บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

มูลค่าการส่งออกเดือน ก.ค. ยังคงสูงเกินความคาดหมาย

ยอดส่งออกเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 21.6% YoY ดีกว่า consensus ที่คาดว่าจะโต 18.3% YoY

ในเดือนกรกฎาคม มูลค่าการส่งออกที่ผ่านพิธีศุลกากรของไทยเพิ่มขึ้น 21.6% YoY เป็น 3.48 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น 36.7% YoY เป็น 3.84 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ทำให้ยังขาดดุลการค้าอย่างมีนัยสำคัญที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ โครงสร้างการส่งออกของประเทศไทยยังคงพึ่งพาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก ในขณะที่การส่งออกของอุตสาหกรรมอื่น ๆ ยังซบเซา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าทางกระทรวงน่านจะปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของการส่งออกปี 2569 ขึ้นอีกจากปัจจุบันที่ 12% ในขณะที่ประมาณการของเราค่อนข้างสูงที่ 19%

ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่งขึ้น 68% YoY แนะเกาะหุ้นที่โยง AI อย่าง DELTA และ HANA

ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นถึง 68% YoY ทำให้ยอดส่งออก 7M69 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 56% YoY โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น ๆ เติบโตสูงสุดที่ 104% YoY รองลงมาคือ hard disk drive ที่ 89% YoY เรายังคงมองว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งเป็นเพราะผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ และ ผลกระทบจากการย้ายฐานจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะเดียวกัน DELTA* ซึ่งในปัจจุบันประมาณ 40% ของรายได้รวมเกี่ยวข้องกับ AI น่าจะเกาะตามกระแส AI โลกได้ ส่วน HANA* คาดว่าจะเริ่มมีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ใน 2H69 และ รายได้ส่วนนี้จะมีนัยสำคัญมากขึ้นจากปี 2570 เป็นต้นไป ถึงแม้ว่า KCE* จะไม่มีส่วนที่โยงกับ AI แต่อุปสงค์ AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น และ บริษัทอาจจะต้องบริหารจัดการด้วยการขึ้นราคาขายสินค้าให้กับผู้ใช้ขั้นสุดท้าย (end-client)

ยอดส่งออกไก่โตปานกลาง แต่อุตสาหกรรมมีแนวโน้มดีขึ้นใน 2H69

มูลค่าการส่งออกไก่ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% MoM ยอดส่งออกไก่แปรรูปยังคงแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้น 7% YoY และ 3% MoM ท่ามกลางอุปสงค์ที่แข็งแรงจากตลาดส่งออกหลัก โดยเฉพาะในอังกฤษ ในขณะเดียวกัน ยอดส่งออกไก่แช่แข็งลดลง 25% YoY และ 3% MoM เพราะเสียอุปสงค์จากจีนไป ทั้งนี้เรายังมองบวกกับแนวโน้มการส่งออกไก่ใน 2H69 จากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวได้ดี โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป ถึงแม้ว่าต้นทุนอาหารสัตว์จะยังสูง แต่เราคาดว่าผลกระทบส่วนใหญ่น่าจะหักล้างไปกับราคาหมู และ ไก่ที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรามองว่า GFPT* อยู่ในสถานะที่จะได้อานิสงส์จากโมเมนตัมการส่งออกที่แข็งแกร่ง และ ราคาไก่ที่ฟื้นตัวขึ้น และ เลือกเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้ ในขณะที่เรายังชอบ BTG* ซึ่งเราเพิ่งปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมด้วย

ยอดส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังยังอ่อนแอ แต่เรามองว่าสถานการณ์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ยอดส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังไปกัมพูชา (ในอดีตเป็นตลาดส่งออกหลักของ CBG) ยังต่ำมากที่ 0.0 ล้านบาท (จาก 0.24 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน 2569 และ 175 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2568) โดยยอดส่งออกงวด 7M69 อยู่ที่ 0.29 ล้านบาทเท่านั้น (ลดลงเกือบ 100% YoY) อย่างไรก็ตาม เรามองว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวแทนที่มีความหมายกับ CBG อีกต่อไปจนกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาจะดีขึ้น เราแนะนำให้เน้นความสนใจไปที่ความคืบหน้าของโรงงานของ CBG ในกัมพูชา ซึ่งเริ่ม COD ในเดือนธันวาคม 2568 (ถือหุ้น 60%) แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน เรามองว่าปัจจัยกระตุ้นของ CBG อยู่ที่แรงกดดันทางด้านต้นทุนที่กำลังถึงจุดสูงสุด, ยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และ ราคาหุ้นมีความเสี่ยงด้าน downside จำกัด ในทำนองเดียวกันกับ OSP* เราเชื่อว่าสถานการณ์คลุมเข็มใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาร์ได้ผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว ดังสะท้อนจากการที่ยอดส่งออกไปเมียนมาร์ลดลงถึงสองหลักทั้ง YoY และ QoQ โดยที่ OSP ทยอยกลับมาผลิตแบบ in-house

- Advertisement -