บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

BUMRUNGRAD HOSPITAL (BH TB)

Foreign momentum support 3Q26 outlook

  • แนวโน้มกำไร 3Q26 ชัดเจนขึ้น จากโมเมนตัมคนไข้ต่างชาติ รายได้ต่อคนไข้ที่สูงขึ้น และความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง
  • ตลาดใหม่เป็นโอกาสเติบโตในระยะยาว ขณะที่การเก็บเงินจากกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลางที่ดีขึ้นจะช่วยลดความกังวลด้านลูกหนี้การค้า
  • คงคำแนะนำ ซื้อ จากความสามารถในการทำกำไรที่เหนือกว่ากลุ่มและเงินปันผลระหว่างกาลที่น่าสนใจ

รายได้ต่อคนไข้ที่สูงขึ้น และกลุ่มคนไข้ต่างชาติจะหนุน 3Q26

ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ 3Q26 เติบโตราว 3% y-y โดยคนไข้ต่างชาติยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่การรักษาเคสซับซ้อนผ่าน CoE มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนรายได้ต่อคนไข้และความสามารถในการทำกำไร แนวโน้มคนไข้ต่างชาติยังเป็นบวก โดยจำนวนชาวตะวันออกกลางที่เดินทางเข้าไทยเติบโตเร่งตัวเป็น 19% y-y ในเดือน ส.ค. 2026 MTD จาก 9% ในเดือน ก.ค. ขณะเดียวกัน BH มีโมเมนตัมคนไข้บังกลาเทศดีขึ้น q-q ส่วนกัมพูชายังอ่อนแอ เราคาดการณ์กำไรปกติ 3Q26 ที่ 2.09 พัน ลบ. (+11% q-q, +2% y-y) จากรายได้ที่คาดโต 4% y-y โดยกำหนดสมมติฐานรายได้คนไข้ต่างชาติเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่รายได้คนไข้ชาวไทยลดลง 1% และ EBITDA margin เพิ่มขึ้น 0.3ppt y-y เป็น 41.8%

การทยอยเพิ่ม capacity โรงพยาบาลใหม่ที่ภูเก็ตช่วยควบคุมต้นทุนช่วงเริ่มดำเนินงาน

BH มีแผนเปิดโรงพยาบาลใหม่ที่ภูเก็ตใน 3Q27 โดยจะเริ่มให้บริการ 50 เตียงจากทั้งหมด 212 เตียง และทยอยเพิ่มครั้งละ 50 เตียงตาม utilization ที่สูงขึ้น เรามองว่าการทยอยเพิ่ม capacity ประกอบกับการใช้ทีมบริหารจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และการดำเนินงานแบบรวมศูนย์ เช่น การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ น่าจะช่วยควบคุมต้นทุน และจำกัดแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรในช่วงเริ่มดำเนินงาน

ตลาดใหม่เพิ่มโอกาสเติบโต ขณะที่ความกังวลด้านลูกหนี้ลดลง

ในระยะยาว BH มีแผนขยายฐานคนไข้ต่างชาติไปยังตลาดใหม่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย อิรัก และอินโดนีเซีย สำหรับซาอุดีอาระเบีย ความคืบหน้ายังขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ขณะที่อิรักมี GOP agreement แล้ว แต่ยังรอการจัดตั้งสถานทูตอิรักในประเทศไทยก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ส่วนอินโดนีเซียเป็นอีกตลาดใหญ่ที่บริษัทให้ความสนใจ ขณะเดียวกัน บริษัทคาดว่าจะทยอยได้รับชำระเงินจากคนไข้ตะวันออกกลางตั้งแต่ ก.ค. 2026 ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 1.90 พันลบ. จากสิ้นปี 2025 โดยจะช่วยลดความกังวลด้านเงินทุนหมุนเวียน และหนุนกระแสเงินสดใน 2H26

คงคำแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มกำไรที่ชัดเจนขึ้น

เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026-28 ซึ่งคาดเติบโตต่อเนื่อง 3-5% และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 220 บาท (DCF) ปัจจุบัน BH ซื้อขายที่ราว 20x P/E ปี 2026-27E เป็นพรีเมี่ยมเมื่อเทียบกับกลุ่มการแพทย์ในประเทศ ซึ่งเรามองว่าสมเหตุผลจากความสามารถในการทำกำไรที่เหนือกว่า โดยมี NPM ราว 29% และ ROE ราว 25% แนวโน้มกำไร 3Q26 ที่ชัดเจนขึ้นและแรงกดดันต่อ margin จากการเปิด รพ.ภูเก็ตที่น่าจะบริหารจัดการได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อประมาณการกำไร นอกจากนี้ เงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่ 4.00 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.0% (ขึ้น XD 28 ส.ค. 2026) เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความน่าสนใจลงทุน

- Advertisement -