ในปี 2026 และเพิ่งเข้าตลาดอุซเบกิสถาน
-
General Motors (GM) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 เกินคาด Wall Street และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสำคัญหลายรายการ ขับเคลื่อนด้วยการดำเนินงานในอเมริกาเหนือและอุปสงค์ผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง ด้าน CEO Mary Barra ประกาศแผนเปิดตัว Cadillac รุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ได้แก่ CT5 ซีดาน XT5 SUV และ XT6 SUV สามแถว สะท้อนการปรับกลยุทธ์ถอยห่างจากรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ Interactive Brokers (IBKR) รายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 2 หนุนด้วย trading activity และ margin lending ที่แข็งแกร่ง
-
TSMC (TSM) รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ 1.27 ล้านล้าน TWD (ราว 40.2 พันล้านดอลลาร์) เติบโต 36% YoY Gross margin อยู่ที่ 67.7% สูงกว่า Guidance เพดาน 67.5% กำไรสุทธิ 766.6 พันล้าน TWD TSMC ปรับเพิ่ม Guidance ไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ 44.6-45.8 พันล้านดอลลาร์ เกิน Consensus ที่ 43 พันล้านดอลลาร์ พร้อมปรับเพิ่ม Capex ปี 2026 เป็น 60-64 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 52-56 พันล้านดอลลาร์ และประกาศลงทุนเพิ่มอีก 100 พันล้านดอลลาร์ในรัฐแอริโซนา รวมเป็น 265 พันล้านดอลลาร์
-
Nvidia (NVDA) เปิดเผยรายละเอียด CPU รุ่นใหม่ชื่อ Vera สำหรับ Data Center ที่ออกแบบมาทำงาน AI โดยตรง เพื่อแข่งขันกับ AMD และ Intel พร้อมประกาศ Vera Rubin สถาปัตยกรรมใหม่ที่ให้ Throughput ต่อเมกะวัตต์สูงกว่า Blackwell ถึง 10 เท่า CEO Jensen Huang คาดการณ์ว่า Capex ระดับโลกสำหรับ Data Center จะแตะ 3-4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในสิ้นทศวรรษนี้ AMD (AMD) ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Microsoft โดย Azure จะนำ AMD Helios Rackscale Solution ที่ประกอบด้วย MI455X GPU, EPYC Venice CPU และ Pensando Networking ไปใช้งานจริงในช่วงครึ่งหลังปี 2026
Geopolitics & Risk
-
สหรัฐฯ ยืนยันโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9 มุ่งลดขีดความสามารถทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในบาห์เรน จอร์แดน และคูเวต รวมถึงอ้างว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของ Amazon ในบาห์เรน ขณะที่กลุ่มฮูตีคุกคามเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและซาอุดีอาระเบีย ทำให้ Asian Refiners หันไปใช้เส้นทาง Suez Canal นำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียแทน คาดการณ์ค่าใช้จ่ายสงครามสหรัฐฯ แตะ 37.5 พันล้านดอลลาร์แล้วตามข้อมูล Pentagon โดยมีข้อเสนอหยุดยิง 10 วันจากตัวกลางภูมิภาค
-
สหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรจีนที่เกี่ยวข้องกับการขโมยโมเดล AI โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าโมเดล AI แบบ Open-weight ของจีนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ท้าทายผู้นำอเมริกัน ได้แก่ OpenAI และ Anthropic ด้านสถานการณ์ทะเลจีนใต้ สหรัฐฯ ประณามการกระทำของจีนว่า “อันตรายและก้าวร้าว” หลังทหารเรือฟิลิปปินส์ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่พิพาท รัฐมนตรีต่างประเทศ Rubio เตรียมเดินทางเยือนมะนิลาเพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน พร้อมด้วย Wang Yi นักการทูตจีน









