กังวลการเงินและการคลังโลก // 1,600–1,620
คาด SET Index ปรับตัวลง: แรงกดดันจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อโลก รวมถึงภาคการคลังของสหรัฐฯ ประกอบกับมีแนวโน้มเผชิญกับแรงกดดันจากประเด็นเฉพาะตัวของ ADVANC และ TTB หากแต่เรายังมองเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานดี
กลยุทธ์การลงทุน
1) คาด 2H69 เติบโตต่อ: AMATA, BH, GLOBAL, GPSC, HMPRO, ITC, KCE, MINT, SAWAD, SINGER, TCAP, TU
2) หวังโครงการ/มาตรภาครัฐ: AWC, CENTEL, ERW, GUNKUL, GULF
3) Commodity plays: BCP, BRR, KBS, KSL, KTIS, PRM, PSL, PTTEP, RCL, SPRC, TOP
4) สะสมรับ Thailand Focus: AOT, BBL, BDMS, BJC, PTT, SCB, SCC
-
ความกังวลเงินเฟ้อและการคลังสหรัฐฯ: คาดแรงกดดันมาจาก 1) สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังดูเหมือนไร้ทางออก หลัง ปธน.ทรัมป์ระบุว่าขณะนี้สหรัฐฯไม่มีการเจรจาใดๆกับอิหร่าน ส่วน ปธ.รัฐสภาอิหร่านระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไปจนกว่าสหรัฐฯจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน ซึ่งภาพข้างต้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) ยืนค้างอยู่บริเวณ $84.5 ต่อบาร์เรล และนำมาสู่ความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่ยังแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสำคัญของโลกต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดยิ่งขึ้น และ 2) ความกังวลภาระทางการคลังของสหรัฐฯ สะท้อนผ่าน US bond yield 30 ปี วานนี้ที่มีจังหวะขึ้นไปทำ High ที่ 5.34% ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี หลังยอดขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯพุ่งขึ้นแตะ $4.323 แสนล้านในเดือน ก.ค.69 ซึ่งเป็นยอดขาดดุลงบประมาณรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.64 นอกจากนี้ ภาพความกังวลทั้ง 2 ประเด็นข้างต้นยังส่งผลให้วานนี้ US bond yield 10 ปี ซึ่งใช้อ้างอิงตราสารหนี้ทั่วโลก มีจังหวะขึ้นไปทำ High ที่ 4.75% นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ม.ค.68 ส่งผลให้นำมาสู่ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและการบริโภคทั่วโลก
-
ADVANC ขึ้น XD ส่วน TTB ผู้ถือหุ้นใหญ่ขาย: นอกจากนี้ คาด แรงกดดันมาจาก การขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้น ADVANC มูลค่า 8.69 บาท/หุ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อ SET Index ประมาณ 2 จุด ประกอบกับ SET Index มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากหุ้น TTB หลัง Bloomberg รายงานว่า ING Bank NV ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของ TTB เตรียมเสนอขายราว 6,149.2 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 6.3% ของหุ้นทั้งหมดของ TTB โดยกำหนดช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นที่ 2.64-2.70 บาท/หุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดในกระดานวานนี้ที่ 2.90 บาท/หุ้น ทั้งนี้ การปรับตัวลงของหุ้น TTB ทุกๆ 10 สตางค์/หุ้น จะส่งผลกระทบทางลบต่อ SET Index ประมาณ 0.8 จุด
-
โอกาสสะสมหุ้นพื้นฐานดี: อย่างไรก็ตาม แม้มี Sentiment เชิงลบในระดับโลกข้างต้น หากแต่เรายังมองเป็นโอกาสการเก็บสะสมหุ้นไทยที่พื้นฐานดี กล่าวคือหุ้นที่คาดผลการดำเนินงานเติบโตใน 2H69 รวมถึงหุ้นที่คาดได้แรงหนุนจากโครงการ/มาตรการภาครัฐในระยะถัดไป
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
-
(+) รมว.ท่องเที่ยวฯเผยอยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เพื่อให้ทันภายในวันที่ 1 ต.ค.69 โดยงบประมาณเฟสแรกอยู่ที่ 1.75 พันล้านบาท พร้อมคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท จากการดำเนินโครงการฯ
-
(+) รองนายกฯและรมว.คลังเผยในสัปดาห์นี้กระทรวงคมนาคมจะเข้ามาหารือกับปลัดกระทรวงการคลังเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นการใช้เงินในส่วนที่ 2 ของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท
-
(+) Bloomberg รายงานว่าอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก กำลังพิจารณาปรับลด/ยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำตาล เพื่อช่วยสกัดราคาน้ำตาลภายในประเทศที่เพิ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากภาพข้างต้นส่งผลให้เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มน้ำตาลของไทย
-
(+) กระทรวงดีอีเผย TH-AI Passport เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าวันนี้
Picks of the day
GUNKUL (BUY)
- เป้าหมาย: 5.40 / 5.60 แนวรับ: 5.00 / 5.15
- ปัจจัยภายนอกหนุน : เรามองว่าสามารถเทรดเก็งกำไรได้ เพื่อรับผลบวกจากนโยบายภาครัฐในการผลักดันโครงการ Solar Rooftop เช่นเดียวกับแผน PDP 2026 ที่เริ่มมีความชัดเจนจะช่วยหนุนโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในส่วนของ Renewable โดยมองว่าจะเป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่มีธุรกิจทั้งการรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า และการลงทุนก่อสร้างเพื่อขยายกำลังการผลิตเอง ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นประมาณ 92% เมื่อเทียบกับกำไรขั้นต้นรวม
- แผนการเติบชัดเจน: บริษัทตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องต่อเนื่อง โดยปี 69 คาดว่าจะมีรายได้เติบโตไปที่ระดับ 10,000 ลบ. ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือหรือ backlog ประมาณ 8,000 ลบ. คาดจะรับรู้ภายในปีนี้ประมาณ 65%
PRM (BUY)
- เป้าหมาย: 10.40 / 10.70 แนวรับ: 9.85 / 10.00
- กำไร 2Q69 เติบโต y-y: PRM รายงานกำไรใน 2Q69 เติบโต y-y ได้ประโยชน์โดยตรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้ความต้องการเรือกักเก็บบรรจุน้ำมัน (FSU) เพิ่มสูงขึ้นโดดเด่นมาก มีตราการใช้เรือ 100% ส่วนธุรกิจPCT และ OSV รายได้เติบโต y-y จากการขยายกองเรือตามแผนงาน ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยหนุนรายได้ทางอ้อม
- ช่วง 2H69 คาดโตได้ต่อเนื่อง : จากความต้องการใช้เรือ FSU ที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงไปจนสิ้นปี ในขณะธุรกิจเรือขนส่งน้ำมัน บริษัทมีแผนเพิ่มเรืออีก 3 ลำเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังหนุนรายได้เพิ่มขึ้น








