บล.ฟิลลิป:
CRC เข้าซื้อกิจการ Maxvalu
ทยอยซื้อ TP’69 : 28.25
- CRC รุกขยายอาณาจักรกลุ่มฟู้ดด้วยการเข้าซื้อ Maxvalu 33 สาขา เพื่อขยายเครือข่ายในกรุงเทพฯ ทันทีโดยไม่ต้องรอสร้างใหม่ 3 ปี พร้อมได้ “ครัวกลาง” มาเพิ่มกำลังผลิตสินค้าอาหาร พร้อมแผน Rebranding เป็น Tops และสร้าง Synergy เต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าพลิกฟื้นผลงาน Maxvalu จากที่ขาดทุนให้กลับมามีกำไรภายในปีหน้า ปรับเพิ่มกำไรและราคาพื้นฐานขึ้น แนะนำ “ทยอยซื้อ”
-
เข้าซื้อกิจการ Maxvalu : CRC ได้ประกาศเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท อิออน ไทยแลนด์ (AEON Thailand) ซึ่งเป็นผู้บริหารห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ Maxvalu ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของ Maxvalu จำนวน 33 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยยังไม่เปิดเผยมูลค่าการเข้าซื้อแต่เป็นจำนวนไม่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับขนาดทรัพย์สินของ บริษัทโดยใช้เงินสดหมุนเวียนของบริษัทในการเข้าซื้อ คาดว่าจะโอนกิจการเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 30 กันยายน 2569 (3Q69) และเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มที่ใน 4Q69
-
เหตุผลในการเข้าซื้อ: 1.) Network Expansion: เป็นการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว (ทันที 33 สาขา) โดยไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนในการสร้างใหม่ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 3 ปี 2.) Central Kitchen: CRC จะได้ศูนย์แปรรูปอาหารสดและอาหารพร้อมทานของ Maxvalu มาเป็นจุดแข็งสำคัญ ซึ่งมีกำลังการผลิตเหลือพอที่จะส่งสินค้าไปยังร้าน Tops เดิมได้อีกกว่า 170 สาขา 3.) Customer Base: ได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 900,000 ราย เพื่อนำมาเชื่อมต่อกับระบบสมาชิก “The 1” ทันที
-
แผนการดำเนินงาน: 1.) มีแผน Rebranding Maxvalu ทั้งหมดให้เป็น “Tops” เพื่อรวมเข้ากับกลุ่มธุรกิจ Food ของ CRC 2.) CRC ตั้งเป้าจะพลิก Maxvalu ให้กลับมามีกำไรภายในปีหน้า (Maxvalu มีผลขาดทุน EBIT ประมาณ 230 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา) 3.) จะเกิด Synergies ลดต้นทุนผ่านการรวมศูนย์การจัดซื้อ (Procurement) และการใช้คลังสินค้า (Distribution Center) ร่วมกัน 4.) CRC จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนสะสมของอิออน ไทยแลนด์ ที่มีอยู่ประมาณ 400 ล้านบาท
-
มองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในระยะยาว: โดยคาดการเข้าซื้อกิจการ Maxvalu จะมีการขาดทุนในช่วง 1 ปีแรก แต่ในระยะยาวมองเป็นบวกต่อผลประกอบการจากการได้สาขาเพิ่มทันที, กำลังการผลิตสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้น และเกิด Synergies ในด้านต้นทุน ทั้งนี้ปรับประมาณการกำไรปีขึ้นเป็น 8,732 ล้านบาท และราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 28.25 บาท จากเดิม 24.20 บาท เทียบกับราคาปัจจุบันที่ 26.25 บาท มี Upside ที่ 7.6% และคาดปันผลปี 69 ที่ 0.58 บาท คิดเป็น Dividend yield 2.2% รวมผลตอบแทน 9.8% แนะนำ “ทยอยซื้อ”








