กลุ่มธนาคารทยอยรายงานกำไร ภาพรวมโดดเด่นเป็นรายตัว มากกว่าจะดีทั้ง Sector
MARKET UPDATE
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 385 จุด (+0.74%) ขณะที่ Nasdaq บวกแข็งแกร่ง (+1.3%) เนื่องจากทำการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปตลาดเริ่มกลับมาเก็งกำไรผลประกอบการ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2% จากความกังวลในตะวันออกกลางอาจรุนแรงมากขึ้น (MU+12% SNDK +14% DELL +5.8%)
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
ตลาดอยู่ในช่วงช่างน้ำหนักระหว่างผลประกอบการกับสงคราม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่นิ่งและไร้วี่แววเจรจาที่มีนัยยะแต่อีกฝั่งนึงก็พบว่าผลประกอบการยังมีทิศทางเติบโตดี หลังเห็นสัญญานกำไรกลุ่มต้นน้ำขยายตัวดี TSMC ASML จึงเริ่มเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามาใน Semiconductor คืนนี้รอติดตามผลประกอบการ ALPHABET ยักษ์ใหญ่ของ Hyperscalers ว่าจะมีทิศทาง CAPEX , การเติบโตเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้การเร่งขึ้นของ US Bond Yield ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดผันผวน ความเห็นล่าสุดของตลาดก็ยังเชื่อว่าจะเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้และปีหน้า ราคาน้ำมันจากนี้จึงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
ปัจจัยในประเทศ
กลุ่มธนาคารทยอยประกาศกำไรตัวที่โดดเด่นได้แก่ KKP KBANK TTB กำไรลดลงเทียบปีก่อนได้แก่ BBL SCB แต่ทั้งนี้หุ้นหลาย BANK บางตัวปรับขึ้นมาเกินกว่า 1PBV (SCB) พร้อมกับกำไรที่ไม่โดดเด่น (-13%YoY) จึงอาจระมัดระวัง ขณะที่วานนี้เริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 472 ล้านบาทนับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 วันทำการ จึงเริ่มมองเห็นถึงความเสี่ยงบ้าง
วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวกรอบ 1645 – 1670 เช้านี้ KOSPI ผลงานโดด +5.8% อาจ Rotate มาที่ TECH (DELTA) กลยุทธ์ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากด้วย Valuation หุ้นแนะนำได้แก่ กลุ่มส่งออก (ITC TU) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) นิคมฯ (AMATA WHA) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) การเงิน (MTC)
TOP PICK
HMPRO ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.50 Bt
ทิศทางกำไรที่มีแนวโน้มกลับมาโต YoY ต่อเนื่องใน 2H26 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากสินค้า House brands
TU ซื้อ ราคาเป้าหมาย 15 Bt
ปัจจัยบวกจากผลประกอบการ 2Q26 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจาก 1Q26 ถึง 22% จากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 19.7%









