แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

ไซด์เวย์… มีความหวังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อ (เป็นไปตามที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.50% เนื่องจาก i) แรงขายในหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย (interest rate sensitive stocks) ตามการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ทั่วโลก รวมทั้งบอนด์ยีลด์ของไทย ผนวกกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ของ ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่กังวลเงินเฟ้อค่อนข้างมาก ii) หุ้นกลุ่มการบริโภคปรับฐานต่อ โดยมีปัจจัยลบจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคในไตรมาส 4/2569 ที่ไซส์ค่อนข้างเล็ก และแรงกดดันจากราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ เทรดไซด์เวย์… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังขึ้นต่อ ทั้งจากผลประมูลพันธบัตร 7 ปี ที่ค่อนข้างอ่อนแอ รวมทั้งความเห็นจากผู้ว่าการเฟด 3 สาขา ได้แก่สาขา New York, Cleveland และ Philadelphia ต่างมองว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีความเสี่ยงทางขึ้น (upside risk) ตามความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ii) ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ออกมาที่ 1.97 แสนคน ต่ำกว่าที่ consensus คาดที่ 2.01 แสนคน iii)… อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบปรับลงเช้านี้ หลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่าน หารือความเป็นไปได้ของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทีละเฟสๆ และอิหร่านอาจยอมเก็บค่าผ่านทางในอัตราที่ต่ำลง

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่น่าจะมีนัยสำคัญต่อตลาด… i) ในวันนี้ หรือวันที่ 28 ก.ย. น่าจะมีตัวเลขส่งออก ส.ค. ของไทยออกมา ซึ่งหากดูจากตัวเลขส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศอื่นๆ ในเอเชีย คาดว่าตัวเลขส่งออกไทยจะยังเติบโตสูง ii) ไทยเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทต่อคน เพื่อนำมาพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยวเพื่อแก้ปัญหาหนี้สูญในระบบสาธารณสุข… เรามองไม่มีนัยสำคัญต่อแนวโน้มการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

ซื้ออ่อนตัว: KBANK* (วันนี้ปรับเป้าขึ้น), AOT* / เก็งกำไร HANA*

KBANK* (เป้าพื้นฐาน 309 บาท) 1) วันนี้ฝ่ายวิจัยฯปรับเป้าหมายขึ้นเป็น 309 บาท (เดิม 275 บาท) ยังคงมุมมองบวก ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองบวกต่อภาพรวมของทั้งธุรกิจหลัก (การเติบโตของสินเชื่อ) และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth management ที่เติบโตเด่นและปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน >1/3 ของฐานรายได้ค่าธรรมเนียม (และเป็นธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้เงินกองทุนรองรับ + ไม่มี Credit cost) ฝ่ายวิจัยฯปรับเป้า PBV ขึ้นเป็น 1.2 เท่า (เดิม 1.1 เท่า) … ประเมิน Dividend yield ปี 2569 – 70 ปีละ 5.6% – 5.8% ตามลำดับ โดยคาดปันผลที่เหลือของ 2H69 อีกหุ้นละ 12 บาท (Yield 4.8%) 2) ประเมินราคาหุ้นพักตัวในกรอบ Sideway up แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” ประเมินแนวรับ 250 บาท และ 245 บาท / แนวต้าน 257 – 261 บาท กรณีผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 265 บาท (Stop loss 242 บาท)

AOT* (เป้าพื้นฐาน 71 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไรดีเข้า High season เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน FY4Q69 (ก.ค.-ก.ย.) จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว + ผลของการปรับ PSC สำหรับผู้โดยสารขาออกเต็มไตรมาส (เริ่มปรับ 20 มิ.ย.) และเราประเมินแนวโน้มกำไร FY1Q70 (ต.ค.-ธ.ค.) จะดีต่อเนื่องจากเข้า High season เริ่มต้นไตรมาสด้วย Golden week จีน + การจัด Event ขนาดใหญ่จำนวนมากในช่วงปลายปีนี้ 2) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวทดสอบ Mid-Bollinger band + MACD เริ่มตัด Signal line ประเมินแนวรับ 61.75 บาท และ 61.25 บาท / แนวต้าน 63.25 – 64.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสปิดแก๊ปราคา แนวต้านถัดไป +/- 65 บาท (Stop loss 60.75 บาท)

HANA* (เป้าพื้นฐาน 63 บาท) 1) ประเมินคลายความกังวลเรื่องความเสี่ยง Cash balance ปริมาณการเทรดในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ร้อนแรงจนเกินไป ทำให้ไม่มีความเสี่ยงติด Cash balance ขณะที่คาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 จะฟื้นตัวผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และอยู่ในธีมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับธีม Data center + AI (วัฏจักรใหญ่ยังเป็นขาขึ้น) รวมทั้งทิศทางค่าเงินบาทระยะสั้นที่อ่อนตัวหนุน Sentiment หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ 2) ประเมินราคาหุ้นพักตัวในกรอบ Sideway up ใกล้แนวรับ ประเมินแนวรับ 49.5 บาท / แนวต้าน 51 – 52.75 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 55 บาท (Stop loss 47.5 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) กรุงไทยเปิด PromptFund ซื้อขายกองทุน 24 ชั่วโมง! (ข่าวหุ้น) ผ่านแอป NEXT ดันรายได้ค่าฟีเติบโตโดดเด่น “แบงก์กรุงไทย” (KTB) เดินหน้า PromptFund ซื้อขายกองทุนแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ผ่าน Krungthai NEXT ด้วยเทคโนโลยี “บล็อกเชน” ต่อยอด Digital Securities Ecosystem รองรับ Tokenization และหลักทรัพย์โทเคนในอนาคต ด้าน ก.ล.ต. เดินหน้าปรับเกณฑ์หนุนเทคโนโลยี DLT-Blockchain ในตลาดทุน ขณะที่โบรกฯ จับตารายได้ค่าฟี KTB* เติบโตเด่น จากธุรกิจตลาดทุนและแพลตฟอร์มลงทุนดิจิทัล คาดค่าฟีปี 69 โตกว่า 7%

(0) CK* บิ๊กล็อต BEM* กดราคาหุ้นวูบ อัพไซด์พุ่ง 59% (ข่าวหุ้น) “ช.การช่าง” เดินหน้าขายหุ้น BEM* ผ่าน Big Lot จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่ารวมกว่า 1.3 พันล้านบาท ที่ราคา 6.50 บาทต่อหุ้น หวังเพิ่มฟรีโฟลต BEM* อีกราว 1.31% นักลงทุนสถาบันร้อนแรง ยอดจองซื้อทะลักกว่า 7 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย จับตาราคาในกระดานอัพไซด์พุ่ง 59% จากเป้าสูงสุด 10.50 บาท บล.กรุงศรี มองกระทบระยะสั้น ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง

(+) PTT* จ่ายปันผล 4 หมื่นล้าน ดีเดย์ขายหุ้นซื้อคืน 28 ก.ย. (ข่าวหุ้น) บอร์ด ปตท. ไฟเขียวจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน 238 ล้านหุ้น เริ่ม 28 ก.ย.-12 ต.ค. 69 พร้อมจ่ายเงินปันผลครึ่งแรกปีนี้ 1.40 บาทต่อหุ้น วงเงินกว่า 39,655 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 ตุลาคม จับมือธนาคารกรุงไทย เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือด้านโซลูชันทางการเงินเพื่อความยั่งยืน

(+) บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์คุมเข้ม สั่งคุมไซส์เกิน 0.5 MW ต้องจดแจ้งกับภาครัฐ (ข่าวหุ้น) “เอกนิติ” นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดนโยบายกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งจัดกลุ่มตามปริมาณใช้ไฟฟ้า สั่งคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ไซส์ 0.5 เมกะวัตต์ขึ้นไปต้องจดแจ้งกับกระทรวงดิจิทัลฯ จี้ 3 คณะอนุกรรมการฯ เร่งคลอดมาตรฐานขั้นต่ำ-ผังเมือง-สิ่งแวดล้อม ภายใน ก.ย.นี้

(+) เคาะยุทธศาสตร์ ‘ชิพเมดอินไทยแลนด์’ บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ตั้งเป้า 5 ปีดึงลงทุน 5 แสนล้าน (ข่าวสด) บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ไฟเขิวยุทธศาสตร์ฯ แห่งชาติ ผลักดัน “ชิพเมดอินไทยแลนด์” ตั้งเป้าลงทุน 5 แสนล้านใน 5 ปี

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 5.9 บาท) ASEFA (Stop loss 6.15 บาท) DELTA* (Stop loss 243 บาท) WHA* (Stop loss 4.7 บาท) WHAUP* (Stop loss 7.0 บาท) STECON* (Trailing stop 18.3 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 47.5 บาท) BBGI (Stop loss 6.3 บาท)
  • หุ้น Defensive yield: KTB* (Stop loss 44.25 บาท) KKP* (Stop loss 115 บาท)
  • หุ้นท่องเที่ยว ค้าปลีก: CRC* (Stop loss 28.75 บาท) CPN* (Stop loss 63 บาท) AWC* (Stop loss 3.02 บาท)
  • กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 29.25 บาท) BCH* (Stop loss 11.1 บาท) BDMS* (Stop loss 19.8 บาท) ITC (Stop loss 16.6 บาท) MAGURO (Stop loss 17.8 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • กลุ่มธนาคารฯ น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะธุรกิจ Wealth management จะเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ หุ้นที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้สูงอาทิ KBANK* KTB* TTB* จะได้ประโยชน์จากการเติบโตของ AUM นอกจากนี้รายได้จากธุรกิจนี้ไม่ต้องใช้เงินกองทุนรองรับและไม่มีต้นทุนด้านเครดิต (Credit Cost) ให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการดำเนินแผนบริหารจัดการเงินกองทุน ฝ่ายวิจัยฯปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้า … อ่านรายละเอียดการปรับราคาเป้าหมายในบทวิเคราะห์เพิ่มเติม … หุ้นเด่น KBANK* KKP* KTB* และ TTB*
  • KBANK แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 309 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ 2H68 จากทั้งการเติบโตของสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะธุรกิจ Wealth management ทำให้คุณภาพของกำไรและ ROE ปรับเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยฯจึงปรับเป้าหมาย PBV ขึ้นเป็น 1.2 เท่า (เดิม 1.1 เท่า) ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 309 บาท (เดิม 275 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
  • ITC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 21 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 790 ล้านบาท (-3% YoY -6% QoQ) แต่หากพิจารณากำไรปกติคาดจะทรงตัว YoY และโต +9% QoQ ประเมินแนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 4Q69 รวมทั้งคาด Dividend yield ปี 2569 – 70 ปีละ 5.9% – 6.3% ตามลำดับ
- Advertisement -