ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
ไซด์เวย์… ตลาดการเงินต่างประเทศ + ภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงอึมครึม
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นได้ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อย… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.24% โดยมีแรงหนุนจาก i) มีแรงซื้อหมุนกลับเข้าหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ตามมุมมองต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่น่าจะยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องขี่ต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยืนสูง ‘higher for longer’ ii) หุ้นธนาคารใหญ่ๆ ยังแข็งแกร่งกว่าตลาด สะท้อนทิศทางของการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ เทรดในกรอบแคบๆ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวค่อนข้างดีเมื่อคืนวันศุกร์ หลังจาก รมว.คลังสหรัฐฯ ชี้ว่า สหรัฐฯ สามารถปรับเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรได้อีก หากตลาดพันธบัตรยังคงปั่นป่วน แต่เช้านี้บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ยังคงยืนสูงมาก และน่าจะมีผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในสัปดาห์นี้ หากสถานการณ์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ดีขึ้น ii) ตะวันออกกลางอึมครึมต่อเนื่อง สหรัฐฯ น่าจะตัดสินใจใช้เกมยาว เตรียมคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน (ประกาศคืนนี้) ซึ่งทำให้การแก้ปัญหาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซน่าจะทำได้ยาก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบน่าจะทรงตัวในระดับสูง
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ประเด็นสำคัญในสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นผลประชุม กนง. ในวันที่ 26 ส.ค. ซึ่ง ทั้งเราและ consensus คาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ประมาณการเศรษฐกิจ หลังจากก่อนหน้านี้ กนง. ส่งสัญญาณปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP growth ปี 2569 ซึ่งปัจจุบัน กนง. มองค่อนข้างสูงอยู่แล้วที่ +2.3%
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร BGRIM*, THAI*, BDMS*
BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัวเหนือค่ากลาง Bollinger band ประเมินแนวรับ 18.6 บาท / แนวต้าน 19.5 – 20.2 บาท (Stop loss 17.6 บาท) 2) ประเมินแผน PDP2026 หนุน Sentiment และเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อก Data center เราประเมินแผน PDP2026 ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดฟังความคิดเห็นเดือน ก.ย. นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อก Data center ทั้งประเด็นเรื่องของค่าไฟฟ้าสำหรับ Data center และการปลดล็อก Direct PPA ขณะที่คาดว่าจะมีการเพิ่มพลังงานสะอาดในแผน PDP ใหม่ หนุนการเปิดประมูลโรงไฟฟ้ารอบใหม่ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE จะลดลงเหลือ +/-24 เท่า บนกำไรปีหน้า (จาก 30 เท่า ปีนี้) ใกล้ -1SD ที่ +/-24.5 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีหน้าโต 27% YoY
THAI* (เป้าพื้นฐาน 7 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐาน MACD ฟื้นตัวก่อนราคาหุ้น มีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 5.85 บาท / แนวต้าน 6.1 – 6.2 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.6 บาท (Stop loss 5.7 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานฟื้นตัวใน 3Q-4Q จากการประชุมฯ ฝ่ายวิจัยฯประเมินผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 3Q69 (ยอดจองตั๋วโตเด่น YoY โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป) และ 4Q69 จะเข้าสู่ High season ซึ่งคาดการท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวเด่น ขณะที่บริษัทฯปรับแผน Hedging ราคาน้ำมันเพิ่ม ลดความเสี่ยง 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 8.7 เท่า (ต่ำกว่า BA* PE ใน Bloomberg consensus 12 เท่า / AAV* Bloomberg consensus คาดปีนี้ขาดทุนไม่มี PE)
BDMS* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นแกว่งบริเวณแนวรับ Sideway มีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 19.7 บาท / แนวต้าน 20.0 – 20.2 บาท กรณี Break กรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 20.7 – 21.0 บาท (Stop loss 19.3 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุด กำลังเข้า High season เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 – 4Q69 จะฟื้นตัวเด่นเทียบ 2Q69 (เป็นไตรมาสกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง) 3) Valuation ยังมี Upside และราคา Laggard กลุ่มฯ Forward PE 19.5 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ 20.6 เท่า) Dividend yield 3.8% ต่อปี
หุ้นมีข่าว
(+) PTT ลั่น 5 ปี ลงทุน 1 ล้านล้าน ปิโตรหัวหอกดัน GDP โต 3% (ข่าวหุ้น) โชว์ศักยภาพ ‘แชมเปี้ยนพลังงาน’ กระหึ่ม Thailand Focus 2026 ปตท.กางแผนลงทุน 5 ปี 1 ล้านล้านบาท ลุย E&P-โครงสร้างพื้นฐาน ดัน PTTEP หัวหอกลงทุน หนุนนโยบายรัฐบาลดันจีดีพีไทยเติบโต 3% “คงกระพัน” ย้ำโชว์ศักยภาพ “แชมเปี้ยนของประเทศ” ในงานไทยแลนด์ โฟกัส 2026 พร้อมเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน Gastech 2026 ตั้งแต่ 14-17 ก.ย.นี้ เดินหน้าหาพันธมิตรเสริมแกร่ง PTTGC*-TOP*-IRPC* ขยายนำเข้า LNG แตะ 15 ล้านตัน ปี 78 จับตา PDP 2026 ดันความต้องการก๊าซฯ ยังเพิ่ม ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 50%
(+) BGRIM* เกาะติด PDP 2026 รุกชิงโซลาร์ชุมชน 500 MW (ข่าวหุ้น) BGRIM ลุยรับเมกะเทรนด์พลังงาน เดินหน้าพัฒนาโครงการรับ PDP 2026 ชูธุรกิจ Data Center ดาวเด่น หลังเซ็น PPA แล้ว 100 เมกะวัตต์ แถมลูกค้าใหม่จ่อเพิ่มอีก 150 เมกะวัตต์ เร่งขยายลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมศึกษาสร้างโรงไฟฟ้าใหม่รองรับ Data Center เตรียมชิงโครงการ Quick Big Win ดันโซลาร์ชุมชน 300-500 เมกะวัตต์ ทยอย COD โครงการใหม่ทั้งโซลาร์และลม
(0) ‘วรสิทธิ์-เสี่ยแป้ง’ เทก SPCG เกมรุกชิงโซลาร์-ขายไฟตรง (ข่าวหุ้น) กลุ่ม “โภคทรัพย์พัฒนา” แท็กทีม “จารุทวี” เทกโอเวอร์กิจการ SPCG มูลค่ากว่า 5,527 ล้านบาท เปิดเกมรุก “ธุรกิจพลังงานสีเขียว” เต็มสูบ ขานรับแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ และการปลดล็อก Direct PPA หลังพบ SPCG ซ่อนสินทรัพย์ที่ดินเขต EEC กว่า 3,000 ไร่ จับตาเปิดฉากชิงเค้กโซลาร์ฟาร์ม แถมเดินหน้า “ขายไฟฟ้าตรง” ให้กลุ่มลูกค้าโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน ของกลุ่ม MK ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง
(+) BCH* ซุ่มเจรจา M&A 10 ดีล แย้มงบ Q3 พีคเข้าไฮซีซั่น (ทันหุ้น) BCH เผยผลดำเนินงาน Q3/2569 โตเด่น เหตุช่วงไฮซีซั่นเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เชื่อลูกค้าต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง ดันโค้งท้ายปีนี้บวกเพิ่มขึ้น แย้มอยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A กว่า 10 แห่งเตรียมเข้าประชุมกับบอร์ดประกันสังคมปรับอัตราเหมาจ่ายทุกรายการ คาดจะเสร็จตุลาคม 2569
-
หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: KBANK* (Trailing stop 247 บาท) KTB* (Trailing stop 43.25 บาท) ADVICE (Trailing stop 7.2 บาท)
-
BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.1 บาท / แนวต้าน 6.4 – 6.8 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 5.7 บาท)
-
PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท)* แนวรับ 40.5 บาท / แนวต้าน 44.5 – 45.5 บาท (Stop loss 38.5 บาท)
-
CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 49 บาท)* แนวรับ 41.25 บาท / แนวต้าน 43.5 – 45 บาท (Trailing stop 39.75 บาท)
-
AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท)* แนวรับ 2.94 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.2 บาท (Stop loss 2.88 บาท)
-
BEM* (เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท)* แนวรับ 7.15 บาท / แนวต้าน 7.6 – 7.8 บาท (Trailing stop 6.95 บาท)
-
OSP* (เป้าพื้นฐาน 19.1 บาท)* แนวรับ 17.4 บาท / แนวต้าน 17.8 – 18.3 บาท (Stop loss 17.3 บาท)
-
GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 10.0 บาท / แนวต้าน 10.3 – 10.5 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
-
EPG (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) แนวรับ 6.15 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.7 บาท (Stop loss 5.95 บาท)
-
WHAUP* (เป้าพื้นฐาน 9.3 บาท)* แนวรับ 7.7 บาท / แนวต้าน 8.0 – 8.2 บาท (Stop loss 7.6 บาท)
-
HANA* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท)* แนวรับ 46.25 บาท / แนวต้าน 48 – 49.75 บาท (Stop loss 43 บาท)
-
ALT (เป้าพื้นฐาน 3.0 บาท) แนวรับ 1.85 บาท / แนวต้าน 1.93 – 1.96 บาท (Stop loss 1.7 บาท)
-
STECON* (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท)* แนวรับ 18.2 บาท / แนวต้าน 19.4 – 19.8 บาท (Stop loss 17.8 บาท)
- CPAXT (เป้าพื้นฐาน 16 บาท) แนวรับ 14.7 บาท / แนวต้าน 15.0 – 15.3 บาท (Stop loss 14.7 บาท)
- OR* (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.87 บาท)* แนวรับ 12.4 บาท / แนวต้าน 12.6 – 12.8 บาท (Stop loss 12.1 บาท)
- MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท)* แนวรับ 40.5 บาท / แนวต้าน 41.75 – 43.25 บาท (Stop loss 39.5 บาท)
-
BGRIM* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท จากการประชุมฯ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแม้ว่าจะมีความเสี่ยงเรื่องต้นทุนก๊าซ แต่กำลังการผลิตใหม่จากการเข้าลงทุนใน Nakwal Blueheart Co., Ltd (Nakwol 1) และการลงทุน Data center 96MW คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในปีหน้า ขณะที่แผน PDP ใหม่หนุน Upside
-
WHA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท จากการประชุมฯ ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯปีนี้ลง แต่ยังคงเป้าหมายการโอนที่ดินนิคมฯปีหน้า ขณะที่ปรับสมมติฐานรายได้จาก WHAUP* ขึ้น ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 5.95 บาท (เดิม 5.4 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) … แม้โครงการ Data center ระยะสั้นชะลอ รอกฎเกณฑ์จากภาครัฐฯ แต่คาดจะเป็นบวกต่อ WHA* ในระยะยาว
-
AMATA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 37 บาท ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น โดนปรับสมมติฐานราคาขายที่ดินนิคมฯ และอัตรากำไรขึ้น ปรับราคาเป้าหมายไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 37 บาท (เดิม 33 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
-
SAWAD* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 28.5 บาท (เดิม 27 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) โดยประเมินผลขาดทุนจากรถยึดลดลง DE ที่ต่ำ และ Valuation ที่ถูก (Forward PE 7.3 เท่า / PBV 0.99 เท่า)
-
THAI* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 7 บาท จากการประชุมฯ ฝ่ายวิจัยฯ คาดผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 3Q-4Q อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯปีนี้ลง แต่ปรับประมาณการฯปีหน้าขึ้น และปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 7 บาท (เดิม 6.5 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)
-
CBG* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 65 บาท จากการประชุมฯ มุมมองเป็นบวก แม้คาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q69 จะชะลอลง QoQ (อัตรากำไรลดลง) แต่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ใน 4Q69 (ต้นทุนวัตถุดิบลดลง) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯปรับสมมติฐาน Payout ratio ขึ้นและปรับคาดการณ์ปันผลต่อปีขึ้น คาด Dividend yield ปี 2569-70 = 3.6% – 4.0% แต่ยังคงราคาเป้าหมายไว้ตามเดิม
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








