ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ
YLG วิเคราะห์ตลาดทองคำ ราคานั้นแกว่งตัว 4,054-4,116 ดอลลาร์/ออนซ์ จับตาการประชุมเฟด
YLG รายงานราคาทองคำโลกแกว่งตัวในกรอบ 4,054-4,116 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำแท่ง 96.5% ในไทย ขายออกที่ 65,000 บาท เพิ่มขึ้น 150 บาทจากวันก่อนหน้า ตลาดได้รับผลกระทบจากการพักรบชั่วคราวระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้น้ำมัน WTI ปรับลง 4-5% มาที่ 84 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent ที่ 87-93 ดอลลาร์/บาร์เรล ประเด็นสำคัญในสัปดาห์คือการประชุมนโยบายเฟดวันที่ 29 ก.ค. โดยตลาดให้น้ำหนัก 64.2% ต่อการคง ดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ข้อมูลเศรษฐกิจจีนอ่อนแรง กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายนโต 15.1% ต่ำสุดในปี และ GDP ไตรมาส 2 โตเพียง 4.3% YLG วางกลยุทธ์ขายทองเมื่อราคาไม่ผ่าน 4,140-4,166 ดอลลาร์/ออนซ์ และรอซื้อ คืนเมื่อราคาไม่หลุด 4,090-4,082 ดอลลาร์/ออนซ์
ธนาคารเกียรตินาคินภัทรวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ กทม. และปริมนทล ช่วง 5 เดือนแรกปี 2569
ธนาคารเกียรตินาคินภัทรวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 พบว่า จำนวนยูนิตโอนฟื้นตัว แต่มูลค่าโอนรวมขยายตัวต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปสู่สินค้า ราคาประหยัด กรุงเทพมหานครยูนิตโอนรวมเพิ่มขึ้น 17.0% แต่มูลค่าเพิ่มเพียง 4.4% ส่วนสมุทรปราการยูนิตโอนเติบโต 7.4% แต่มูลค่ารวมดิ่งลง 9.5% สะท้อนอิทธิพลตลาดบ้านมือสอง ตลาดอสังหาฯ ถูกกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สงครามราคาจากตลาดมือสอง การเปลี่ยนสินค้าไปสู่ราคาประหยัด และข้อจำกัดสินเชื่อเนื่องจากหนี้ครัวเรือน สูง ธนาคารแนะผู้ประกอบการเน้นประเมินกำลังผ่อนของลูกค้าก่อนออกแบบ แบ่งเฟสเปิดโครงการตามยอดขายจริง และสร้างจุดเด่นด้านคุณภาพหลังการขายเหนือตลาดมือสอง
ค่าเงินบาทเปิดเช้า 27 ก.ค. ที่ 33.59 บาท/ดอลลาร์ จับตา FOMC BOE และผลประกอบการเทคโนโลยี
ธนาคารกรุงไทยผ่าน Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 27 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 33.59 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อน 33.69 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 33.57-33.73 บาท/ดอลลาร์ สนับสนุนโดยข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านเตรียมเจรจายุดยิง ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลง ราคา ทองคำ XAUUSD พลิกกลับปรับสูงเหนือ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าสอดคล้องกับการปรับ ลดความหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด สัปดาห์นี้ต้องจับตาผลการประชุม FOMC BOE และ BOJ พร้อมผล ประกอบการบริษัทจดทะเบียนเทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์ KTB คาดเงินบาทแกว่งตัว Sideways Down ใน กรอบ 33.20-34.00 บาท/ดอลลาร์ในสัปดาห์นี้
ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ
HMPRO (Last Price 6.55 บาท YTD return -0.76%)
HMPRO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1,594.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99% YoY รายได้รวม 18,054.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจาก 25.82% เป็น 27.73% จากการบริหาร Product Mix และสินค้า Private Brand ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำ ความเย็นเร่งตัวในเดือนเมษายน บริษัทเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง รวมทั้งสิ้น 134 สาขา (ที่มา: ทันหุ้น)
KBANK (Last Price 242.0 บาท YTD return +24.42%)
KBANK คาดสินเชื่อครึ่งปีหลัง 2569 ได้รับแรงหนุน จากลูกค้าขนาดใหญ่และ FDI ที่เข้ามาเพิ่มขึ้น สินเชื่อ ครึ่งปีแรกเติบโต 3.32% YTD ธนาคารแห่งประเทศไทย ลดค่าธรรมเนียม 19 รายการมีผล 1 ก.ค. 2569 ทำให้ KBANK ต้องหาแหล่งรายได้ทดแทน พร้อมปรับเพิ่มเป้า สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนเป็น 500,000 ล้านบาทภายในปี 2573 (ที่มา: ทันหุ้น)
MTC (Last Price 34.25 บาท YTD return +10.48%)
MTC ลงนามรับ Social Loan วงเงิน 70 ล้านดอลลาร์ สหรัฐจาก Bank of China (Hong Kong) และ Bank of China (Thai) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการทาง การเงิน สร้างงาน และความมั่นคงทางการอาหาร MTC ได้รับ CG Rating 5 ดาว SET ESG Rating ระดับ AA และได้รับรางวัล Best Social Bond Thailand จาก The Asset Triple A Awards 2026 (ที่มา: ทันหุ้น)
ITC (Last Price 17.0 บาท YTD return +8.97%)
ITC ได้รับความเห็นชอบจาก IFA ในการให้กู้ยืมแก่ TU วงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท อายุไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินสดส่วนเกิน คาดผลตอบแทนเพิ่มจาก 1.09% เป็น 1.87% ต่อปี หรือเพิ่มเฉลี่ย 87 ล้านบาท/ปี รายการนี้เป็นรายการเกี่ยวโยงกันต้องขออนุมัติผู้ถือหุ้น (ที่มา: ทันหุ้น)
EPG (Last Price 6.35 บาท YTD return +120.49%)
EPG ได้ประโยชน์จากค่าบาทอ่อนที่ราว 33.80 บาท/ดอลลาร์ (อ่อนสุดในรอบ 15 เดือน) หนุนรายได้ต่างประเทศสัดส่วน 60% ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ (Aeroklas, Aeroflex, EPP) มีแนวโน้มดีมานด์ขยายตัว BOI อนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 877 โครงการมูลค่า 1.36 ล้านล้านบาทในครึ่งแรกปี 2569 หนุน Aeroflex ระยะยาว บริษัทคงเป้าเติบโตรายได้ปีนี้ 2-3% (ที่มา: ทันหุ้น)
DELTA (Last Price 285.0 บาท YTD return +53.64%)
ดัชนี SET วันที่ 27 ก.ค. 2569 ปิดที่ 1,624.47 จุด ลบ 19.92 จุด (-1.21%) มูลค่าซื้อขายรวม 88,438.62 ล้านบาท โดย DELTA ฉุดตลาดลงหนักหลังประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 5,530 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดการณ์ของโบรกเกอร์ถึง 41% ราคาหุ้นปรับลง 7.17% ขณะที่หุ้นแบงก์ BBL KBANK และ TTB มีแรงซื้อพยุงตลาด (ที่มา: ทันหุ้น)
AAI (Last Price 3.96 บาท YTD return -4.35%)
AAI ระบุภาษีสหรัฐที่ปรับจาก 10% เป็น 12.5% กระทบบริษัทน้อย เพราะคู่ค้าปรับตัวรับได้แล้ว การประกาศภาษีที่ชัดเจนทำให้คู่ค้าที่ลังเลกลับมาสั่งซื้อตามปกติ AAI มีความได้เปรียบในสินค้า Premium อาหารเปียกที่ต้องทักษะแรงงานสูง ค่าบาทอ่อนเป็นปัจจัยบวก มองครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก พร้อมขยายตลาดยุโรป (ที่มา: ทันหุ้น)
D (Last Price 3.08 บาท YTD return +25.2%)
D คาดครึ่งปีหลัง 2569 เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนโดยรายได้ 60% มาจากคนไข้ต่างชาติ ปรับกลยุทธ์จากการเปิดคลินิกใหม่ 3 แห่ง เป็นอัพเกรดคลินิกเดิม 15 แห่ง ลงทุนเทคโนโลยีทำครอบฟันลดเวลาจาก 2 สัปดาห์ เหลือ 48 ชั่วโมง ยืนยันเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 15% และคาดย้ายจาก mai เข้า SET ภายใน Q3/2569 (ที่มา: ทันหุ้น)
Macro & Policy
-
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9 ต่อ 3 คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 29 ก.ค. 2569 ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ติดต่อกัน โดยกรรมการ 3 ราย Vote ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นระดับการ dissent สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1970 ประธานเฟด Warsh ระบุว่าการไม่ให้ Forward Guidance อาจมีส่วนทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล Treasury ปรับสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
-
ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ครอบคลุม 60 ประเทศคู่ค้า รวมถึงสหภาพยุโรป จีน และสหราชอาณาจักร ในอัตรา 10-12.5% ส่งผลให้ความไม่แน่นอนด้านการค้าโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ มอบสัญญาป้องกันขีปนาวุธ Patriot มูลค่า 58,620 ล้านดอลลาร์แก่ Lockheed Martin ซึ่งเป็นดีลใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโครงการ Patriot
-
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ปรับนโยบายการเงินแบบเข้มงวดขึ้นโดยไม่คาดคิด เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดย MAS บริหารค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ผ่านตะกร้าสกุลเงินแทนการปรับดอกเบี้ยโดยตรง ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดจะคงดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมที่จะถึงนี้ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมัน
Corporate & Earning
-
Microsoft รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดแข็งแกร่ง โดยกำไรและรายได้เกินความคาดหมายของ Wall Street พร้อมให้ Guidance รายได้เชิงบวกสำหรับปีงบประมาณใหม่ และประกาศเพิ่มงบลงทุน (Capex) อ้างอิงความต้องการที่แข็งแกร่ง บริษัทยังเปลี่ยนนโยบายบัญชีสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และอาคารสำนักงาน ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้น 7% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด และบริษัทคาด Free Cash Flow เป็นบวกสำหรับปีงบใหม่
-
Meta Platforms รายงานยอดขายไตรมาส 2/2569 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ราว 120,000 ล้านดอลลาร์รายปี แต่กำไรต่ำกว่าคาดเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น บริษัทออก Guidance รายได้อ่อนกว่าคาด และ Free Cash Flow ลดลง ขณะที่ปรับแคบช่วง Capex สำหรับทั้งปีเป็น 125-145 พันล้านดอลลาร์ หน่วย Reality Labs ขาดทุนกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว CEO Mark Zuckerberg ระบุ AI กำลังเร่งธุรกิจหลักและเปิดโอกาสใหม่ด้าน Enterprise พร้อมประกาศร่วมทุนกับ BlackRock สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ El Paso เท็กซัส
-
Tesla รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เมื่อวันที่ 28 ก.ค. รายได้เติบโต 26% YoY ที่ 28,240 ล้านดอลลาร์ ยอดส่งมอบรถสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 480,000 คัน (+25% YoY) แต่ EPS ปรับแล้วที่ 0.33 ดอลลาร์ต่ำกว่าคาด กำไรจากการดำเนินงานราว 400 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่า Consensus ที่ 1,700 ล้านดอลลาร์มาก Gross Margin รวม 16.8% ต่ำกว่าคาด 19.5% และ Free Cash Flow ติดลบ 1,090 ล้านดอลลาร์ ธุรกิจพลังงาน deploy 13.5 GWh (+41% YoY) สร้างรายได้ 3,100 ล้านดอลลาร์ หุ้นร่วง 18% หลังประกาศผล ลบ YTD กว่า 29.82%
-
Alphabet รายงานรายได้รวมไตรมาส 2/2569 ราว 120,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 24% YoY EPS ที่ 9.11 ดอลลาร์ เกิน Consensus 216% Google Cloud พุ่ง 82% YoY เป็น 24,800 ล้านดอลลาร์ Operating Margin ขยายตัว 200 bps แต่บริษัทปรับเพิ่ม Capex Guidance ปี 2026 เป็น 195-205 พันล้านดอลลาร์ และรายงาน Free Cash Flow ติดลบ 6,000 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ IPO ส่งผลให้หุ้นร่วง 7% ทันทีหลังประกาศ นอกเหนือจากนี้ยังเผชิญคดีฟ้องร้องจาก Class Action เรื่องกล้อง Nest เก็บข้อมูลจดจำใบหน้าโดยไม่ได้รับความยินยอม
Geopolitics & Risk
-
อิหร่านโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางด้วยขีปนาวุธแบบไม่คาดคิด โดย CENTCOM รายงานสกัดขีปนาวุธทั้งหมดได้ ทรัมป์ขู่ตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งเกิน 90 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ขึ้นกว่า 7% นอกเหนือจากนี้โดรนยังโจมตีเรือบรรทุกก๊าซในท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์ ตลาดพลังงานผันผวนหนักจากความเสี่ยงด้านอุปทาน
-
บริษัทที่รัฐบาลจีน หนุนหลังเริ่มผลิตเครื่อง DUV Lithography (Deep Ultraviolet) ในระดับ Mass Production สำเร็จ ซึ่งอาจทำลายการผูกขาดของ ASML จากเนเธอร์แลนด์ และเปิดทางให้ CXMT ผู้ผลิตชิปจีนขยายกำลังผลิตขั้นสูงในประเทศ ส่งผลให้หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปรับตัวลงแรง ขณะที่ CXMT เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนด้วยราคา IPO 8.66 หยวน และหุ้นพุ่ง 466% ในวันแรก








