บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

CP AXTRA (CPAXT TB)

Pressures to remain persistent

  • กำไรหลัก 2Q26 ออกมาต่ำกว่าที่คาด จากความสามารถในการทำกำไรที่อ่อนตัวลง
  • เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2026-28 ลง 5-6% ต่อปี เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลง โดยคาดว่ากำไรสุทธิหลักปี 2026 จะลดลง 4.8% y-y
  • ปรับลดคำแนะนำเป็น REDUCE ราคาเป้าหมาย 14.5 บาท

กำไรปกติ 2Q26 ต่ำกว่าคาด

CPAXT รายงานกำไรปกติ 2Q26 ที่ 1,874 ลบ ลดลง 19.8% y-y และ 30.6% q-q ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด 3% และ 8% ตามลำดับ หลักๆ จาก SG&A/Sales ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ยอดขายรวม 2Q26 เติบโตเล็กน้อย 2.1% y-y หนุนจากยอดขายสาขาใหม่ การเข้าซื้อ Lucky Frozen (Sep 25) และการเติบโตของ Lotus Malaysia ช่วยชดเชย SSS ของ Makro ที่ -0.9% y-y ซึ่งถูกกดดันจาก Makro Cambodia และ SSS ของ Lotus ที่ -3.9% y-y จากผลกระทบมาตรการไทยช่วยไทยพลัส

Profitability ที่อ่อนตัวลงยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก

แรงกดดันหลักใน 2Q26 มาจาก profitability ที่อ่อนตัวลง ได้แก่ 1) GPM ลดลงเป็น 14.1% จาก 14.3% ใน 2Q25 กดดันจาก product mix ที่ไม่เอื้อ โดยสัดส่วน dry food เพิ่มขึ้น ขณะที่ non-food ลดลง รวมถึงกลยุทธ์ด้านราคาในช่วงมาตรการไทยช่วยไทยพลัส และ 2) SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 13.8% จาก 13.1% ใน 2Q25 จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ omnichannel, การเพิ่ม capacity ของบริการ last-mile delivery และค่าใช้จ่าย pre-opening ของ Happitat ก่อนเปิดในวันที่ 21 Aug 26 อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกชดเชยจาก 1) other income ที่เพิ่มขึ้นจากการทำ data monetization โดยให้ Egg Digital ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน โดยมี CPG, CPALL (10%) และ CPAXT (9%) เป็นผู้ถือหุ้น เข้าถึงและจัดเก็บข้อมูลยอดขายในอดีตของบริษัท และ 2) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง y-y

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2026-28E ลง 5-6% ต่อปี

จากกำไร 2Q26 ที่อ่อนแอกว่าคาด เราคาดว่าจะยังคงมีแรงกดดันเพิ่มเติมใน 3Q26 จาก 1) ผลขาดทุนช่วงแรกจากการเปิด Happitat retail mall, 2) รายได้ค่าธรรมเนียมด้านข้อมูลที่อาจไม่มีเข้ามาอีก และ 3) ผลกระทบเต็มไตรมาสจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส แม้ 4Q26 จะได้รับประโยชน์จากฐานต่ำ แต่เราคาด core operations จะยังอ่อนแอ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าว เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2026-28E ลงเฉลี่ย 5-6% ต่อปี โดยคาดกำไรปกติปี 2026 ลดลง 4.8% y-y ก่อนฟื้นตัว 6.4% y-y ในปี 2027 จากฐานต่ำ

ปรับลดคำแนะนำเป็น REDUCE จากแรงกดดันที่ยังต่อเนื่อง

เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2026 อิง DCF เป็น 14.5 บาท (WACC 8%, TG 1.5%) จากแนวโน้มค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันที่สูง และกำไร 3Q26 ที่คาดยังลดลง y-y ขณะที่ราคาหุ้นยังซื้อขายที่ 17.4x 2026E P/E ซึ่งยังค่อนข้างแพง เราจึงปรับลดคำแนะนำ CPAXT เป็น REDUCE และแนะนำรอ catalyst ที่ชัดเจนมากขึ้นก่อนกลับมาพิจารณาลงทุน

- Advertisement -