บล.กรุงศรีฯ: 

SET Update  – KSS มองความผันผวนวันนี้เป็นเพียงการ “พักเพื่อรอ CPI สหรัฐฯ” มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มตลาด โดย KSS มองเป็นโอกาส “สะสมหุ้น” เนื่องจากมีโอกาสที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ จะ Surprise ด้านบวก(Inline-ต่ำกว่าคาด) ขณะที่ภาพสงครามผ่านจุดพีคและแรงกดดันด้าน Supply Chain เริ่มคลี่คลาย เปิดทางให้ Bond Yield คลายลง และหนุนสินทรัพย์เสี่ยง

Key Ideas :

1) CPI มีโอกาส Surprise ต่ำกว่าคาด

ตลาดคาด CPI ก.ค. ที่ +3.4% YoY, +0.2% MoM แต่เรามอง Downside Risk ต่อเงินเฟ้อ โดยเฉพาะแรงส่งจากน้ำมันที่เริ่มลดลง

• ราคาน้ำมันดิบ WTI ชะลอจากระดับ 81.4เหรียญฯ  +21.6%y-y ใน มิ.ย. 2026 สู่ 78.9เหรียญฯ +18.0%y-y ใน ก.ค. 2026

• ราคา WTI เฉลี่ยเดือน ก.ค. ลดลง -3.1% MoM

• WTI ส.ค. MTD เฉลี่ยราว $78.8/bbl ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเดือน ก.ค. 2026 สะท้อนแรงกดจากราคาน้ำมันกำลังคลายออกไป

• Oil & Oil-related มีน้ำหนักราว 20% ของตะกร้าเงินเฟ้อสหรัฐฯ

KSS-มอง แม้ CPI Headline ยังอยู่ระดับสูง แต่ แรงส่งเงินเฟ้อจากพลังงานกำลังลดลง จะลดแรงกดดันเงินเฟ้อต่อเนื่อง

2) Inflation Trend เริ่มผ่อนคลายสอดคล้องกับ Truflation

Truflation ซึ่งเป็นตัวชี้วัดราคาที่เก็บข้อมูลจากธุรกรรมออนไลน์ ส่งสัญญาณเงินเฟ้อชะลอลง สอดคล้องกับตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อยู่ในภาวะ “Weak Balance” — การจ้างงานต่ำ ขณะที่ค่าจ้างเพิ่มขึ้นจำกัด

KSS-มองภาพดังกล่าวลดโอกาสที่บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ และช่วยจำกัด Second-round Inflation

3) Tariff Inflation กำลังเข้าสู่ขาลง

US Effective Tariff Rate ต่อสินค้านำเข้าอยู่ที่ 13.2% ในช่วง มิ.ย.–ก.ค. 2025 และเร่งขึ้นเป็น 15.5–16.1% ในช่วง ส.ค.–ก.ย. 2025 ก่อนลดลงมาอยู่ที่เพียง 10.5% ใน มิ.ย. 2026 และ 10.6% ใน ก.ค. 2026 สะท้อนว่าแรงกดดันจาก Tariff Inflation เริ่มลดลงอย่างชัดเจน

มุมมอง KSS: ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงระดับ Tariff ที่ลดลง แต่คือ Base Effect กำลังทำงานในทิศทางบวกต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยช่วงฐานสูงของ Tariff ใน 2H25 จะทยอยถูกนำมาเปรียบเทียบในช่วง 2H26 ขณะที่ Effective Tariff Rate ปัจจุบันต่ำกว่าฐานดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น แม้ Tariff ยังคงเป็นต้นทุนต่อผู้ประกอบการและมีโอกาสส่งผ่านไปยังราคาสินค้าบางกลุ่ม แต่ แรงเร่งของ Tariff Inflation มีแนวโน้มชะลอลง โดยเฉพาะเมื่อผสานกับตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มเปราะบางและราคาพลังงานที่ยังไม่เร่งตัวมากพอ

 

Impact : หาก CPI Surprise ต่ำ กว่าตลาดคาด US Bond Yield & Dollar Index มี Downside

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ หาก CPI ต่ำกว่าคาด ตลาดจะกลับมา Price-in โอกาส Fed ผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลให้ US Bond Yield มีโอกาสปรับลงต่อ

💡 Strategy: เราแนะนำ “ซื้อเมื่อย่อ” มากกว่าลดความเสี่ยง โดยมองความผันผวนก่อน CPI เป็นจังหวะสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ที่มีโอกาสคลายตัว เชิงกลยุทธ์จะเป็นบวกต่อ กลุ่ม Finance, Utilities และ Growth/Electronics

⭐️ Hire Purchase: MTC • KTC

⭐️ Utilities: GULF • GPSC • WHAUP

⭐️ Electronics: DELTA (เก็งกำไร)

- Advertisement -