บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Bank Sector
กำไรที่โตลดลง อยู่ในประมาณกำไรปีนี้แล้ว (Overweight Maintained)
Event
ประมาณการกำไร 3Q69F
Impact
คาดว่ากำไรใน 3Q69F จะแผ่วลงทั้ง QoQ และ YoY โดยกำไรของ BBL และ KTB ลดลงมากกว่ากลุ่ม
เราคาดว่ากำไรของธนาคารส่วนใหญ่จะชะลอตัวลงใน 3Q69F เพราะฐาน NIM สูงใน 3Q68 ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งน่าจะยังไม่พอที่จะชดเชย NIM ที่ลดลง เราคาดว่ากำไรรวมจะลดลง 1% QoQ และ 12% YoY ใน 3Q69F และ จะลดลง 5% YoY ในงวด 9M69F ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายธนาคารคาดว่า NIM ที่ลดลงจะกระทบกับ NII ของทุกธนาคาร โดยคาดว่ากำไรของ BBL จะลดลงมากที่สุด และตามด้วย KTB เนื่องจากการบันทึกกำไรเงินลงทุนสูงจากตลาดหุ้นที่ขึ้นมาแรงใน 3Q68 และการไม่สามารถเพิ่มรายได้การบริหารความมั่งคั่งในปีนี้ได้มากพอที่จะชดเชยรายได้ที่ขาดไป
… ส่วนของ KBANK และ SCB จะลดลงปานกลาง
หลังจากการที่มีการบันทึกกำไรจากการลงทุน และ FVTPL ก้อนใหญ่ใน 2Q69 เราคาดว่ากำไร FVTPL ที่ลดลงจะกดดันอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ KBANK ใน 3Q69F แม้รายได้ค่าธรรมเนียมจะแข็งแกร่ง และคชจ.สำรอง (credit cost) จะทรงตัว ซึ่งเราคาดว่าแนวโน้มของ SCB ก็เป็นทำนองเดียวกัน โดยจะได้แรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียม bancassurance ที่โตเร็วขึ้น ส่วน credit cost ที่ทรงตัวสะท้อนถึงการบริหารจัดการ NPL ในงวด 1H69 และ แผนขายหนี้เสียออกไปให้กับ JV AMCs.
รายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจะหักล้างไปกับแรงกดดันด้าน opex ที่เพิ่มขึ้นของ KKP และ TISCO
ธนาคารขนาดเล็กอย่าง Kiatnakin Phatra Bank (KKP.BK/KKP TB), Tisco Financial Group (TISCO.BK/TISCO TB) และ TMBThanachart Bank (TTB.BK/TTB TB)* บริหารจัดการ NPLs ได้ดีกว่าธนาคารใหญ่ใน 1H69 เรามองว่าแนวโน้มดังกล่าวยังจะดำเนินต่อไปใน 3Q69F เพราะคุณภาพสินเชื่อ H/P ที่ดีขึ้น และ ส่วนรองรับหนี้เสียที่สูงสะสมมาจากงวด 1H69 น่าจะทำให้ credit cost ลดลงในงวด 2H69F โดยเฉพาะ KKP เราคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียม wealth management ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจะหักล้างไปกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพนักงาน
อัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ถูกขับเคลื่อนโดยการลงทุนยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
กระแสเงินทุนไหลเข้าขับเคลื่อนวัฏจักรการลงทุนผ่านทั้งการลงทุนภาครัฐ และ เอกชนน่าจะช่วยหนุนโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อ บวกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นในระหว่างไตรมาสก็น่าจะช่วยหนุนอุปสงค์เงินทุนหมุนเวียนในส่วนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเราคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัว 1% QoQ และ 4% YTD ในขณะสินเชื่อ H/P จะยังชะลอตัว ส่งผลให้สินเชื่อของธนาคารขนาดเล็กชะลอตัวลง
รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
AUM ของ บลจ. ที่ธนาคารเป็นเจ้าของซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่ง QTD คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ค่าธรรมเนียม wealth management ของธนาคารใหญ่ โดยเฉพาะ TTB, KKP, KBANK และ KTB ทั้งนี้เนื่องจากรายได้ส่วนนี้ค่านี้สูงในงวด 2H68 ฐานที่สูงจึงน่าจะทำให้อัตราการเติบโตในรูปเม็ดเงินชะลอลง
Risks NPLs
เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง, ผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุน.







