บล.เอเซีย พลัส:

PTTGC กำไร 2Q69 เติบโต 278.7%qoq ดีกว่าคาด รอลุ้นปันผลระหว่างกาล (Trading)

Flash Points
  • PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีนัยฯ 278.7%qoq มาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท จาก 3.2 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โดยกำไรสุทธิที่โดดเด่นในงวดนี้ รับผลบวกหลักจากกำไรปกติที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 138.3%qoq แม้รายการพิเศษสุทธิในงวดนี้รวมเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท จาก 3.1 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า มาจาก 1) บันทึกกลับเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและอะโรเมติกส์รวม NRV 1.9 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าเป็นกำไรฯ 7.2 พันล้านบาท 2) บันทึกขาดทุนจาก Hedging spread น้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะกลุ่มดีเซลและเจ็ท และน้ำมันดิบลดลงเหลือ 791 ล้านบาท จาก 8.0 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า และ 3) การตั้ง Provision ของ GCP Polyal 1.8 พันล้านบาท
  • หากมาพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติในงวด 2Q69 พบว่าเติบโตสูงถึง 138.3%qoq มาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากทุกกลุ่มธุรกิจของ PTTGC โดยให้น้ำหนักของกำไรไปที่ธุรกิจปิโตรเคมีโอเลฟินส์และโพลีเมอร์ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น QoQ จาก Margin ที่เพิ่มขึ้นจาก Supply Disruption รวมถึงในงวด 2Q69 U.rate ของโอเลฟินส์ และโพลีเมอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจอะโรเมติกส์ที่รับผลบวกหลักจาก P2F ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 329 จาก 276 เหรียญฯต่อตัน ส่วนธุรกิจโรงกลั่นแม้กำไรลดลง QoQ จาก GRM ที่ลดลงมาอยู่ที่ 15.6 จาก 16.7 เหรียญฯต่อบาร์เรล จากผลกระทบ Crude premium ที่เพิ่มขึ้น และการลดราคาหน้าโรงกลั่นตามนโยบายภาครัฐ รวมถึง U.rate ของโรงกลั่นที่ลดลง เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่ไม่ให้ส่งออกน้ำมันช่วงสงคราม ส่วน ธุรกิจ Intermediate กำไรเพิ่ม QoQ จาก margin ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน และธุรกิจ Performance Chemical ดีขึ้นเล็กน้อยจาก Allnex
Impact Insight
  • กำไรปกติ 1H69 เท่ากับ 2.1 หมื่นล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่เผชิญขาดทุน 7.3 พันล้านบาท และคิดเป็นราว 81.1% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ประเมินไว้ เบื้องต้นยังคงประมาณการ โดยให้น้ำหนักกำไรในช่วง 2H69 อ่อนตัวลงจาก 1H69 ภายใต้สมมติฐานสงครามใหญ่จบลง แต่อาจมีเกิดขึ้นบ้างเป็นระลอกๆ จึงทำให้ Outlook 3Q69 คาดกำไรปกติจะปรับตัวลดลง QoQ ตามค่าการกลั่นที่มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งอาจจะมีแรงกดดันบางส่วนต่อเนื่องจาก Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง เช่นเดียวกับ Spread ปิโตรเคมีทั้งกลุ่มโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ ที่มีแนวโน้มลดลงสู่ภาวะปกติหลังสงคราม ส่วนของ bottom line คาดมีโอกาสกลับมาบันทึกขาดทุนสต็อกฯได้ จึงถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในช่วง 2H69
Execution
  • ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2570 เท่ากับ 42 บาทต่อหุ้น รอลุ้นเงินปันผลระหว่างกาล (อดีตเคยจ่ายแต่ปี 2568 ไม่จ่าย) โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 2569 อยู่ราว 1.5 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ต่อปีที่ราว 4.06% อย่างไรก็ตามยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้น Commodity ในลักษณะ Trading ตามรอบของราคาและ Spread ผลิตภัณฑ์กลุ่ม PTTGC และกระแส Fund Flow ที่เข้ามาในกลุ่มฯ น่าจะสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายได้ในระดับที่ดี
- Advertisement -