KS Daily View 22.07.2026 >>> น้ำมันพุ่งจากความขัดแย้ง เน้นหุ้นกำไรเด่นและปันผลสูง กรอบ SET วันนี้ 1,635-1,660 จุด แนะนำ PTTGC, SC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,652.97 เพิ่มขึ้น 6.97 จุด (+0.42%) แรงซื้อในกลุ่มพลังงาน สลับแรงขายทำกำไรกลุ่มธนาคาร โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายหุ้นไทยสุทธิ 472 ลบ. หลังจากซื้อ 13 วันติดต่อกัน ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ในกรอบ 1,635 – 1,660 จุด ภาพตลาดหุ้นโลกเริ่มเห็นแรงซื้อกลับในกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการของหุ้น Tech ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ช่วยหนุน sentiment เชิงบวกกลับมาได้เล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดีด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยกระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดทอนความหวังต่อการเปิดการเจรจากับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ หลังทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนขู่คุกคามการเดินเรือในทะเลแดง โดยทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้หากกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเข้าขัดขวางเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ล่าสุดหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุระดับ 90 เหรียญต่อบาร์เรลอีกครั้ง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันประเด็นเงินเฟ้อสูงในช่วงถัดไป ดังนั้นกลยุทธ์ในระยะสั้นเพิ่มความระมัดระวัง เน้นรอจังหวะย่อตั้งหุ้นคาดกำไรเด่น และจ่ายปันผลสูง โดยสำหรับวันนี้แนะนำ PTTGC, SC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ายังไม่มีแนวโน้มเจรจากับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ พร้อมเตือนจะตอบโต้หากกลุ่มฮูตีขัดขวางการเดินเรือในทะเลแดง ขณะที่การสู้รบเข้าสู่วันที่ 10 และตัวกลางยังพยายามรื้อฟื้นการเจรจา ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังมีการโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและการขู่ปิดล้อมการเดินเรือของฮูตี ถือเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น เช่น PTTEP, TOP, SPRC, BCP และ PTTGC จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เป็นลบต่อหุ้นที่พึ่งพาต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
- กระทรวงการคลังเตรียมปรับเกณฑ์ TISA โดยมีแนวโน้มยกเลิกระบบตัวคูณสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้ผู้เสียภาษีทุกกลุ่มได้รับสิทธิลดหย่อนเท่าเทียมกัน พร้อมเปิดทางให้นักลงทุนจัดพอร์ตลงทุนได้อย่างอิสระทั้งหุ้น พันธบัตร และกองทุน รวมถึงลงทุนในหุ้นรายตัวที่เข้าเกณฑ์ ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ย.นี้ ขณะที่เพดานลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างการพิจารณา ถือเป็นบวกต่อบรรยากาศตลาดทุนไทยในระยะกลาง หาก TISA เปิดให้ลงทุนหุ้นได้โดยตรงและมีแรงจูงใจทางภาษีที่ชัดเจน
- รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการ BOI to IPO เพื่อจูงใจบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่ได้รับ BOI ให้จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยควบคู่กับตลาดต่างประเทศ (Dual Listing) โดยมีบริษัทผู้ผลิต Optical Transceiver จากจีนที่ลงทุนในไทยกว่า 5 หมื่นล้านบาทเป็นเป้าหมายแรก พร้อมจัดทำ Fast Track รองรับ นอกจากนี้ยังเดินหน้าปลดล็อก Direct PPA ปรับเกณฑ์ BOI เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเชื่อมโยงซัพพลายเชนไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ถือเป็นบวกต่อตลาดทุนไทยและหุ้นในธีม Data Center, นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องกับ AI/เซมิคอนดักเตอร์
- สกพอ.เตรียมเสนอโครงการ EECiti หรือศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ มูลค่า 72,042 ล้านบาท ในรูปแบบ PPP ให้บอร์ด EEC พิจารณาเดือน ต.ค. ก่อนเสนอ ครม. โดยตั้งเป้าเปิดประมูลปี 2570 และเริ่มก่อสร้างปี 2571 โครงการตั้งอยู่ที่ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี บนสัญญาสัมปทาน 50 ปี และได้รับความสนใจจากเอกชนไทย-ต่างชาติกว่า 100 ราย แม้บางส่วนยังรอความชัดเจนของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ถือเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และสาธารณูปโภค เช่น AMATA, WHA, STECON, CK, SCC, GULF และ PTT หากโครงการเดินหน้าตามแผนจะเป็นแรงหนุนการลงทุนใน EEC ระยะยาว
Daily picks
PTTGC: ราคาพื้นฐาน 40.70 บาท
- คาดกำไร 2Q69 ฟื้นแรง อยู่ที่ 9.8 พันลบ. (+205% QoQ) จากธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นที่แข็งแกร่ง แม้มีการตั้งสำรอง GC Polyols ราว 1.8 พันลบ.
- ธุรกิจปิโตรเคมีหนุนกำไรเด่น จากส่วนต่างราคา HDPE และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ขยายตัว ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นดีเซลที่แข็งแกร่ง
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40.70 บาท แม้คาดกำไร 3Q69 อ่อนตัว QoQ แต่ธุรกิจโรงกลั่นยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งจากค่าการกลั่นดีเซลที่อยู่ในระดับสูง
SC: ราคาพื้นฐาน 2.44 บาท
- คาดกำไร 2Q69 โตเด่น อยู่ที่ 652 ลบ. (+56% YoY, +442% QoQ) จากการเริ่มโอนคอนโด COBE รัชดา–พระราม 9 และยอดขายแนวราบที่ฟื้นตัว หนุนรายได้และ GPM
- 2H69 โมเมนตัมแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากการเปิดตัวคอนโดใหม่ขนาดใหญ่ 2 โครงการ และการทยอยโอน Backlog คอนโด ช่วยหนุนยอดขายและกำไร
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.44 บาท มอง Valuation ยังถูก (PER 5.1 เท่า) พร้อม Dividend Yield สูง 7.8% และมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นจากงบ 2Q69 ที่แข็งแกร่ง
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพุธ ติดตามสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และยอดส่งออก ญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +17.9%YoY เพิ่มจากเดือน พ.ค. ที่ +16.8%YoY
- วันพฤหัส ติดตามปัจจัยในประเทศคาดประกาศงบ 2Q26 ของ BAREIT ส่วนสหรัฐฯ เกาะติดรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.11 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.08 แสนราย ทางฝั่งยุโรปจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งเงินกู้ เงินฝาก และรีไฟแนนซ์ ที่ 2.25%, 2.65% และ 2.40% ตามลำดับ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ค. คาดที่ -17.0 จุด
- วันศุกร์ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิต US เดือน ก.ค. คาดที่ 54.4 จาก 53.9 จุด ใน มิ.ย., PMI ภาคบริการ US เดือน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.2 จุด ใน มิ.ย., ยอดขายบ้านใหม่ US เดือน มิ.ย. คาด +4.6%MoM จาก -7.3%MoM ในเดือน พ.ค. ส่วนฝั่งยุโรป จับตาPMI ภาคการผลิตยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.4 จุด ใน มิ.ย. และ PMI ภาคบริการยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 49.9 จาก 49.4 จุด ใน มิ.ย.









