ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภกาลกุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
ไซด์เวย์… ติดตามสัญญาณนโยบายการเงินสหรัฐฯ คืนวันนี้
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยผันผวนแรงตลอดวัน ก่อนปิดลบเล็กน้อย (อ่อนแอกว่าที่เราคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.08% รับแรงกดดันจาก i) ฟันด์โฟลว์ต่างชาติพลิกมาขายสุทธิหนัก 5.45 พันล้านบาท แต่เราไม่พบข่าวลบใดๆ ต่อหุ้นไทยในภาพใหญ่ ii) หุ้นธนาคารฯ ตัวหลักๆ เผชิญขายทำกำไร หลังจากนักลงทุนตอบสนองเชิงลบเล็กน้อยต่อการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของธนาคารฯ ที่ไม่ได้น่าตื่นเต้นมากนัก… ทั้งนี้ DELTA* (+2.42%) ช่วยหนุนดัชนีฯ 5.94 จุด (ถ้าไม่นำ DELTA* มาคำนวณ เมื่อวานดัชนีฯ ลบ 7.16 จุด)
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ เทรดไซด์เวย์… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ได้แรงหนุนจากงบฯ ของ NVIDIA ที่แข็งแกร่งกว่าที่ consensus คาดการณ์ ส่งผลให้มีแรงเก็งกำไรกลับเข้าธีม AI อีกครั้ง ii) อย่างไรก็ดี มีแรงกดดันจากประเด็นนโยบายการเงินของเฟดมากขึ้น หลังจากผู้ว่าการเฟด 2 สาขา ได้แก่สาขาคลีฟแลนด์ และสาขาแคนซัส แสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ และหนุนให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ทั้งนี้ตลาดกำลังติดตามการแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh ในการสัมมนาที่เมือง Jackson Hole คืนนี้
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ผู้ว่า ธปท. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Bloomberg เมื่อวาน ชี้ว่า ธปท. มีความยืดหยุ่นในการทำนโยบาย ดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับขึ้นหรือลงก็ได้ในอนาคต ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่มองว่า ณ ดอกเบี้ยระดับปัจจุบัน ผลบวกจากการปรับลดดอกเบี้ยน่าจะมีไม่มากนัก ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ไปอีกระยะหนึ่ง
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน(สุโขติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร EPG*, KTC* / สะสม ADVANC*
EPG* (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) 1) ประเมินมีโอกาส Break กรอบ Sideway ทำจุดสูงสุดใหม่ ประเมินแนวรับ 6.25 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.0 บาท (Stop loss 5.9 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องตลอดปี รับ Demand การสร้าง Data center + Supply chain ทั่วโลก เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานธุรกิจฉนวนฯ ยังโตโดดเด่นต่อเนื่องจากอุปสงค์ฉนวนฯสำหรับการก่อสร้าง Data center รวมถึงโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์จะทยอยฟื้นตัว โดยคาดธุรกิจชิ้นส่วนฯที่ออสเตรเลียจะขาดทุนลดลงและเริ่ม Break-even ในปี FY2572 (เม.ย.71-มี.ค.72) 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.8 เท่า (ต่ำกว่า -0.5 SD ที่ 13 เท่า) … จาก Conference call วานนี้ บริษัทฯมีโอกาสปรับเป้าหมายขึ้นเป็น Upside
KTC* (เป้าพื้นฐาน 42 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคาเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 37.25 บาท / แนวต้าน 38.25 – 39.25 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 41 บาท (Stop loss 36.25 บาท) 2) ประเมินคุม NPL ได้ + ต้นทุนเงินทุนจะลดลงอีกจากการ Refinance หุ้นกู้ใน 4Q69 เราประเมินฐานลูกค้าของ KTC* ที่เน้นกลุ่มมีรายได้ประจำ ทำให้สามารถคุม NPL ได้ดีกว่าหุ้น Non-bank ตัวอื่น ขณะที่ใน KTC* คาดต้นทุนเงินทุนจะลดลงอีกหลังการ Refinance หุ้นกู้ใน 4Q69 ราว 9 พันล้านบาท (ต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยเดิม 3.7% ถ้าออกออกหุ้นกู้ใหม่ตอนนี้ ดอกเบี้ยจะลดต่ำกว่าเดิม) ซึ่งทำสำเร็จไปแล้วใน 1H69 ทำให้ NIM เพิ่มขึ้น 3) Valuation ยังไม่แพง Dividend yield ดี Forward PE 11.8 เท่า (-1 SD) Dividend yield ปีนี้ 5%
ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 425 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นพักฐาน ใกล้ค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 353 บาท / แนวต้าน 358 – 362 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 366 – 370 บาท (Stop loss 349 บาท) 2) ประเมินราคาหุ้นพักฐานขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง คาดแนวโน้มกำไรยังเดินหน้าเติบโตต่อ เราประเมินแนวโน้มกำไร 2H69 จะยังเติบโตต่อเนื่องจาก 1H69 การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ไม่รุนแรงเช่นในอดีต ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลหนุนการใช้งานสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เนต 3) จุดเด่นยังเป็น Defensive yield ADVANC* จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว เหลือปันผล 2H69 อีกราว 9.15 บาท (Yield 2.5%) และคาด Dividend yield ต่อปี >5% (Yield กรอบสูงสุดในรอบ 5 ปี) แนะนำ “สะสมอ่อนตัว”
หุ้นมีข่าว
(+) PTTEP ได้ลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (GSA) สำหรับแปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โดยมีระยะเวลาสัญญา 35 ปี และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 (SET)* ความเห็น: PTTEP ได้ร่วมลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) กับองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (Malaysia-Thailand Joint Authority หรือ MTJA) สำหรับแปลง A-18-01 โดย PTTEP และ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. ถือสัดส่วนการลงทุนในแปลงดังกล่าวฝ่ายละ 50% นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังได้ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (Gas Sales Agreement หรือ GSA) กับผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติได้แก่ PTT Pcl. (PTT.BK/PTT TB)* และ Petroliam Nasional Berhad (PETRONAS) เรามองเป็นบวกต่อการต่อสัญญาแปลง A-18-01 ออกไปอีก 35 ปี เนื่องจากเป็นการยืดอายุของแหล่งก๊าซที่อยู่วางแผนการผลิตอยู่ออกไป นอกจากนี้ เราคาดว่าราคาขายก๊าซจากแปลง A-18-01 จะปรับเพิ่มขึ้นจากการลงนามในสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายก๊าซเฉลี่ยของ PTTEP ในปี 2569F เพิ่มขึ้นประมาณ 2% จาก US$6.0/mmbtu เป็น US$6.1/mmbtu ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569F มี potential upside ประมาณ 2% จากประมาณการปัจจุบันที่ 7.65 หมื่นล้านบาท และราคาเป้าหมายมี potential upside ประมาณ 3.00 บาท คงคำแนะนำ “ถือ” PTTEP และราคาเป้าหมาย 1H70F ที่ 149.00 บาท เนื่องจากเรายังไม่ได้รวมประโยชน์จากการต่อสัญญาแปลง A-18-01 ดังกล่าวเข้าไว้ในประมาณการ
(+) GPSC ลุยพลังงานอินเดียเต็มสูบ เปิดสำนักงานใหม่นิวเดลี-ดัน AEPL เข้าตลาดหุ้น (ข่าวหุ้น)* GPSC* เปิดสำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ ณ กรุงนิวเดลี อินเดียอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเชิงรุก และขับเคลื่อนพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ลั่นแผนปีนี้ COD 100 เมกะวัตต์ สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอินเดียที่ 500 กิกะวัตต์ ภายในปี 73 พร้อมผลักดัน AEPL เข้าตลาดหุ้นอินเดีย
(+) EGCO ส่งสัญญาณรายได้ครึ่งปีหลังโต ชูโอกาสทองขานรับแผนพีดีพีใหม่-Direct PPA (ข่าวหุ้น)* EGCO* กางแผนดันรายได้ครึ่งปีหลังโต แรงหนุนจากโรงฟ้าน้ำลาวพีค จ่อปิดดีล M&A โรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ 2-3 โครงการ คาดชัดเจนภายในปลายปีนี้ พร้อมมอง 5 โอกาสทองขานรับ PDP 2026 และ Direct PPA
(+) TRT มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 3 พันล. เร่งส่งมอบงานต้นไตรมาส 4 พีก (ข่าวหุ้น) TRT เร่งทยอยส่งมอบงานหม้อแปลงไฟฟ้า แย้มไตรมาส 4/69 รายได้มีโอกาสพีกสุดของปี ผลักดันรายได้รวมทั้งปีนี้ตามเป้า 3,359 ล้านบาท โชว์แบ็กล็อกในมือ 3,295 ล้านบาท เตรียมรับรู้ภายในปีนี้ 1,649 ล้านบาท พร้อมเร่งประมูลงานใหม่อีก 1.8 หมื่นล้านบาท
(+) หุ้นกู้ดิจิทัล SIRI ขายเกลี้ยงบนเป๋าตัง (กรุงเทพธุรกิจ)* “แสนสิริ” โชว์แกร่งขายหมดเกลี้ยง “หุ้นกู้ดิจิทัล” วงเงิน 1,000 ล้านบาท ใน 67 วินาทีบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สะท้อนความเชื่อมั่นแบรนด์
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
- หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อกกำไร Trailing stop: KBANK* (Trailing stop 247 บาท) KTB* (Trailing stop 43.25 บาท)
- BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 20.5 บาท / แนวต้าน 21.4 – 21.9 บาท (Stop loss 18.7 บาท)
- BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.0 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.45 บาท (Trailing stop 5.9 บาท)
- PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท) แนวรับ 42.25 บาท / แนวต้าน 44.5 – 47 บาท (Trailing stop 40.5 บาท)
- CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 49 บาท) แนวรับ 42.25 บาท / แนวต้าน 43.5 – 45 บาท (Trailing stop 41.25 บาท)
- AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) แนวรับ 3.0 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.2 บาท (Stop loss 2.92 บาท)
- BEM* (เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท) แนวรับ 7.0 บาท / แนวต้าน 7.15 – 7.35 บาท (Trailing stop 6.95 บาท)
- GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 10.0 บาท / แนวต้าน 10.3 – 10.5 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
- HANA* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 46 บาท / แนวต้าน 48 – 49.75 บาท (Stop loss 44.5 บาท)
- STECON* (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท) แนวรับ 18.8 บาท / แนวต้าน 19.5 – 19.8 บาท (Stop loss 17.9 บาท)
- OR* (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.9 บาท) แนวรับ 12.6 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท (Stop loss 12.4 บาท)
- BDMS* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 19.5 บาท / แนวต้าน 19.9 – 20.2 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
- NER (เป้า Consensus 5.4 บาท) แนวรับ 4.6 บาท / แนวต้าน 4.66 – 4.74 บาท (Stop loss 4.52 บาท)
- THAI* (เป้าพื้นฐาน 7 บาท) แนวรับ 5.85 บาท / แนวต้าน 6.1 – 6.2 บาท (Stop loss 5.75 บาท)
- KKP* (เป้าพื้นฐาน 125 บาท) แนวรับ 115 บาท / แนวต้าน 119 – 121.5 บาท (Stop loss 111.5 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
- DELTA* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 290 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H69 และยังคงประเมินว่า DELTA* จะได้อานิสงส์ของ AI trend ขณะที่ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนจะสามารถบริหารจัดการได้ ฝ่ายวิจัยฯปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 290 บาท (เดิม 245 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ขาย”)
- BCH* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 12.5 บาท จากการประชุมฯ ผลการดำเนินงานในเดือน ก.ค. เห็นสัญญาณการฟื้นตัวเด่นทั้งคนไข้ไทยและต่างชาติ ฝ่ายวิจัยฯประเมินมี upside จากการปรับอัตราค่าบริการของสำนักงานประกันสังคม (SSO) ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
- CPN* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 82 บาท บริษัทฯ ตั้งเป้าหารขยายห้างสรรพสินค้าใหม่ต่อเนื่องใน ปี 2570-71 ตั้งเป้าหมายพื้นที่เช่าเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี (ปัจจุบัน-ปี 2573) และการขยายโครงการ Mixed-use หนุนรายได้จากธุรกิจอื่นนอกจากรายได้ค่าเช่า (Non-rental income) ตั้งเป้ารายได้ส่วนนี้ 15-20% ของรายได้รวมในปี 2573 (จากปัจจุบัน 10%) ยังคงประมาณการฯ และคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 82 บาท (เดิม 78 บาท)
- PSH แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท ผลการดำเนินงาน 1H69 ฟื้นตัวจากธุรกิจโรงพยาบาลเป็นหลัก ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินบริษัทฯจะยังต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายอสังหาฯ ระบายสต็อกบ้าน ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น และปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 3.6 บาท (เดิม 3.2 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ถือ” (เดิม “ขาย”)
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








