เก่งหลังเกมส์
SET Index -10.5 จุด -0.65%d-d ปิดที่ 1604.5 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายที่ 7.12 หมื่นล้านบาท แรงกดดันจากนักลงทุนขายลดความเสี่ยง หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 100$/bbl ในขณะที่ US Bond yield 10 ปี สหรัฐพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่ตลาดคาด เพิ่มโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยหุ้นกลุ่มที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน (KCE, HANA) กลุ่มพลังงาน TOP, SSP ฯลฯ ในทางตรงข้ามหุ้นที่กดดัชนี คือ DELTA กลุ่มค้าปลีก (CPALL, CRC) กลุ่มขนส่ง (AOT) กลุ่มธนาคาร (KTB) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ
BEM +2.3% , RATCH +0.66%
กลุ่ม Defensive แข็งแกว่าตลาด ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มที่ให้บริการสินค้าจำเป็น อาทิ รถไฟฟ้า ทางด่วนแข็งกว่าตลาด เนื่องจากนักลงทุนย้ายเงินมาพัก หลังจากความผันผวนในสินทรัพย์ต่างๆ หลังจากสงครามตะวันออกกลางตึงเครียด
KCE +12.8%
จิตวิทยาบวกหนุนจากข่าวบริษัท อาจได้รับคำสั่งซื้อจาก TESLA เพื่อจัดหาแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และแผงจ่ายไฟ (HDI) สำหรับรถยนต์ TESLA หุ้นในปัจจุบันยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากเป้าหมายของเรา คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 68.0 บาท
MTC -2.5% ,SAWAD -1.76%, TIDLOR -1.66%, KTC -2.03%
กลุ่มการเงินปรับลง มีจิตวิทยาลบจาก 1) Bond yields เร่งขึ้นแรงหลังจากราคาน้ำมันดิบเร่งขึ้น 2) ราคาน้ำมันดิบสูงกดดันกำลังซื้อของกลุ่มฐานรากซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทในกลุ่มการเงิน
AOT -1.2%, ERW -1.04%, AWC -0.65%, CENTEL -0.57%
หุ้นที่อิงกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรมมีจิตวิทยาลบจากข่าวสงครามตึงเครียดกระทบการเดินทางท่องเที่ยว หลังทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่าสงครามมีโอกาสยืดเยื้อไปถึงการเลือกตั้งกลางเทอมเดือน พ.ย.2026 ผสานกับ กลุ่มฮูตี (อิหร่านหนุน) รุกชายฝั่งทะเลแดง เพื่อคุมช่องแคบเอลมันเดบ ปัจจุบันใช้เป็นช่องทางส่งออกน้ำมันแทนช่องแคบฮอร์มุซของประเทศซาอุฯ








