บล.พาย:

KBANK: Kasikornbank PCL

รายได้ค่าธรรมเนียมแกร่งหนุนกำไรใน 2Q26

คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 259 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 8.5%, TG 2%) อิงจาก 1.0x PBV’26E ผลการดำเนินงานใน 2Q26 กำไรสุทธิออกมาที่ 13.4 พันล้านบาท (+7% YoY, -9% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 3.2% เราปรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น สะท้อนธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้น 2% YoY ในปี 2026 ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับสูงขึ้น 21% YTD ซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี และได้สิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธนาคารมีเครื่องมือในการบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มระดับ ROE ตามเป้าหมาย ดังนั้น เรามองว่ามีโอกาสที่ธนาคารจะจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติมจากที่คาดว่าจะจ่ายตามปกติที่ 12 บาท ในปี 2026 โดยคาดว่าธนาคารจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาท สำหรับ 1H26

การประชุมนักวิเคราะห์

  • ธนาคารปรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็น 2% (เดิม 1.5%) ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจใน 2Q26 จะชะลอตัวกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมองว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวใน 2H26 นอกจากนี้ คาดอัตราดอกเบี้ยในประเทศทรงตัวที่ 1% ในปี 2026

  • ธนาคารคงเป้าหมายในปี 2026 (1) สินเชื่อขยายตัว 0-2% เพราะจะมีการชำระคืนหนี้บางส่วนใน 2H26 แม้สินเชื่อใน 1H ขยายตัว 3.3% โดยกลยุทธ์มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ (2) NIM ที่ 2.75-2.90% จากค่าเฉลี่ย 2.9% ใน 1H โดยธนาคารมองว่า NIM ใน 2Q26 เป็นระดับต่ำแล้ว (3) Net fee income growth ขยายตัว Mid to High Single digit แม้ว่าจะขยายตัวแกร่ง 22% YoY ใน 1H26 เรามองว่ามีโอกาสที่ธนาคารจะทำการเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมายในปี 2026 เพราะภาวะการลงทุนที่แข็งแกร่ง แต่แนวโน้มรายได้ใน 2H อาจเติบโตจำกัดเทียบกับใน 1H26 และ (4) credit cost ที่ 140-160 bps และ NPL ratio <3.25% เรามองว่าอยู่ระดับจัดการได้ตามแผน

คาดกำไรปี 2026 ปรับลดลง แม้กำไรใน 1Q26 จะแข็งแกร่ง

  • กำไรใน 1H26 ที่ 28 พันลบ. คิดเป็น 55% ของกำไรในปี 2026 ของเรา เราปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2026-27 เพิ่มขึ้น 2%/1% ในปี 2026-27 จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่งใน 1H26 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2026 จะเติบโต 2% และขยายตัว 4% ในปี 2027 หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว และ Cost to income ratio ลดลงที่ 42.7%/42.8% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ดี ขณะที่คาด Credit cost ลดลงเล็กน้อยที่ 160/150 bps ในปี 2026-27 (2025: 163 bps)

  • สำหรับใน 2H26 คาดว่ากำไรจะปรับลดลง HoH จากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานสูงขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล แต่กำไรจะทรงตัว YoY

  • โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินสิ้นสุดใน 13 พ.ค. 2026 โดยได้ซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้นจำนวน 18.3 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.77% ของหุ้นที่จำหน่ายทั้งหมด แต่มองว่าธนาคารมีศักยภาพในการซื้อหุ้นคืนเพิ่มในอนาคต แต่ปัจจุบันราคาหุ้น KBANK ซื้อขายที่ระดับใกล้เคียงมูลค่าทางบัญชี KBANK อาจพิจารณาแนวทางอื่นในการบริหารเงินกองทุน เช่น เพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล และจ่ายเงินปันผลพิเศษ

- Advertisement -