KS Daily View 22.09.2026 >>> “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดครม. ต่ออายุ หนุนเศรษฐกิจไทยระยะสั้น กรอบ SET วันนี้ที่ 1,590-1,620 แนะนำ DELTA, IT

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,598.03 เพิ่มขึ้น +13.88 จุด (+0.88%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และธนาคาร โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 4,632 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งขึ้นต่อในกรอบ 1,590-1,620 จุด แรงหนุนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความเป็นไปได้ในการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อการผ่อนคลายของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ รวมถึงการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ (23-35 ก.ย.) ซึ่งคาดจะมีมุมมองเชิงบวกต่อการหารือเรื่อง AI การค้า และการลงทุน ถือเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อภาพเศรษฐกิจโลกและการลงทุน ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ การประชุม ครม.วันนี้คาดจะมีการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสออกไปอีก 2 เดือน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ เป็นแรงหนุนต่อภาพเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น ผสานโอกาสในการแก้ปัญหาเรื่องภาษี และยังพยายามหนุนภาพการลงทุนระยะกลาง-ยาวในช่วงถัดไป ดังนั้นสำหรับกลยุทธ์ยังคงแนะทยอยสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังขยายตัวดีในช่วงถัดไป โดยสำหรับวันนี้แนะนำ DELTA, IT

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. จีนยืนยันประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย. ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหารือเชิงลึกด้านความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ สันติภาพโลก และการพัฒนา โดยจีนส่งสัญญาณพร้อมขยายความร่วมมือและบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ถือเป็น Sentiment บวกต่อ SET โดยเฉพาะหุ้นส่งออก อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และเดินเรือ หากการหารือช่วยลดความเสี่ยงสงครามการค้าและนำไปสู่การขยายข้อตกลงพักรบทางภาษีที่สิ้นสุดในเดือน พ.ย.
  2. ไทยและสหรัฐฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและถ้อยคำของความตกลง ART ให้สอดคล้องกัน โดยตั้งเป้าสรุปผลระหว่างการเยือนสหรัฐฯ เพื่อรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบเดิม ก่อน USTR ประกาศผลไต่สวนเบื้องต้นภายใต้มาตรา 301 เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง มองเป็นบวกต่อหุ้นส่งออกและนิคมอุตสาหกรรม เช่น DELTA, KCE, HANA, WHA และ AMATA หากไทยสามารถรักษาอัตราภาษีเดิมและหลีกเลี่ยงมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรา 301 ได้สำเร็จ
  3. รัฐบาลและ กกร. เตรียมจัดทำแผน Reinvent Thailand เสนอนายกฯ ภายใน 1 เดือน มุ่งเพิ่มการลงทุนเป็น 30% ของ GDP และยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี ผ่าน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นการลดต้นทุน เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและพลังงาน รวมถึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว มองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มอาหาร ยานยนต์ ค้าปลีก อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ และท่องเที่ยว แต่ผลต่อกำไรยังขึ้นอยู่กับ Action Plan มาตรการสนับสนุน และงบลงทุนที่จะประกาศภายในเดือนหน้า
  4. สหรัฐฯ และจีนหารือด้านความปลอดภัย AI ประสบความสำเร็จ พร้อมเตรียมตั้งกลไกแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่อาจกระทบความมั่นคง เพิ่มความโปร่งใสระหว่างสองมหาอำนาจด้าน AI นอกจากนี้ ยังหารือการลดภาษีสินค้าบางรายการผ่านกลไก Board of Trade ก่อนการประชุมทรัมป์–สี และการสิ้นสุดข้อตกลงพักรบทางภาษีวันที่ 10 พ.ย. ถือเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และ Data Center เช่น DELTA, HANA, KCE และ GULF จากความเสี่ยงข้อจำกัดเทคโนโลยีที่ลดลง แต่ต้องติดตามรายละเอียดกฎด้าน AI และการควบคุมส่งออกชิปเพิ่มเติม

Daily picks

DELTA: ราคาพื้นฐาน 300.00 บาท

  • การปรับฐานของ DELTA มองเป็นเพียงการรีเซ็ตระยะสั้น ขณะที่อุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของ Hyperscaler ที่เร่งตัวและความต้องการระบบไฟ/ระบายความร้อนต่อ rack ที่สูงขึ้น
  • คาด GPM และกำไรฟื้นใน 2H69 หลังแรงกดดันจากต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และ Product mix คลี่คลาย โดยคาดกำไรปกติ CAGR ราว 32% ในปี 2569-71
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” TP 300 บาท Valuation น่าสนใจขึ้นจากการปรับฐาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 2027 PER ที่ราว 63 เท่า ต่ำกว่าเป้าหมาย 92 เท่า

IT: ราคาพื้นฐาน 10.83 บาท

  • จากข้อมูลล่าสุด บริษัทคาดว่ายอดขายในไตรมาส 3/69 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากยอดขายสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ขณะที่ GPM ไตรมาส 3/69 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 19%
  • จากแนวทางของบริษัท เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่ 105 ลบ. เพิ่มขึ้น 167% YoY จากยอดขายและ GPM ที่อยู่ในระดับดี แต่ลดลง 3% QoQ จาก GPM ที่กลับเข้าสู่ระดับปกติและ SG&A ที่สูงขึ้น
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย TP 10.83 บาท สำหรับกลยุทธ์ของเรา เรามองว่าราคาตลาดปัจจุบันที่ 7.05 บาทเป็นระดับที่เหมาะสำหรับการกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากสะท้อน PER ที่ต่ำที่สุดในกลุ่มแกดเจ็ต

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ย.
  • วันพุธ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน ก.ย. และสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
  • วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุมระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้นผิง, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ยอดขายบ้านใหม่ ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด +1.3%MoM, ใบอนุญาตการก่อสร้าง ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. และ PMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน เดือน ก.ย.
  • วันศุกร์ ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน ส.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -0.3%MoM และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ย.
- Advertisement -