บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Non-bank Sector
หาจุดเข้ารับที่ต่ำกว่านี้ (Underweight Maintained)
Event
อัพเดตแนวโน้ม 2H69
Impact
NPL เพิ่มขึ้น กดดันคชจ.สำรองฯ ใน 2H69
NPL ที่เพิ่มขึ้นจาก MTC และ TIDLOR ใน 2Q69 บ่งบอกว่าคุณภาพสินทรัพย์จะผันผวน และ เปราะบาง ซึ่งอาจกดดันแนวโน้มกำไรในงวด 2H69 ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายบริษัท พบว่า NPL ของ TIDLOR เพิ่มขึ้นมากที่สุด 7% QoQ แต่ลดลง 8.8% YoY รองลงมาคือ MTC ที่เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ เพิ่มขึ้น 7% YoY และ SAWAD ที่เพิ่มขึ้น 1% QoQ และ เพิ่มขึ้น 6% YoY ดังนั้น Credit cost ของกลุ่มจึงเร่งตัวขึ้น ประมาณ 30bps QoQ ใน 2Q69 และ น่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับนี้ใน 2H69 บ่งบอกว่า credit cost มีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น และ จะกดดัน MTC และ TIDLOR แต่จะกดดัน SAWAD น้อยกว่า
สินเชื่อเร่งตัวขึ้นใน 2Q69 แต่สินเชื่อปีนี้ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลง
สินเชื่อของทั้ง MTC และ TIDLOR ขยายตัวในอัตราเร่งที่ประมาณ 2.5% QoQ และ 2% YTD โดย TIDLOR บอกว่าหลัก ๆ มาจากสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ และ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ในขณะที่ สินเชื่อของ MTC ที่เพิ่มขึ้นมีลักษณะกระจายตัวมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียน SAWAD ยังคงขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยสินเชื่อแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย ทั้งนี้ บริษัท non-bank ยังคงส่งสัญญาณว่าจะขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวังใน 2H69 เนื่องจากกลุ่มลูกค้าระดับล่างมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายบริษัทพบว่ามีเพียง MTC เท่านั้นที่ปรับลดเป้าอัตราการขยายตัวของ สินเชื่อปี 2569 เป็น 8-10% (จากเดิม 10-15%) ในขณะที่ TIDLOR และ SAWAD ยังคงเป้าไว้ที่เดิมที่ 10%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ TIDLOR…
เราปรับประมาณการกำไรของ TIDLOR เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐาน credit cost ในปี 2569F/2570F เป็น 2.4% (จากเดิม 2.5%) ในขณะเป้าหมายของ TIDLOR อยู่ในช่วง 2.0-2.5% ซึ่งหลัก ๆ แล้วสะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นของกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก ภายใต้ PE 9.5x เท่ากับ ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนใหม่ที่ 20.2 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 19.2 บาท) ทั้งนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยเอื้ออำนวยจากการที่งบดุลของภาคครัวเรือนตึงตัว, ราคาหุ้นไม่น่าสนใจ และ เหลือ upside จำกัดถึงราคาเป้าหมายใหม่ของเรา ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำถือ TIDLOR ทั้งนี้ หลังจากที่ปรับประมาณการกำไรแล้ว กำไรในงวด 1H69 จะคิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
…แต่ปรับลดประมาณการกำไรของ MTC ลง
เราปรับประมาณการเพื่อสะท้อนถึง 1.) การปรับสมมติฐาน credit cost ปี 2569F/2570F เพิ่มขึ้นเป็น 2.5%/2.5% (จากเดิม 2.4%/2.4%) 2.) กาปรับสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อเป็น 8%/10% (จากเดิม 8%/12%) ทั้งนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และ มีการปล่อยกู้ในกลุ่มนี้สูง รวมถึงกำไรมีแนวโน้มลดลง เราจึง de-rate PE เป็น 9.5x ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนใหม่ที่ 33 บาท (ลดลงจาก 36 บาท) เนื่องจากเหลือ upside จำกัดถึงราคาเป้าหมายใหม่ของเรา ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำถือ ซึ่งหลังจากปรับประมาณการกำไรแล้ว กำไรในงวด 1H69 จะคิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Risks
NPLs เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น







