บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Maguro Group (MAGURO.BK/MAGURO TB)
การเติบโตยังแข็งแกร่ง บวกกับ margin จะฟื้นตัว (Outperform‧Maintained)
Event
Update บริษัท
Impact
รายได้เติบโตจากการขยายสาขาได้ตามแผน
รายได้ 1H69 ของ MAGURO พุ่งขึ้น 32% YoY (เป้าของบริษัทปี 2569F ที่ 30% และประมาณการของเราที่ 28% YoY) โดยการเติบโตในระยะต่อไปจะหนุนจากแบรนด์ใหม่และสาขาใหม่ 16 แห่งที่กำหนดเปิดใน 2H69F โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด 21 แห่งในปี 2569F (เพิ่มจากเป้าเดิมที่ 15–20 แห่ง) นอกจากนี้ MAGURO มีแผนขยายธุรกิจเป็น 14 แบรนด์ ซึ่งรวมถึง Kaiten Sushi Ginza Onodera (เปิดใน ก.ค. 69 โดยยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 1,300–1,500 บาท), ร้าน “หลาม” (อาหารอีสานแซ่บพรีเมียม (เปิด ก.ย. 69 และตั้งเป้ารายได้ 2 ล้านบาท/สาขา/เดือน) และ Age.3 (แซนด์วิชทอดไส้ทะลัก) (จะเปิด ต.ค. 69) ขณะที่ เราคาดว่าคอนเซ็ปและสาขาใหม่เหล่านี้จะช่วยชดเชยอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงเหลือเลขหลักเดียวใน 3Q69F ท่ามกลางการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอและมาตรการของภาครัฐ มองข้ามไปปี 2570F บริษัทมีแผนเปิดเพิ่มอีก 20 สาขา โดยมุ่งเน้นการขยายแบรนด์ที่มี margin สูงกว่า อย่าง Maguro Kappou และ Hitori Shabu (แบรนด์สุกี้ยากี้ชาบูต้นตำรับญี่ปุ่น)
คาด margin ใน 2H69F จะถูกกดดันน้อยลง
การที่ margin ใน 1H69 ลดลง หลัก ๆ จากค่าใช้จ่ายก่อนเปิดร้านและต้นทุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขา โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงที่ 47.2% และอัตรากำไรสุทธิ (net margin) ก็ลดลงที่ 6.5% (จาก 7.5% ใน 1H68) แต่เราคาดว่า margin ใน 2H69F จะถูกกดดันลดลงจากสาขา 11 แห่งที่เปิด YTD จะเริ่มสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Kaiten Sushi Ginza Onodera ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งร้านและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรใน 2Q69 จะเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นใน 2H69F นอกจากนี้ สัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากร้าน Hitori Shabu และ Maguro Kappou จะช่วยลดสัดส่วนรายได้จากแบรนด์หลัก Maguro จาก 48% เหลือ 38% ตามประมาณการของเรา ปัจจุบันประมาณการปี 2569F ของเรายังคงต่ำกว่า guidance ของผู้บริหารและได้รวมผลกระทบจากต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนการขยายสาขาต่าง ๆ ที่สูงขึ้นไว้แล้ว โดยคาด GPM ที่ 46% (เทียบกับเป้าที่ 45–48%) และอัตรากำไรสุทธิที่ 6.6% (เทียบกับเป้าที่ 7%)
คาดกำไร 3Q69F เติบโตและทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 4Q69F
กำไรสุทธิ 1H69 ที่ 74 ล้านบาท (+14% YoY) คิดเป็น 44.5% ของกำไรสุทธิปี 2569F ของเราที่ 165 ล้านบาท (+12% YoY) เบื้องต้น เราคาดกำไรสุทธิ 3Q69F จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 4Q69F จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของสาขาใหม่และ margin ถูกกดดันน้อยลง โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นน่าจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นใน 4Q69F เมื่อการขยายสาขา 2H69F ใน pipeline เริ่มทยอยสร้างรายได้เต็มที่ มองแนวโน้มข้างหน้า การที่บริษัทมีแผนเปิดเพิ่มอีก 20 สาขาในปี 2570F และคาดว่าการมีส่วนร่วมของแบรนด์ใหม่และแบรนด์ที่มี margin สูงขึ้นจะช่วยให้กำไรปี 2570F เพิ่มอยู่ที่ 195 ล้านบาท (+18% YoY)
Valuation & action
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” MAGURO ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท อิงจาก PER ปี 2570F ที่ 16x ขณะที่เราคาดว่า MAGURO จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR) แข็งแกร่งที่ 18% ในช่วงปี 2569–71F หนุนจากการขยายสาขาต่อเนื่องและความสำเร็จในการแนะนำแบรนด์ใหม่ ๆ
Risks
ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ, การแข่งขันรุนแรงและการจับจ่ายใช้สอยผู้บริโภคอ่อนแอกว่าที่คาดไว้








