บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

SAKSIAM LEASING (SAK TB)

Growth resumes, Caution remains

  • คาดกำไร 2Q26 ปรับดีขึ้น จากการเติบโตของสินเชื่อตามฤดูกาล โดยคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

  • คงประมาณการปี 2026–28E แต่ความเสี่ยงขาลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพิ่มขึ้น

  • คงคำแนะนำ ถือ; ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 3.53 บาท

คาดกำไร 2Q26 เติบโตจากการฟื้นตัวของสินเชื่อตามฤดูกาล

เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 231 ล้านบาท (+0.6% q-q, +5.1% y-y) โดยได้แรงหนุนจาก PPOP ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่นที่แข็งแกร่งขึ้น NII คาดจะเติบโต 3.4% q-q จากการเติบโตของสินเชื่อตามฤดูกาล 4.3% q-q ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินเชื่อทะเบียนรถและสินเชื่อโฉนดที่ดิน ขณะที่ loan spread ที่เพิ่มขึ้น 8bps จะช่วยหนุนกำไรเพิ่มเดิม แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดจะเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมการปล่อยสินเชื่อ แต่การเติบโตของรายได้รวมที่เร็วกว่าจะช่วยให้ cost-to-income ratio ปรับดีขึ้นเป็น 48.5% จาก 49.4% ใน 1Q26 โดยรวมเราคาดกำไรสุทธิ 1H26 อยู่ที่ 461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% y-y คิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ของเรา

คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

เราคาดคุณภาพสินทรัพย์ใน 2Q26 ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดย gross NPL คาดเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านบาท (+3.2% q-q, +2.3% y-y) สะท้อนการเติบโตตามปกติที่สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อ ขณะที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้นยังจำกัด การเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยให้สัดส่วน NPL ลดลงเป็น 2.68% จาก 2.71% ณ สิ้น 1Q26 เราคาด ECL จะเพิ่มขึ้นเป็น 45 ล้านบาท (+50.3% q-q, -27.6% y-y) จากการเติบโตของสินเชื่อใหม่และการคง management overlays ต่อเนื่อง ส่งผลให้ credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 123bps จาก 84bps ใน 1Q26 ขณะที่การตัดหนี้สูญบางส่วนเพื่อบริหาร NPL จะทำให้ coverage ratio ลดลงเป็น 101.3% จาก 104.1% ณ สิ้น 1Q26

การฟื้นตัวของสินเชื่อหนุนการเติบโตกำไรปี 2026-28E

เราคาดกำไรสุทธิของ SAK ในช่วงปี 2026–28E จะเติบโตที่ 8.1% CAGR โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของสินเชื่อเฉลี่ย 7.0–8.2% ต่อปี ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์หลังชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจะช่วยให้ interest spread ทรงตัวในระดับประมาณ 18.2% แม้จะมีแรงกดดันจากสัดส่วนสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำเพิ่มขึ้น เราคาดประสิทธิภาพการดำเนินงานจะยังแข็งแกร่ง โดย cost-to-income ratio ทรงตัวที่ประมาณ 47.7% ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้จะช่วยให้ credit cost อยู่ที่ 150bps แม้สัดส่วน NPL จะค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้น โดยรวมแล้ว การขยายตัวของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง margin ที่ทรงตัว และการควบคุม credit cost จะช่วยสนับสนุนการเติบโตกำไรอย่างยั่งยืนจนถึงปี 2028

คงคำแนะนำ ถือ; ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 3.53 บาท

เราคงคำแนะนำ ถือ สำหรับ SAK เนื่องจาก upside ยังจำกัด แม้หุ้นยังให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 6–7% ต่อปี ราคาเป้าหมายปี 2026E ของเราที่ 3.53 บาท อิงวิธี GGM คิดเป็น P/BV ที่ 1.01x (LT-ROE 13.0% และ COE 12.9%) เราชอบ TIDLOR, MTC และ SAWAD มากกว่า SAK

- Advertisement -