บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

บวกต่อ… เน้นเก็งกำไรธีมหุ้นน้ำมัน + ธีมท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบๆ ก่อนปิดบวกเล็กน้อย (ใกล้เคียงกับที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ บวก 0.19% เพราะ i) แรงซื้อที่เข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งมีข่าวบวกในหลายแง่มุม เช่น PTT* กำลังจะประกาศปันผลระหว่างกาลเร็วๆ นี้ รวมทั้งการที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นต่อเนื่อง และรายงานข่าวจากบลูมเบิร์กว่า บ.น้ำมันแห่งชาติของ UAE อาจเข้าลงทุนในหุ้นโรงกลั่นในเครือ PTT* ii) แรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มโรงแรม หลัง ครม. หารือมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส และน่าจะอนุมัติในวันที่ 22 ก.ย. นี้

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ แกว่งขึ้นต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงแต่ปัจจัยที่กดตลาดไม่ค่อยเกี่ยวกับตลาดหุ้นเอเชีย โดยหุ้นกลุ่มยาร่วงหนัก หลังจากผลทดลองยาโรคหัวใจของ Novatis และ Amgen มีผลลัพธ์ที่ไม่ดี แต่ภาพรวมนักลงทุนอยู่ในช่วงรอดูสถานการณ์ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต และเงินเฟ้อผู้บริโภค ส.ค. ที่จะรายงานในวันที่ 10 และ 11 ก.ย. ตามลำดับ ii) ราคาน้ำมันดิบยังขยับขึ้นต่อ หลังจากสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำของอิหร่าน และกลุ่ม IRGC ตอบโต้เช่นกัน น่าจะส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานแข็งแกร่งกว่าดัชนีฯ ต่อไป

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสำคัญนั้น… ก.ท่องเที่ยวฯ เคาะรายละเอียด “ไทยเที่ยวไทยพลัส” วงเงิน 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ คาดเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 1 พ.ย. ให้ใช้สิทธิ์ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. และ 15 ม.ค. – 28 ก.พ. 2570 โดยงดใช้สิทธิ์ช่วง 15 ธ.ค. 2569 – 15 ม.ค. 2570 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นอยู่แล้ว… สำหรับในวันนี้มีหุ้น XD ค่อนข้างมาก โดยผลจากการขึ้น XD ในวันนี้ ส่งผลลบต่อดัชนีฯ ประมาณ -1.8 จุด

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

หุ้นรับการท่องเที่ยว SPA, CRC / ย่อซื้อรอปลดล็อค Data center GULF

SPA (เป้าพื้นฐาน 3.7 บาท) 1) ประเมินรับ Sentiment บวกจาก “คูปองท่องเที่ยว” วานนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสรุปโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส 1 ล้านสิทธิ์ สนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาท/คืน และคูปองท่องเที่ยว รูปแบบ Copayment 50% (เมืองหลัก 1,500 บาท เมืองรอง 2,000 บาท) ซึ่งสามารถใช้กับร้านนวดสปาได้ คาดจะเป็นบวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทย ทั้งการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการกระตุ้นการท่องเที่ยวของคนไทย Catalyst อื่นๆ ของ SPA คือ การปรับขึ้นค่าบริการใน 4Q69 (ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2562) … รอเข้า ครม 2) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.9 เท่า (ยังต่ำกว่า -1SD ที่ 20 เท่า) 3) ราคาหุ้น Laggard สร้างฐาน ประเมินแนวรับ 3.0 บาท / แนวต้าน 3.10 – 3.18 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 3.4 บาท (Stop loss 2.96 บาท)

CRC (เป้าพื้นฐาน 34 บาท)* 1) ประเมินรับ Sentiment การท่องเที่ยวไทย 2H69 โต เราประเมินแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว (ต่างชาติ + ผลของการกระตุ้นด้วยไทยเที่ยวไทยพลัส) หนุนแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q69 ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯประเมินการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไปยังแข็งแกร่งกว่ากลุ่มเศรษฐกิจฐานราก … วันนี้ฝ่ายวิจัยฯออกบทวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายและคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” 2) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.8 เท่า (ใกล้ -1SD ที่ +/- 18 เท่า) 3) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 28 บาท / แนวต้าน 29 – 30.75 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-32 บาท (Stop loss 27 บาท)

GULF (เป้าพื้นฐาน 78 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวก เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนแผน PDP และใกล้ปลดล็อค Data center เราประเมินแผน PDP2026 ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งคาดจะเตรียมเสนอ ครม ได้ในเดือน ต.ค.นี้ ขณะที่การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Data center ของ GULF* คาดจะได้ Sentiment บวกจากการพิจารณากฎเกณฑ์ลงทุนโดยบอร์ด Data center (คาดได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน) เนื่องจากคาดลูกค้า Data center จะมั่นใจพร้อมลงทุนหลังทยอยปลดล็อคความชัดเจนต่างๆ 2) ราคาหุ้นเริ่มฟื้นหลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 61.75 บาท / แนวต้าน 63 – 64 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 66 บาท (Stop loss 61 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) ADNOC จ่อซื้อไทยออยล์ ปิดดีลปลายปี 2 หมื่นล้าน (ข่าวหุ้น) กลุ่มปตท.รับเต็ม ปลดล็อกมูลค่า PTTGC*-TOP*-IRPC* ADNOC จ่อบุกโรงกลั่นไทย! ลุ้นปิดดีลปลายปีนี้ เขย่ากลุ่ม PTT* ดัน TOP* ขึ้นแท่นเป้าหมายเด่นสุด หากซื้อ 10% คิดจาก P/BV ที่ 1.0 เท่า มูลค่าดีกว่า 20,300 ล้านบาท แต่หากซื้อครบ PTTGC*-TOP*-IRPC* ราคารวม 58,700 ล้านบาท แถมมีลุ้นราคาพรีเมียม กลุ่ม PTT* รับเต็ม! เสริมความมั่นคงจัดหาน้ำมันดิบ-วัตถุดิบต้นทุนแข่งขัน เพิ่มความยืดหยุ่นโรงกลั่น พร้อมเปิดตลาดผ่าน “เครือข่ายการค้าพลังงานระดับโลก” ด้าน ADNOC ได้ฐานโรงกลั่นในเอเชีย ล็อกแหล่งรองรับน้ำมันดิบ และช่องทางกระจายผลิตภัณฑ์เข้าสู่เครือข่ายค้าพลังงานทั่วโลก หากสำเร็จอาจเป็นเกม Win-Win ครั้งใหญ่ ปลดล็อกมูลค่ากลุ่มปตท.

(+) ครม. ฉลุยภาคพื้น-คาร์โก้ราย 3 AOTGA ลุยเซ็น 6.7 หมื่นล้าน (ข่าวหุ้น) ครม.ไฟเขียว AOT* เซ็นสัญญา AOTGA เดินหน้า 2 โครงการยักษ์ “บริการภาคพื้น-คาร์โก้ รายที่ 3” สุวรรณภูมิ เม็ดเงินลงทุนรวม 6.73 หมื่นล้านบาท เดินหน้าโครงการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน เต็มสูบ 25 ปี เร่งเสริมศักยภาพรับ Slot ฤดูหนาวพุ่ง 4% ดันสุวรรณภูมิผงาด Aviation Hub ภูมิภาค โบรกฯ ชี้ชัดหนุนกำไร AOT* เพิ่มอัพไซด์ 5% งัด Synergy เสริมอำนาจต่อรองสายการบิน ฟาก SKY-III ร่วมรับประโยชน์ยาว

(+) ดัน PDP 2026 ไฟสะอาด 70% GULF*-GUNKUL* รับเต็ม! (ข่าวหุ้น) กระทรวงพลังงาน เปิดเวทีเฮียริ่ง PDP 2026 วันแรก เดินหน้ากำหนดทิศทางพลังงานไทยครั้งใหญ่ ชูเป้าสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 70% พร้อมเร่งผลักดัน SMR กำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ และ BESS เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า จ่อชง กพช. และ ครม. เคาะไฟเขียวภายใน ต.ค.นี้ ก่อนประกาศใช้ภายใน พ.ย. 69 ด้านโบรกฯ ยก GULF*-GUNKUL* ขึ้นแท่น Top Pick รับอานิสงส์เต็มตัว

(0) “บอร์ดอีวี” ถก 10 ก.ย.เล็งขึ้นภาษีเป็น 31-39% รถยนต์ไฟฟ้านำเข้า-ไม่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (ไทยรัฐ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 10 ก.ย. นี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) โดยจะมีการพิจารณาทิศทางนโยบายและกรอบการสนับสนุนรถยนต์แต่ละกลุ่มประเภทให้มีความชัดเจน ทั้งกลุ่มนำเข้า 100% และกลุ่มที่มีฐานการผลิตในประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อต้องการรักษาฐานผลิตรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่นไว้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีจากจีน และต่างชาติ

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: BGRIM* (Trailing stop 19.2 บาท) EPG* (Stop loss 5.9 บาท) WHAUP* (Stop loss 7.15 บาท) ASEFA (Stop loss 6.0 บาท) WHA* (Stop loss 4.64 บาท) STECON* (Stop loss 17.4 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 43.75 บาท) BBGI (Trailing stop 5.9 บาท)
  • สินค้าโภคภัณฑ์: NER (Trailing stop 4.66 บาท) GFPT (Stop loss 9.85 บาท)
  • กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 28 บาท) BDMS* (Trailing stop 20.0 บาท) BCH* (Stop loss 10.7 บาท) KTC* (Stop loss 36.75 บาท) NEO (Stop loss 22.6 บาท) BEM* (Stop loss 6.55 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • CRC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 34 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ ปรับประมาณการฯปี 2569 ลง แต่ปรับประมาณการฯปี 2570 ขึ้นเล็กน้อย โดยประเมินกลุ่มลูกค้าของ CRC* เป็นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบน (Mid-to-High-End) และมีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ยังเติบโต ฝ่ายวิจัยฯปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 34 บาท (เดิม 29 บาท) และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “มากกว่าตลาดฯ” (เดิม “เท่ากับตลาดฯ”)
  • HMPRO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 7.2 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงประมาณการฯไว้ตามเดิม โดยประเมินอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน 3Q69 ยังอ่อนแอ อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯปรับคำแนะนำหุ้น HMPRO* ขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) หลังจากที่ราคาหุ้นปรับลดลง ทำให้ Upside จากราคาเป้าหมายล่าสุด 14% + อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอีก 6% ต่อปี
  • DOHOME แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 3.8 บาท* ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มกำไร 3Q69-4Q69 จะโตเด่นจากทั้งอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และอัตรากำไรที่ดีขึ้น (จากสต็อกต้นทุนเก่า ราคาสินค้าปรับขึ้น และการเพิ่มสินค้า House brand) อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มกำไรปี 2570 จะเริ่มกลับมาเติบโตชะลอลงหลังผลของอัตรากำไรที่เพิ่มสูงเป็นพิเศษในปีนี้ลดลง ฝ่ายวิจัยฯ จึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ” และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 3.8 บาท (เดิม 4 บาท)
  • GLOBAL แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 7.8 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแม้ว่าอัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมใน 3Q69 จะยังติดลบ แต่คาดแนวโน้มจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี ตามการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้า House brand จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น ทำให้ฝ่ายวิจัยฯยังคงมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะยาว ฝ่ายวิจัยฯปรับลดราคาเป้าหมายลงจากการปรับลดเป้าหมาย PE ลง ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 7.8 บาท (เดิม 8.6 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
  • MOSHI แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 48 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดแนวโน้มกำไรชะลอใน 3Q69 จากปัจจัยฤดูกาลก่อนที่จะฟื้นตัวแรงเข้า High season ใน 4Q69 และยังคงมุมมองบวกต่อกลยุทธ์การเป็นร้านขายสินค้า Lifestyle ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 48 บาท (เดิม 45 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
- Advertisement -