บล.พาย
AAV: Asia Aviation PCL
ผู้ก่อตั้งยังมั่นใจในธุรกิจ
ผู้ก่อตั้งสายการบินยังคงมั่นใจว่า Airasia ยังไม่ถึงจุดที่จะต้อง ให้ภาครัฐฯ เข้ามาช่วยเนื่องจากสายการบินยังมีความต้องการบินอยู่ เห็นได้จากตัวเลข Load Factor ในเดือน ส.ค. ที่ยังสูงถึง 82% แต่ด้วยภาวะต้นทุนสูงทำให้มีการปรับโครงสร้างภายในทั้งปรับลดเที่ยวบิน และฝูงบินลง แต่คาดว่าในช่วงปลายปีที่เป็น High Seasons ของการท่องเที่ยวจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของเที่ยวบินได้ ทั้งนี้ผลกระทบต่อ AAV ยังต้องติดตามว่าการชำระคืนหนี้จะทำได้เร็วช้าเพียงใด แม้ผู้บริหารจะยังมั่นใจว่าจะไม่ต้องตั้งสำรองแต่อย่างใด
ผู้ก่อตั้งยังมั่นใจในธุรกิจ
-
วันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ก.ย.) คุณโทนี่ เฟอร์นันเดส ผู้ก่อตั้งสายการบิน Air Asia ได้มีการจัดงานแถลงข่าวถึงการดำเนินธุรกิจ
-
จากปัญหาในปัจจุบันมองว่ายังไม่รุนแรงเท่าตอนเกิด Covid เนื่องจากสายการบินยังสามารถบินได้และยังมีความต้องการการบินอยู่เห็นได้จากอัตรา Load Factor เดือน ส.ค.ที่ยังสูงถึงระดับ 82% โดยในส่วนของบริษัทแม่ที่มาเลเซียนั้น มีการปรับโครงสร้างภายในทั้งการปรับลดเที่ยวบินที่ไม่มีกำไร การปรับฝูงบินอย่างการคืนเครื่องบินก่อนกำหนด ส่วนประเด็นเรื่องความเสี่ยงล้มละลายและอาจจะต้องให้รัฐบาลมาเลเซียเข้ามาช่วย มีการให้ข้อมูลว่าปัจจุบันยังไม่มีปัญหาถึงระดับนั้น โดยอยู่ระหว่างจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านเหรียญฯ เพื่อใช้ Refinance เงินกู้ในบริษัทที่ปัจจุบันมีต้นทุนสูง และอีกประมาณ 700 ล้านริงกิตเพื่อใช้หมุนเวียนในบริษัท
-
ปัจจุบันฝูงบินทั้งหมดยังคงดำเนินการตามปกติยังไม่มีการหยุดบินเพราะค้างค่าเช่าแต่อย่างใด ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันทางกลุ่มได้มาให้ความสำคัญกับการบินในภูมิภาคอาเซียน เส้นทางในประเทศที่เป็นฐานบิน รวมถึงเส้นทางเชื่อมในเอเชีย มากกว่าจะเน้นการขยายไปเส้นทางนอกทวีป (ยกเว้นล่าสุดมีการทำสัญญา Code Share กับสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง Pegasus airline ประเทศตุรกี)
-
สำหรับผลกระทบต่อ AAV ทางคุณโทนี่ มองว่าไทยยังเป็นฐานบินที่สำคัญอยู่ โดยเฉพาะการที่ AAV มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 26% ของการบินในประเทศ สำหรับปัญหาลูกหนี้ระหว่างกันระหว่าง AAV กับ Airasia มาเลเซีย ที่เพิ่มขึ้นมากในช่วง 2Q26 ที่ผ่านมา ให้ข้อมูลว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องของค่าโดยสารและค่าซ่อมบำรุง เนื่องจากรูปแบบการรับเงินทางบริษัทแม่อย่าง Capital A จะรับเงินไว้ก่อนเพราะช่องทางขายตั๋วจะทำผ่านบริษัทแม่เป็นหลัก (Airasia move) โดยคาดว่าในช่วง 2H26 จะทยอยปรับตัวลดลงได้ ทำให้ยังไม่มีความเสี่ยงที่อาจจะต้องตั้งสำรองเพิ่ม โดยมูลหนี้รายการระหว่างกันที่ค้างชำระอายุไม่เกิน 3 เดือนมีมูลค่าประมาณ 7,300 ล้านบาท (ส่วนลูกหนี้รายการระหว่างกันทั้งหมดมีประมาณ 14,000 ล้านบาท โดย AAV ยังไม่เคยตั้งสำรองรายการระหว่างกันดังกล่าวแต่อย่างใด)
รอดูตัวเลข 3Q26 ก่อน
โดยรวมแม้ทางผู้ก่อตั้งจะให้ความมั่นใจว่าบริษัทยังไม่ถึงจุดที่ภาครัฐจะต้องเข้ามาอุ้ม แต่เรามองว่าด้วยสถานะหนี้ที่มี และสถานการณ์น้ำมันที่ยังสูงจะยังกดดันผลประกอบการในช่วง 3Q26 นี้อย่างมาก ดังนั้นในแง่คำแนะนำการลงทุนระยะสั้นอาจจะเก็งกำไรได้หลังจากราคาหุ้นปรับลดจากประเด็นข้างต้น แต่การลงทุนระยะยาวแนะนำให้รอดูว่าหลังรายงานผลประกอบการงวด 3Q26 ลูกหนี้ระหว่างกัน จะลดลงหรือไม่ โดยเราประเมินมูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ 1.08 บาท (1.3XPBV’26E)








