KS Daily View 2 ต.ค. 2026>>> ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,550-1,580 จุด ยังลุ้นฟื้น ตอบรับ Fed อาจยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ส่วนคืนนี้จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร โดยกลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับหุ้นคาดกำไรเติบโตดี โดยวันนี้แนะนำ BEM, DELTA
การลงทุนสัปดาห์นี้:
SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,563.91 เพิ่มขึ้น +4.90 จุด (+0.31%) แรงขายซื้อกลับในกลุ่มปิโตรเคมี, อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ต่างชาติยังขายหุ้นไทยสุทธิต่อเนื่อง 3,562 ลบ. (ขาย 8 วันติดต่อกัน) ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ลุ้นฟื้นตัว ในกรอบ 1,550-1,580 จุด โดย US Bond Yield10 ปี วานนี้ปิดย่อสู่ระดับ 5.24% (-4bps) ตอบรับถ้อยแถลงของฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธาน Fed ซึ่งระบุว่า อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการประเมินว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งสอดคล้องกับจอห์น วิลเลียมส์ ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ที่กล่าวเมื่อวันอังคารว่ายังไม่มีความเร่งด่วนในการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืนพบว่า US ISM ก.ย. ลดสู่ 54.5 จุด จาก 54.6 ในเดือน ส.ค. และต่ำคาดที่ 55.0 จุด โดยคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบเร่งขึ้นมากยังเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ สอดคล้องกับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่น้อยกว่าคาด สะท้อนภาคแรงงานแข็งแกร่ง โดยคืนนี้แนะติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรคาดเพิ่มขึ้น 90,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานคาดทรงตัวที่ 4.1% สำหรับกลยุทธ์ ยังคงเน้นย่อสะสมหุ้นคาดกำไรครึ่งหลังดี และราคาอยู่แนวรับสำคัญ โดยวันนี้แนะนำ BEM, DELTA
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- น้ำท่วมกระทบผู้ประกอบการ 1,315 รายใน 40 จังหวัด ความเสียหายเบื้องต้น 22.79 ล้านบาท โดยอมตะซิตี้ ชลบุรีได้รับผลกระทบ 150 โรงงาน และหยุดผลิตชั่วคราว 34 โรงงาน ขณะที่ภาครัฐเตรียมพักหนี้สูงสุด 12 เดือน เติมทุนฉุกเฉิน และสนับสนุนการฟื้นฟูเครื่องจักรกับระบบโลจิสติกส์ ทั้งนี้ ตัวเลขความเสียหายยังไม่สิ้นสุดและอาจเพิ่มขึ้นหลังตรวจสอบผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานครบถ้วน ประเมินเป็นลบระยะสั้นต่อ AMATA และโรงงานที่มีฐานผลิตในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ผลกระทบต่อกำไรจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาหยุดผลิตและความเสียหายจริง
- ส.อ.ท.ประเมินน้ำท่วมกรุงเทพฯ และ 14 จังหวัด สร้างความเสียหายเบื้องต้น 1.02 พันล้านบาท ครอบคลุมโรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบ การหยุดผลิตและโลจิสติกส์ โดยตัวเลขยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น พร้อมเสนอรัฐช่วยเหลือ 6 ด้าน ได้แก่ แรงงาน สภาพคล่อง ภาษี ประกันภัย การฟื้นฟูโรงงาน และการจัดการของเสียหลังน้ำลด ประเมินเป็นลบระยะสั้นต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ และโลจิสติกส์ ขณะที่ธนาคารอาจเผชิญต้นทุนช่วยเหลือลูกหนี้และความเสี่ยง NPL เพิ่มขึ้น
- บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เห็นชอบแบ่งกิจการตามการใช้ไฟเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ไม่เกิน 1 MW ถึงมากกว่า 200 MW และกำหนดค่าไฟประเภท 9 เป็น 2 อัตรา โดยผู้ใช้พลังงานสะอาดจะจ่ายถูกกว่าผู้ใช้ไฟจากก๊าซ พร้อมบรรจุเป้าหมาย Net Zero และเตรียมออกหลักเกณฑ์ด้านผังเมืองกับอาคาร โดยรายละเอียดค่าไฟจะสรุปในสัปดาห์หน้า มองเป็นบวกต่อผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและผู้รับเหมาก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น GULF, GPSC, GUNKUL, BCPG และ STECON
- ผู้ว่าฯ ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำจากปัญหาเชิงโครงสร้าง พร้อมเร่งแก้หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อ SME บริการทางการเงินที่เป็นธรรม และเงินเทา โดยคุมเข้มตั้งแต่การเปิดบัญชี ผู้ให้บริการชำระเงิน การถอนเงินสดเกิน 1 ล้านบาท ไปจนถึงการแปลงเงินเป็นทอง ดอลลาร์ และ USDT พร้อมกำหนดธุรกรรมต้องสงสัย 24 รูปแบบและยกระดับความร่วมมือของภาคการเงิน ประเมินระยะสั้นเป็นลบเล็กน้อยต่อธนาคาร Non-bank จากต้นทุนกำกับดูแลที่สูงขึ้น แต่ระยะยาวเป็นบวกต่อคุณภาพระบบการเงินและช่วยลดความเสี่ยงด้านบัญชีม้า–ฟอกเงิน
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
BEM: ราคาพื้นฐาน 10.31 บาท
- ราคาหุ้นอยู่ในระดับใกล้แนวรับสำคัญที่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย EMA200วัน ขณะที่ทิศทางกำไรยังเติบโตดี เป็นจังหวะน่าสะสม
- คาดกำไรปกติ 2H69 จะดีขึ้นเล็กน้อยจาก 1H69 ปัจจัยหนุนสำคัญเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐในช่วง 2H69 ถึง 1H70 ได้แก่ มาตรการอุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาท การลงนามสัญญา O&M โครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงช่วงใต้ และโครงการทางด่วนชั้นที่ 2
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BEM และ TP สิ้นปี 2569 ที่ 10.31 บาท เรายังคงชื่นชอบ BEM จากแนวโน้มกำไรที่มั่นคง และมีปัจจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐหลายประการในอนาคต
DELTA: ราคาพื้นฐาน 300.00 บาท
- การปรับฐานของ DELTA ในช่วงที่ผ่านมามองเป็นเพียงการรีเซ็ตระยะสั้น ขณะที่อุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของ Hyperscaler ที่เร่งตัวและความต้องการระบบไฟ/ระบายความร้อนต่อ rack ที่สูงขึ้น
- คาด GPM และกำไรฟื้นใน 2H69 หลังแรงกดดันจากต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และ Product mix คลี่คลาย โดยคาดกำไรปกติ CAGR ราว 32% ในปี 2569-71
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” TP 300 บาท Valuation น่าสนใจขึ้นจากการปรับฐาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 2027 PER ที่ราว 63 เท่า ต่ำกว่าเป้าหมาย 92 เท่า
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ US เดือน ก.ย. คาดเพิ่มขึ้น 9 หมื่นตำแหน่ง จาก 1.62 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 4.1% และดัชนี CPI ยูโรโซน เดือน ก.ย. คาดที่ 3.7%YoY ส่วน Core CPI คาดที่ 2.5%YoY









