บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Thai Airways International (THAI.BK/THAI TB)

ประมาณการ 2Q69F: คาดการณ์มีกำไร แม้มีแรงต้านการดำเนินงาน (Neutral‧Maintained)

Event 

ประมาณการ 2Q69F 

Impact 

คาดผลประกอบการ 2Q26F มีกำไรและใกล้เคียงกับที่เราเคยคาด 

แม้สภาพแวดล้อมการดำเนินงาน 2Q69F จะได้รับผลลบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านและการท่องเที่ยวไทยชะลอตัว แต่เรายังคงมองแนวโน้มกำไร 2Q69F ของ THAI เชิงบวก โดยคาดว่า บริษัทจะรายงานกำไรปกติที่ 192 ล้านบาท (-97.2% YoY และ -97.9% QoQ) ด้วย margin ที่ยังเป็นบวกจาก i) ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การทำ hedging ii) การปรับขึ้นราคาบัตรโดยสาร และ iii) การยกเลิกเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร ขณะที่คาดว่า บริษัทจะรับรู้กำไรจากรายการพิเศษสุทธิราว 1.1 พันล้านบาทมาจากการกลับรายการภาษี ทำให้คาดกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 1.29 พันล้านบาท (-89.3% YoY, -87.2% QoQ) 

i) คาดรายได้ 2Q69F เติบโต YoY แต่ชะลอตัว QoQ จากสถิติการดำเนินงานของบริษัท 2Q69 เราคาดรายได้ 2Q69F ที่ 4.57 หมื่นล้านบาท (+5.5% YoY แต่ -8.1% QoQ) ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) คาดลดลงเหลือ 29.1% จาก 44.8% ใน 2Q68 และ 49.0% ใน 1Q69 ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ทำ hedging ไว้ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 73% YoY ใน 2Q69F เราคาดว่า THAI จะมีผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน (-15.6% YoY และ -9.1% QoQ) โดยมี load factor ราว 72% (จาก 83% ใน 1Q69) ทั้งนี้ THAI เน้นกลยุทธ์หลักในช่วงที่สภาวะตลาดท้าทายก็คือ การเน้น yield มากกว่าการเพิ่มปริมาณผู้โดยสาร (traffic volume) ซึ่งสะท้อนผ่านการดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาที่เชิงรุกมากกว่าคู่แข่ง 

ii) ต้นทุนน้ำมันเครื่องบิน 2Q69F พุ่งขึ้น ปัจจัยสำคัญที่สุดที่กดดันผลงาน 2Q69F ของ THAI คือ ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นผิดปกติจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่บริษัทได้ป้องกันความเสี่ยงน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ราว 50% ของปริมาณการใช้น้ำมันที่คาดใน 2Q69F ซึ่งช่วยลดผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งบริษัทยังได้ทำ hedging ไว้ราว 40% ของปริมาณการใช้น้ำมันที่คาดใน 2H69F  

ระยะเวลาห้ามขายหุ้นราว 75% จะสิ้นสุดลงใน 4 ส.ค. 69 

ในระยะสั้น เรามองว่าความกังวลของแรงขายจากการปลดล็อกหุ้นครั้งใหญ่อาจกดดันราคาหุ้นลงรุนแรง โดยมีหุ้นสูงสุดถึง 1.98 หมื่นล้านหุ้นที่อาจเข้าสู่ตลาด เพราะราว 75% ของหุ้นทั้งหมดที่เคยอยู่ในระยะเวลาห้ามขายหุ้นจะถูกปลดล็อคตั้งแต่ 4 ส.ค. 69  

คงประมาณการกำไรปี 2569F และปี 2570F 

กำไรปกติ 1H26F จะคิดเป็น 46.3% ของกำไรทั้งปีของเรา (ถือว่ายังใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้) แม้จะได้รับผลลบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน (เริ่มตั้งแต่ มี.ค.69) ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ที่ 1.99 หมื่นล้านบาท (-35.6% YoY) และปี 2570F ที่ 2.18 หมื่นล้านบาท (+9.2% YoY)  

Valuation & Action 

เราคาดว่ากำไร 2H69F จะเริ่มฟื้นและต่อเนื่องในปี 2570F หลังผ่านช่วงแย่ที่สุดใน 2Q69F ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เรายังคงกังวลต่ออุปทานหุ้น (share supply) จำนวนมากของ THAI ภายหลังการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (4 ส.ค. 69) ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นลงแรงได้ ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” THAI ราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 6.50 บาท (อิงจาก EV/EBITDA ที่ 6.4x หรือเท่ากับ +2.0 S.D.)  

Risks 

การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ความขัดแย้งระดับโลก และ เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย 

- Advertisement -