บล.ฟิลลิป:
ซีพี ออลล์ – CPALL (CPALL TB)
ผลกระทบโครงการรัฐน้อยกว่าคาด ครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง
Key Point
CPALL รายงานกำไร 2Q69 เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 7,512 ล้านบาท (+11.0% y-y) โดยมีร้านสะดวกซื้อ (CVS) เป็นแกนหลัก และได้แรงสนับสนุนการบริหารต้นทุนที่ดีจากบริษัทย่อยอื่น ช่วยชดเชยการอ่อนตัวลงของ CPAXT แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดขยายตัวต่อเนื่องด้วย SSSG 3QTD ที่เป็นบวกในระดับ Low single-digit จากความต้องการบริโภคในกลุ่มเครื่องดื่มและพื้นที่ท่องเที่ยว เตรียมแผน Refinance หุ้นกู้ลดต้นทุนทางการเงิน ปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 63.00 บาทต่อหุ้น แนะนำ “ซื้อ”
กำไร 2Q69 โตแกร่ง
CPALL รายงานกำไร 2Q69 ที่ 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0% y-y และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมอยู่ที่ 257,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% y-y โดยมีธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก (รายได้เพิ่มขึ้น 5.3% y-y) ควบคู่ไปกับผลการดำเนินงานและการควบคุมต้นทุนที่ปรับตัวดีขึ้นของบริษัทย่อย ช่วยชดเชยกำไรที่อ่อนตัวของ CPAXT ได้
ด้าน SSSG +0.8% โดยในเดือนเมษายนยอดขายเติบโตจากแรงหนุนของเทศกาลสงกรานต์ สภาพอากาศที่ร้อนจัด และทราฟฟิกกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ส่วนในเดือนพฤษภาคมเผชิญแรงกดดันชั่วคราวในช่วงต้นเดือนจากผลของโครงการ คนละครึ่ง แต่ฟื้นตัวกลับมาในช่วงปลายเดือน
อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 22.8% โดยเฉพาะในธุรกิจกลุ่ม CVS ที่สามารถรักษา GPM ไว้ได้ที่ระดับ 29.3% แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนขนส่งจากราคาน้ำมัน จากความสำเร็จในการผลักดันสินค้ากลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมทานเติบโตขึ้น 30 bps และกลุ่มเครื่องดื่มพร้อมดื่ม ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดทำให้ SG&A เฉพาะส่วนของบริษัท เพิ่มขึ้น 4.5% y-y น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง
แนวโน้ม SSSG 3QTD เป็นบวกในระดับ Low single digit จากยอดขายเครื่องดื่มและอาหารที่ยังเติบโตดี ยอดขายในพื้นที่ท่องเที่ยวยังคงเติบโต และแรงหนุนการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แนวโน้มอัตรากำไรคาดว่าจะยังสามารถเติบโตได้ y-y อย่างต่อเนื่อง จากแรงกดดันต้นทุนราคาน้ำมันที่ผ่อนคลายลง
ใน 1H69 เปิดสาขาใหม่สำเร็จแล้วจำนวน 339 สาขา (แบ่งเป็นเปิด 139 สาขาใน 1Q69 และ 200 สาขาใน 2Q69) ทำให้คาดในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถเปิดสาขาได้ตามเป้าที่ 700 สาขา
บริษัทยังมีแผนในการ Refinance หุ้น Perpetual Bond (ครบกำหนดในช่วง 2H69) ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำลง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเงินต่ำลง
คงประมาณการปี 2569 แนะนำ “ซื้อ”
คงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 30,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.25% y-y โดยคาดกำไรใน 3Q69 จะชะลอตัวลง q-q ตามปัจจัยฤดูกาล และฟื้นตัวกลับมาใน 4Q69 ที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจ ปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 63.00 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี PE Valuation ที่ระดับ 18 เท่า เมื่อเทียบกับระดับราคาปัจจุบัน จะมีส่วนต่าง Upside สูงถึง 34.8% แนะนำ “ซื้อ”








