บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

เรื่องที่มียังไม่พอเป็น Catalyst ขับเคลื่อน // 1,590–1,610

คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงหนุนจากความกังวลที่ลดลงต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯต่ออิหร่านไม่มีประเด็นใหม่มากนัก ประกอบกับลุ้นครม.เคาะช่วยน้ำท่วมน่าน หากแต่มองทางขึ้นจำกัดจากการขาด Catalyst ใหม่ๆเข้ามาขับเคลื่อน

กลยุทธ์การลงทุน

1) คาดผลการดำเนินงาน 2H69 เติบโต: AMATA, AP, BH, CBG, GLOBAL, HMPRO, ITC, KCE, MINT, PRM, PSL, SAWAD, SINGER, TCAP

2) เก็งกำไร Thailand Focus: AOT, BBL, BDMS, BGRIM, GULF, IVL, KBANK, PTT, SCB, SCC

3) เก็บ/สะสมหุ้นรับปันผล: ICHI, LANNA, SC, SIRI, TISCO, TVO

4) ซ่อม-สร้าง: DOHOME, GLOBAL, HMPRO

5) Anti-comm.: BGRIM, GPSC, SCGP, TOA

  • ตะวันออกกลางอาจไม่น่ากังวลนัก: คาด Sentiment เชิงบวกในระยะสั้นมาจากความกังวลที่ลดลงต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ซึ่งเปิดที่ $84.98 ต่อบาร์เรล ลดลงเมื่อเทียบราคาเปิดวานนี้ที่ $86.40 ต่อบาร์เรล แม้เมื่อคืนที่ผ่านมา รมต.คลังสหรัฐฯประกาศว่าจะใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่านในปฏิบัติการ economic D-Day เพื่อโดดเดี่ยวอิหร่านและยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาราว 6 เดือน โดยปธน.ทรัมป์กำลังโทรหาผู้นำโลกเพื่อขอให้ยุติการติดต่อกับอิหร่านและแต่ละประเทศจะได้รับกรอบเวลาชัดเจนในการตัดสัมพันธ์กับอิหร่าน มิฉะนั้นจะเผชิญบทลงโทษฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ หากแต่เรามองว่าการประกาศข้างต้นไม่ได้มีประเด็นใหม่มากนัก ภาพข้างต้นจึงไม่ได้นำไปสู่ความกังวลของความรุนแรงทางทหารครั้งใหม่
  • ครม.เตรียมเคาะช่วยเหลือน้ำท่วมน่าน: นอกจากนี้ คาดอีกแรงหนุนเบาๆมาจากความหวังมาตรการ/โครงการช่วยเหลือจากภาครัฐ สอดรับกับการที่รมต.สำนักนายกฯเผยถึงมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในจ.น่านว่าวันนี้จะมีการครม.เพื่ออนุมัติงบกลางในการเยียวยาประชาชน 9 พันบาท/ครัวเรือน
  • ยังขาด Catalyst ขับเคลื่อนในวันนี้: อย่างไรก็ตาม มองทางขึ้นจำกัด โดยนอกจากหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นและกลางน้ำที่มีแนวโน้มถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลงแล้ว เรามองในวันนี้ SET Index ยังขาด Catalyst ใหม่ๆเข้ามาขับเคลื่อน ดังนั้น ด้วยภาพข้างต้นเมื่อนำไปประกอบกับปัจจัยสำคัญในฝั่งสหรัฐฯอย่างการเผยเงินเฟ้อ PCE เดือนก.ค.69 การประชุม Jackson Hole และการเผยงบ 2QFY27 ของ Nvidia ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนจะเกิดขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ทั้งสิ้น ส่งผลให้เรามองว่านักลงทุนมีแนวโน้มที่จะไม่รีบเปิดรับสถานะเสี่ยงต่อ SET Index หรือชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อรอเหตุการณ์ข้างต้นหรือ Catalyst ใหม่ๆ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯติดตามในวันนี้ ได้แก่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.69 และยอดขายบ้านใหม่และใบขออนุญาตก่อสร้างเดือนก.ค.69
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
  • (+) ททท.ตั้งเป้าปี 2570 ดังนี้ 1) รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569 2) สัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง ที่ 60:40 และ 3) ดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยวติดอันดับ Top 3 ของเอเชีย
  • (+) CAAT เผยเดือนม.ค.-ก.ค.69 ไทยมีปริมาณผู้โดยสารทางอากาศเติบโต 1.48% y-y โดยเส้นทางบินระหว่างไทยและยุโรปเติบโตอย่างโดดเด่นที่ 9.02% หลังผู้โดยสารและสายการบินที่หันมาเลือกใช้เที่ยวบินตรงแทนการบินต่อเครื่องผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
  • (+) โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยช่วงเดือนม.ค.- ก.ค.69 โตโยต้าสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ 1.35 แสนคัน เติบโต 2% y-y โดยตลาดที่โดดเด่นคือกลุ่มรถไฮบริด (HEV) ที่มียอดจำหน่ายรวม 4.2 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 13%
  • (-) สภาพัฒน์เผยภาวะสังคมไทย 2Q69 พบว่ามีผู้ว่างงาน 4 แสนคน เพิ่มขึ้น 9.7% y-y หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานที่ 0.95% เพิ่มขึ้นจาก 0.91% ใน 2Q68

Picks of the day

AP (BUY)

  • เป้าหมาย 8.40 / 8.55 แนวรับ 8.00 / 8.10
  • อสังหาฯรายใหญ่ยังคงแข็งแกร่ง: บริษัทมีปรับแผนเปิดโครงการแนวราบเพิ่มมากขึ้นกว่าแผนเดิมในปีนี้ สวนทางอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างลดระดับสต๊อก พิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำการพัฒนาอสังหาฯโดยเฉพาะแนวราบที่รุกตลาดเร็วกว่าคู่แข่ง มีแผนเปิดโครงการแนวราบในช่วงครึ่งปีหลังสูงขึ้น
  • แนวโน้มกำไร 3Q69 สูงขึ้น q-q: เดือน ก.ค.69 มียอด Walk-in สูงขึ้น ยังเห็น lead indicator ของ Presale แข็งแกร่งต่อเนื่องมายัง 3Q69 และ GPM-อสังหาฯ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวขึ้น q-q จาก Backlog แนวราบที่สูงขึ้น และมีคอนโดครบกำหนดโอนเข้ามาเสริม 2 โครงการ Life Sathorn-Narathiwas 22(JV) และ Rhythm Charoennakhon Iconic(JV)

PTT (BUY)

  • เป้าหมาย 42.00 / 43.00 แนวรับ 39.00 / 40.00
  • กำไรโตทั้ง q-q, y-y: งบ 2Q69 ออกมา 52,525 ลบ. +104%q-q, +144%y-y ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจสำรวจและผลิตที่มี EBITDA เพิ่มขึ้น +27%q-q จากปริมาณขายเพิ่มขึ้นและราคาขายเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับธุรกิจก๊าซมี EBITDA เพิ่มขึ้น +50%q-q เนื่องจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซช่วงต้นปี
  • หุ้นปันผลระยะยาว: เรายังมองบวกต่อบริษัท จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งตาม Portfolio ธุรกิจพลังงานของบริษัทที่ครบวงจร รวมไปถึงการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอในระยะยาว ซึ่งยังมี Upside จากสภาพคล่องที่สูงขึ้นในอนาคตจากการทยอยทำ Asset Monetization ข้างต้น โดยเราคาดอัตราผลตอบแทนปี 69 ประมาณ 4-6%
- Advertisement -