อินโดรามา เวนเจอร์ส รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง EBITDA พุ่งทะยาน 129% แตะ 21,687 ล้านบาท จากวินัยการดำเนินงานและโมเดล ‘Local for Local
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 และภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาสที่ 2 จำนวน 21,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 129 เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 169 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ) สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มธุรกิจ
ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 245,310 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA รวมอยู่ที่ 29,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 61 และกำไรสุทธิก่อนหักผลขาดทุนจากด้อยค่าและรายการพิเศษอื่น ๆ อยู่ที่ 7,394 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อนมาเติบโตถึงร้อยละ 440
ปัจจัยหลักขับเคลื่อนจากแพลตฟอร์มการดำเนินงานระดับโลกที่มีการบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า และรูปแบบการผลิตแบบ ‘local for local’ ที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและใช้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาในภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Benchmark Spreads) ปรับตัวสูงขึ้น
- กลุ่มธุรกิจ Combined PET (CPET): สร้างผลงานโดดเด่นด้วย EBITDA จำนวน 14,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 163 YoY โดยได้รับอานิสงส์จาก China Integrated PET Benchmark Spreads ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 279 เหรียญสหรัฐต่อตัน
- กลุ่มธุรกิจ Indovinya: รายงาน EBITDA ที่ 4,688 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 94 YoY จากการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพาณิชย์และสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยทั้งในพอร์ต HVA และ Essentials
- กลุ่มธุรกิจ Indovida: มี EBITDA จำนวน 1,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 YoY จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาดไทย พม่า อียิปต์ และกานา รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสจากโรงงานแห่งใหม่ในแทนซาเนีย
- กลุ่มธุรกิจ Fibers: รายงาน EBITDA ที่ 1,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 YoY แม้ปริมาณการขายจะยังได้รับแรงกดดันจากภาวะตลาดที่อ่อนตัวในกลุ่ม Lifestyle และ Mobility แต่ได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาและต้นทุนสินค้าคงคลังที่ลดลง
ด้านสถานะทางการเงิน บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบแสดงฐานะการเงิน โดยสามารถลดหนี้สินสุทธิลงจาก 236 พันล้านบาท เหลือ 226 พันล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.56 เท่า บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน Capital Markets Day ได้เร็วกว่ากำหนด นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (inventory turns) จาก 4.7 เท่า ณ สิ้นปี 2568 เป็น 5.0 เท่าในไตรมาสนี้
ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการพึ่งพาตนภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการด้านการขายและการดำเนินงาน (Sales & Operations Execution: S&OE) การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีวินัย และการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การเปลี่ยนผลการดำเนินงานเป็นกระแสเงินสดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.0 เท่าในไตรมาสที่สอง จาก 4.7 เท่า ณ สิ้นปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังบริหารอัตราการเดินเครื่องอย่างรอบคอบ เพื่อให้ปริมาณการผลิตสอดคล้องกับเป้าหมายสินค้าคงคลัง และรักษาคุณภาพของอัตรากำไรท่ามกลางภาวะราคาที่ผันผวน
ในระยะต่อไป อินโดรามา เวนเจอร์ส คาดว่าปัจจัยเอื้อหนุนตลาดที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในไตรมาสที่สองจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนภายใต้ส่วนต่างกำไรที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ การเปลี่ยนผลกำไรดังกล่าวให้เป็นกระแสเงินสดอิสระ การลดหนี้สินสุทธิในเชิงมูลค่า และการเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุน
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีสะท้อนทั้งภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยและความคืบหน้าจากมาตรการพึ่งพาตนที่เราได้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อินโดรามา เวนเจอร์ส เนื่องจากภาวะตลาดจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ ทำให้บทพิสูจน์ที่สำคัญกว่าคือเราจะสามารถเปลี่ยนข้อได้เปรียบจากแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นขนาดธุรกิจ การบูรณาการ เครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลก รูปแบบการดำเนินงานแบบผลิตในภูมิภาคเพื่อรองรับความต้องการในภูมิภาค (local-for-local) และสถานะที่แข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้า ให้เป็นผลประกอบการที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น การสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และผลตอบแทนที่สูงขึ้นตลอดวัฏจักรธุรกิจได้หรือไม่
เราเริ่มเห็นข้อได้เปรียบเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ในการดำเนินงานแล้ว การบริหารจัดการการดำเนินงาน สินค้าคงคลัง และเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีวินัยยิ่งขึ้นกำลังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกระแสเงินสด ขณะที่การดำเนินการด้านพอร์ตโฟลิโอธุรกิจช่วยยกระดับคุณภาพของธุรกิจและเพิ่มผลตอบแทนจากเงินทุน เมื่อดำเนินการร่วมกัน มาตรการเหล่านี้กำลังเสริมให้อินโดรามา เวนเจอร์ส มีความคล่องตัวและความแข็งแกร่งทางการเงินมากยิ่งขึ้น
เรายังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มที่คาดไว้สำหรับปี 2569 และเป้าหมายที่มุ่งหวังสำหรับปี 2571 โดยเรามุ่งเดินหน้าดำเนินการในส่วนที่สามารถควบคุมได้ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบดุล และเพิ่มผลตอบแทน พร้อมทั้งรักษาความยืดหยุ่นเพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด”
การปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการมีปัจจัยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Combined PET ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย รวมถึงประโยชน์จากแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีการบูรณาการและรูปแบบการดำเนินงานแบบ local-for-local ของอินโดรามา เวนเจอร์ส สำหรับกลุ่มธุรกิจ Indovida ยังคงรักษาแรงส่งการเติบโต โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสถานะผู้นำในตลาดบรรจุภัณฑ์ ความใกล้ชิดและความเข้าใจลูกค้า และโครงการขับเคลื่อนการเติบโตจากภายในองค์กร ส่วนกลุ่มธุรกิจ Indovinya มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ High Value Applications และ Essentials โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความเป็นเลิศด้านการพาณิชย์ กลุ่มธุรกิจ Fibers มีผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สองปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hygiene ที่ทรงตัว และการดำเนินมาตรการด้านการปรับเปลี่ยนธุรกิจ แม้ว่าตลาดปลายทางในกลุ่ม Lifestyle และ Mobility ยังคงอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง
#IVL #หุ้นIVL #IndoramaVentures #อินโดรามาเวนเจอร์ส #IndispensableChemistry









